โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. มองผลกระทบภาษีสหรัฐต่อเศรษฐกิจไทย ไม่ตกหลุมลึก แต่ลากยาว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

ธปท.ประเมิน แรงกระแทกจากภาษีสหรัฐที่ไทยอาจจะถูกเก็บ 36% อาจจะไม่กระทบเศรษฐกิจไทยรุนแรงแบบฉับพลันแต่ลากยาว เชื่อยังมีโอกาสเจรจาได้ พร้อมตุนพื้นที่นโยบายรับสถานการณ์ข้างหน้า

9 ก.ค. 2568 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในงาน Monetary Policy Forum 2/2568 ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะจากกรณีการประกาศใช้ภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จากสหรัฐอเมริกาในอัตรา 36% ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 แต่ไทยและอีกหลายประเทศยังมีเวลาที่จะเจรจาก่อนที่จะถึงวันดังกล่าว ทั้งนี้ผลต่อตลาดเงินนับว่าตอบรับรุนแรง เพราะรับข่าวไปก่อนหน้าที่แล้ว แต่ภาคการส่งออกและเศรษฐกิจในระยะยาวต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในหลายด้าน โดยเฉพาะการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่เผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการบริโภคในระยะต่อไปและยาวไปจนถึงปีหน้า

“แรงกระแทกจากภาษีตอบโต้ครั้งนี้มองว่า จะไม่กระทบเศรษฐกิจไทยรุนแรงแบบฉับพลัน เหมือนวิกฤตโควิด-19 ที่เห็นการดิ่งลงและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นผลกระทบที่ทอดยาว กินเวลาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับการปรับตัว”

นายสักกะภพ กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ ธปท. และ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงมีท่าที ผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความเสี่ยงในระยะข้างหน้า และพร้อมที่จะพิจารณาปรับนโยบายเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น โดยตัวเลขเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจะถูกนำมาพิจารณาอย่างใกล้ชิด

“ส่วนโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะถดถอยเชิงเทคนิก (Technical Recession) มองว่าหากจะมีเกิดก็ต่อเมื่อเกิดภาวะช็อกทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น วิกฤตการเงินโลก หรือ โควิด-19 แต่ขณะนี้โอกาสที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก (Global Recession) ยังมีไม่มากนัก”

นอกจากนี้ การรอความชัดเจนในข้อเสนอของไทยที่มุ่งลดภาษีนำเข้าเพิ่มเติม และรายละเอียดของสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ จะเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาคการผลิตของประเทศ

ดร.ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เศรษฐกิจไทยก็กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่ยาวนาน ความทนทานต่อแรงกระแทกจึงเป็นสิ่งสำคัญ การรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...