โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทองธารรับ ควบ รมว.วัฒนธรรม เน้นดู Soft Power ไม่เกี่ยวคดี ชี้ม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมเป็นสิทธิ แต่ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศต่อ

THE STANDARD

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น. • thestandard.co
แพทองธารรับ ควบ รมว.วัฒนธรรม เน้นดู Soft Power ไม่เกี่ยวคดี ชี้ม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมเป็นสิทธิ แต่ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศต่อ

วันนี้ (30 มิถุนายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมในการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ว่า อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ แต่ว่าที่ดูกระทรวงวัฒนธรรมด้วย เพราะเป็นเรื่องของ Soft Power และอยากให้รู้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้เป็นกระทรวงเกรดบี เกรดซี แต่เป็นกระทรวงที่สำคัญมากๆ ที่จะสามารถแนะนำวัฒนธรรมของไทยส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ได้จริงๆ

ส่วนที่นั่งควบรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญอาจจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ต้องเน้นเรื่องของ Soft Power เพราะวัฒนธรรมของไทยเข้มข้นมากและมีที่น่าผลักดันอีกจำนวนมาก ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมีบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งหรือไม่ ขอให้รอดู ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการแล้ว จะเห็นชื่อทั้งหมด

ส่วนกรณี 36 วุฒิสภาเข้าชื่อยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (1 กรกฎาคม) และอาจจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ แต่ส่วนตัวยอมรับว่ามีความกังวล

ผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมตัวอย่างไรหากผลออกมาเป็นลบ นายกรัฐมนตรีระบุว่า พยายามเน้นเรื่องการทำงาน ไม่อยากให้สะดุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา เรื่องการเจรจากับต่างประเทศ มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้น ไม่อยากสะดุดในเรื่องนี้ อยากทำให้มันดี

ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยลดลง ยืนยันว่าผลโพลจากทุกสำนักเป็นประโยชน์อยู่แล้ว เวลาผลโพลมาดีเราก็กำลังใจดี หากไม่ดีก็ทำให้ต้องเตือนใจว่าต้องสู้ต่อและต้องทำงานให้เต็มที่ ต้องแสดงผลงานให้ชัดเจนและต้องสื่อสารกับประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องรับฟังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโพลสำนักไหนก็ตาม

เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังปกป้องอธิปไตย นายกรัฐมนตรีระบุว่า อย่างที่บอกไปอยู่ในกรอบที่ไม่ทำผิดกฎหมาย อยู่ในสันติวิธี เป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องความรุนแรงหรืออะไรก็ถือเป็นสิทธิ คิดว่าไม่ได้มีอะไร ส่วนตัวเองจะโฟกัสเป็นเรื่องๆ ความจริงทุกคนมีสิทธิแสดงออก ส่วนตัวก็เน้นเรื่องการทำงานและเรื่องที่ถืออยู่ตอนนี้ไม่สามารถรอได้สักเรื่อง ต้องมุ่งเน้นที่จะทำงานทุกเรื่องให้สำเร็จและให้จบต่อเนื่อง

ยังไม่ประเมินตัวเลขกำแพงภาษีสหรัฐฯ

แพทองธารยังกล่าวถึงการให้แนวทางกับ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทีมไทยแลนด์บินไปเจรจาเรื่องการค้าและภาษีกับสหรัฐอเมริกาว่า ในรายละเอียดมีการพูดคุยในที่ประชุมหมดแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (1 กรกฎาคม) พิชัยก็จะเดินทางไปพูดคุยและคิดว่าการเจรจารอบนี้ก็จะได้สรุปคำตอบในหลายหัวข้อ ส่วนตัวเลขกำแพงภาษีสหรัฐฯที่คาดหวังไม่ขอตอบ แต่จะทำให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิชัยและคณะมีกำหนดการประชุมหารือกับ เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่เก็บกับไทยจาก 36% ให้เหลือต่ำที่สุด

ขออย่าเพิ่งคาดการณ์ ‘แพทองธาร’ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมรับมือกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (1 กรกฎาคม) ว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามปกติ ยอมรับว่านายกฯเป็นกังวล ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้จัดเตรียมมอนิเตอร์ แต่ไม่ได้อยากตีความอะไรไว้ก่อนล่วงหน้า ยืนยันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนายกฯก็แสดงถึงความตั้งใจในการทำงาน

ส่วนหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายใครจะเป็นผู้รับช่วงต่อ สรวงศ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งสมมติ ซึ่งตามคำร้องก็สามารถชี้แจงได้และเป็นไปตามที่ยืนยันมาตลอดถึงความบริสุทธิ์ใจในการพูดคุย ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็รู้กันอยู่ และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบกับประเทศเขาหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวมองว่าถ้ายื่นมาในกระบวนการของวุฒิสภา ถึงอย่างไรศาลก็ต้องรับ เป็นการรับตามกระบวนการ ส่วนจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่าเพิ่งคาดการณ์

สรวงศ์ระบุด้วยว่าไม่ทราบข่าวกรณี สส. อีสาน ของพรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวอยากจะได้เก้าอี้รองประธานสภาคนที่ 2 แต่ยอมรับว่าตอนนี้มี สส. อีสาน ส่งรายชื่อมาให้ แสดงเจตจำนงว่า อยากจะดำรงตำแหน่ง ซึ่งต้องดูตามโควตา ดูความเหมาะสม เพราะอาจจะต้องเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ในพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าตอนนี้ไม่มีการที่จะสลับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...