โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCB EIC มองครึ่งปีหลังเสี่ยงเพิ่ม-โตต่ำกว่า1%-ถดถอยทางเทคนิค

Manager Online

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 05.35 น. • MGR Online

.

นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่า SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ระดับ 1.5% และปี 2569 ที่ 1.4% ซึ่งการเติบโตระดับดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจีดีพีไทยในช่วงที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสที่จีดีพีไทยจะโตเฉลี่ยต่ำกว่า 1% และมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคจาก 3 ปัจจัยหลักๆได้แก่ สงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลต่อการส่งออกที่จะเห็นได้ชัดในครึ่งปีหลัง โดยคาดการณ์ส่งออกทั้งปีที่ -0.1% พร้อมกันนั้น ยังส่งผลให้เกิดภาวะสินค้าราคาถูกจากที่ไหลเข้าไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตไทย ขณะที่การท่องเที่ยวเริ่มเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น โดย 5 เดือนแรกของปี นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยลดลง 3% ซึ่ง SCB EIC ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวลงเหลือ 34.2 ล้านคน จากปี 67 ที่ 35.5 ล้านคน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาในเรื่องภาคการผลิต-การลงทุนเอกชนที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง จากภาวะความไม่แน่นอนในเรื่องของภาษีสหรัฐฯ ทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุนเพื่อความชัดเจน โดยคาดการณ์การลงทุนภาคเอกชนปีนี้ -2.2%

และแผลเป็นทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและส่งผลให้ไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆมากกว่าที่ควรจะเป็น ได้แก่ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อการใช้จ่ายยริโภคของครัวเรือน-ธุรกิจ ซึ่ง SCB EIC ปีคาดการณ์การบริโภคภาคเอกชนที่ 2% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ก็ยังต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อจากคุณภาพหนี้ที่เสื่อมลง ซึ่งส่งผลเป็นวัฏจักรฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในที่สุด

"ใน 2 ปีนี้ถือเป็น 2 ปีที่มีความท้าทายมากของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงในหลานๆมิติ ทั้งจากปัจจัยภายนอกเรื่องของสงครามการค้าที่ยังไม่สรุปออกมา ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศเองก็ยังเป็นประเด็นสำคัญ แม้เราจะเห็นตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ชะลอลง แต่หากดูที่รายได้ครัวเรือนเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดฯแล้วอยู่ที่ 98% รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของไทยที่เริ่มเห็นการขยับเพิ่มขึ้น"

ด้านนโยบายการเงินจากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น โดย EIC SCB ประเมินคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปีหน้า มาอยู่ที่ระดับ 1%ในสิ้นปี 2569 ขณะที่นโยบายการคลังนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการดิจิทัล วอลเลตวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท มาเป็นมาตรการรองรับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อภาพรวม แต่ก็ต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการคัดกรองและยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการส่งต่อไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบ ประกอบกับพื้นที่ของนโยบายการคลังเริ่มแคบลงจากหนี้สาธารณะที่คาดว่าจะชนเพดาน 70% ใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งหากมีการก่อหนี้เพิ่มโดยไม่มีแผนที่ดีการหารายได้เพิ่มรองรับในอนาคตก็อาจจะเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิต ดังนั้น ในช่วงนี้เราจะเห็นบทบาทของนโยบายการเงินมากขึ้น

"ปัญหาทางการเมืองที่เริ่มมีการพูดถึง ไม่ว่าเป็นการปรับครม.หรืออื่นๆ นั้น เรามองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่น ซึ่งหากมีการจัดการปัญหาให้คลี่คลายด้วยดี ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาได้ ขณะเดียวกัน ทั้งนโยบายการเงิน-การคลังควรดำเนินการควบคู่-สอดคล้องกัน รวมถึงการหากลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ในการสร้างการเติบโต และหากลไกเสริมในการช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...