โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ต้นฮ้อ" ชี้ Bitcoin ปี 68 ยุค "ตื่น Bitcoin" องค์กรแห่เก็บ

ทันหุ้น

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.39 น.

#Bitcoin #ทันหุ้น - ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีการพัฒนาและสร้าง "Narrative" ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2025 นี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่าง Bitcoin และ Ethereum กำลังเป็นที่น่าจับตา พร้อมมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

"ยุคตื่น Bitcoin " และการสะสมโดยองค์กร

โดย คุณ "ต้นฮ้อ" หรือ นาย พลากร ยอดชมญาณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาโตชิ จำกัด (KULAP) ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ Bitcoin ในปัจจุบันว่า ปีนี้เป็นปีที่ Bitcoin มีแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ เข้ามา นั่นคือแนวโน้มที่บริษัทหลายแห่งเริ่ม หันมาสะสม Bitcoin อย่างจริงจัง ตามรอยความสำเร็จของบริษัท MicroStrategy ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการถือครอง Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

"ภาพรวมของ Bitcoin ตอนนี้ ผมคิดว่าปีนี้เป็นปีที่ Bitcoin มีแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่เข้ามาครับ คือหลายบริษัทเริ่มเห็นความสำเร็จของบริษัท MicroStrategy ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจากการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง" คุณฮ้อกล่าว "สิ่งนี้ทำให้ตลาด Bitcoin เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้น…แนวคิดของคนก็เริ่มเปลี่ยนไป มีคนถือครองมากขึ้น ผมมองว่าแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin จะทำให้ราคามีความผันผวนน้อยลง และมูลค่าจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณเงินที่ถูกพิมพ์ออกมา หรือที่เราเรียกว่า 'ยุคตื่นบิทคอยน์' เพราะทุกคนแห่กันมาเก็บสะสมครับ"

นอกจากนี้ คุณฮ้อยังชี้ให้เห็นว่า แม้ในอดีต Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง แต่ในรอบปัจจุบัน ความผันผวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีความเคลื่อนไหวสูงสุดเพียง 32% จากจุดสูงสุดถึงต่ำสุด ซึ่งถือว่าน้อยกว่าในอดีตที่เคยผันผวนเกิน 50% สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้นของตลาด Bitcoin

Ethereum: "ประเทศเกิดใหม่" และการถือครองระบบนิเวศ

สำหรับ Ethereum คุณฮ้อมีความเห็นว่า พฤติกรรมของนักลงทุนยังไม่ได้มอง Ethereum ในฐานะ "Store of Value" เหมือนกับ Bitcoin ที่คนเริ่มเปลี่ยน Mindset ไปในทิศทางนั้น

"Ethereum พฤติกรรมของคนยังไม่ได้มองว่าจะต้องเก็บออมสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหมือน Bitcoin ซึ่ง Bitcoin เพิ่งเปลี่ยนแนวคิดนี้ในปี 2025 นี้เอง สำหรับ Ethereum นั้นไม่ถูกมองว่าเป็น Store of Value เหมือน Bitcoin ครับ" คุณฮ้ออธิบาย "มุมมองของผมคือ Ethereum เหมือนประเทศเกิดใหม่ประเทศหนึ่งที่มีสกุลเงินชื่อ Ethereum (ETH) สำหรับคนที่เป็นรายใหญ่หรือเศรษฐีที่เข้าไปอยู่ในประเทศนี้ พวกเขาไม่ได้เก็บสกุลเงินของประเทศนั้นในปริมาณมาก ๆ แต่จะถือครองสินทรัพย์ใน Ecosystem เพิ่มขึ้น…เป็นเงินที่ใช้ในประเทศที่กำลังเกิดใหม่"

คุณฮ้อเปรียบเทียบว่า Bitcoin นั้นเปรียบได้กับทองคำ ซึ่งเป็น Reserve Layer ที่ซื้อแล้วถือเก็บ แต่ Ethereum ทำหน้าที่เป็น Layer ที่ใช้ในการจับจ่ายใช้สอย ภายใน Ecosystem ของมันเอง ซึ่งเป็น "ประเทศ Ethereum" ที่กำลังเติบโต

Altcoin: การเติบโตระยะยาว และการคัดสรรผู้นำ

คุณฮ้อแสดงมุมมองว่า ตลาด Altcoin โดยส่วนตัวแล้ว ยังคงมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว แม้ว่าการเติบโตนี้อาจต้องใช้เวลาบ้าง หาก Ecosystem ของ Altcoin เติบโตขึ้นเหมือนประเทศที่กำลังขยายตัว เงินในประเทศนั้นก็จะเพิ่มขึ้นตาม

"สำหรับตลาด Altcoin จริง ๆ แล้วค่อนข้างเล็ก…Altcoin จะขึ้นลงตามช่วงที่คนเข้ามาในตลาดคริปโตฯ เช่น ช่วงตลาดกระทิง (Bull Run) Altcoin ก็จะขึ้นกันอย่างรวดเร็ว แต่พอตลาดหมี (Bear Market) Altcoin ก็จะร่วงลงลึกมาก อาจจะถึง 90% และมี Altcoin จำนวนมากที่ล้มหายตายจากไปเหมือนบริษัท Startup ที่มีโอกาสล้มเหลวสูง ตัวที่อยู่รอดก็จะเป็นพวก Leader ที่มีความแข็งแกร่ง" คุณฮ้อกล่าว

คุณฮ้อชี้ให้เห็นว่า เงินที่เข้ามาสู่ตลาด Altcoin ส่วนใหญ่จะมาจาก กองทุน Venture Capital (VC) ที่มองเห็นโอกาสในการลงทุนใน Startup ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ต่างจาก Bitcoin ที่ดึงดูดเงินทุนขนาดใหญ่จากระดับประเทศหรือบริษัทใหญ่ ๆ

ผลกระทบจากสงครามต่อตลาดคริปโตฯ: ระยะสั้นและกระตุ้นการพิมพ์เงิน

เมื่อพูดถึงผลกระทบจากเหตุการณ์สงคราม เช่น อิสราเอล-อิหร่าน และการเข้ามาของสหรัฐฯ คุณฮ้อระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้เป็นปัจจัยระยะสั้นสำหรับตลาด โดยเฉพาะ Bitcoin

"จริง ๆ แล้วเหตุการณ์สงครามเหล่านี้ ผมมองว่าเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้นสำหรับตลาด โดยเฉพาะ Bitcoin สังเกตได้จากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงอยู่ แต่คนไม่ค่อยพูดถึงผลกระทบต่อตลาดแล้ว" คุณฮ้ออธิบาย

คุณฮ้อมีมุมมองที่น่าสนใจว่า หากมองในระยะยาวแล้ว ตลาด Bitcoin กลับ ได้รับอานิสงส์จากปริมาณเงินที่ถูกพิมพ์ออกมา หรือหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 37 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เงินจำนวนมหาศาลนี้สุดท้ายแล้วจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ทองคำ และ Bitcoin

"จริง ๆ แล้วการเกิดสงครามทำให้ประเทศต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำสงคราม ยิ่งต้องพิมพ์เงินเพิ่มขึ้น ดังนั้น การเกิดสงครามในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ Bitcoin เติบโตได้ด้วยซ้ำ เพราะมันเติบโตตามปริมาณเงิน" คุณฮ้อชี้ให้เห็น

ข้อคิดสำหรับนักลงทุน: ออมใน Bitcoin เพื่อชีวิตที่มั่นคง

คุณฮ้อได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชนชั้นกลางที่อาจไม่มีเวลาศึกษาการลงทุนอย่างลึกซึ้ง

"ผมแนะนำว่าสำหรับใครที่ไม่ชอบการลงทุนหรือไม่รู้จะลงทุนอะไร ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ต้องศึกษาเยอะ ๆ ครับ…ผมแนะนำว่าคุณแค่ เก็บออมเงินเท่านั้น เพียงแต่ต้องเก็บออมให้ถูกสกุลเงิน" คุณฮ้อกล่าว

คุณฮ้อเน้นย้ำว่า สกุลเงินเฟียต (Fiat Money) เช่น เงินบาท หรือดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นรัฐบาลสามารถพิมพ์เพิ่มได้ตลอดเวลา ซึ่งนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการออมในสกุลเงินเหล่านี้ และหันไปออมใน "Hard Money" หรือสกุลเงินที่พิมพ์ได้ยาก ซึ่งคุณฮ้อแนะนำ Bitcoin

"คุณไม่จำเป็นต้องศึกษาการลงทุน ไม่ต้องฟังผู้บริหาร ไม่ต้องอ่านงบการเงิน แค่ศึกษาเรื่องเงิน เรื่องเงินเฟ้อ และหาที่ออมเงินซึ่ง Bitcoin สามารถทำหน้าที่นั้นได้ แค่นี้ชนชั้นกลางเราก็รอดแล้วครับ" คุณฮ้อเสริม "ผมอยากให้เรามี Mindset ที่เก็บออมระยะยาวจนถึงเกษียณ คือเก็บออมทุกเดือน สมมติว่าได้เงินเดือนมาแล้วเหลือออม 30% ก็เก็บใน Bitcoin ทุกเดือนไปเรื่อย ๆ 30 ปี จนเกษียณ สิ่งนี้จะทำให้เรามีการเงินที่มั่นคง ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำแบบนี้ ภายใน 5 ปีจะรู้สึกว่าการเงินของเราเห็นทางแล้วว่ามั่นคงครับ"

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยรอบด้านและศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...