โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชู "Mission 2000" ยกระดับ SET สู่ 2,000 จุด ใน 5 ปี

The Better

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • THE BETTER
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชู “Mission 2000” งานวิจัยล่าสุดของสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 35 เพื่อยกระดับ SET สู่ 2,000 จุด ใน 5 ปี ผ่านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยตามแนวคิด “ลูกธนูสามดอก”

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน เปิดเผยว่า การวิจัย "Mission 2000" ของคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 35 (วตท.35) ในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดำเนินการมาโดยตลอดและจะดำเนินการต่อไป รวมถึงมองว่าการควบรวมและเป็นพันธมิตรในทางธุรกิจ (M&P) เป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้มีศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน

การวิจัย "Mission 2000" มีวัตถุประสงค์หลักของการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ยกระดับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แตะ 2,000 จุด ภายในระยะเวลา 5 ปี ผ่านแนวคิด "ลูกธนูสามดอก" (Three Arrows) ประกอบด้วยข้อเสนอด้านการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพ (Hard Infrastructure) เชิงนโยบาย (Soft Infrastructure) และข้อเสนอการปฏิรูปรายภาคส่วนด้านการแพทย์ (Medical Hub)

ภายใต้การตั้งสมมติฐานปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 3 ประการเพื่อบรรลุเป้าหมาย SET 2000 คือ

1) เพิ่มค่า PE Multiple จาก 14 เท่าเป็น 18 เท่า อันเป็นผลจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น

2) อัตราการเติบโตของกำไร (Earnings Growth) ที่ 3.65% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง 5 ปี

3) บริษัทจดทะเบียนต้องมีการเติบโตมากกว่า 5% ต่อปี

โดยแผนปฏิบัติการจะแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะสั้น (ปีที่ 1-2) เน้นโครงการนำร่องและปฏิรูปเร่งด่วน และส่งเสริม Digital Transformation ระยะกลาง-ยาว (ปีที่ 3-5) มุ่งขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ปฏิรูปภาษี และพัฒนากลไกทางการเงินใหม่ๆ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ GDP เติบโตเพิ่มขึ้น 0.5-1.0% ต่อปี และสร้างการจ้างงานคุณภาพสูง 100,000 ตำแหน่ง

ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สถาบันวิทยาการตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยต่อเนื่อง โดยผลการวิจัยในครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพ เสริมความเข้มแข็งให้กับตลาดทุนไทย พร้อมสร้างความโปร่งใสตามหลักธรรมมาภิบาล

ส่วนภาพรวมของตลาดทุนไทย ปัจจุบันมีปัจจัยเข้ามากระทบหลายด้านทั้งในประเทศและนอกประเทศ ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า นักลงทุนควรจับตาการเจรจาภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariff) ว่ามีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมใดบ้าง และไทยอาจได้เปรียบคู่แข่งทางการในกลุ่มอุตสาหกรรมใดบ้าง เพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรกลับมาดูที่พื้นฐานบริษัทฯ และพิจารณาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการลงทุนให้เร็วที่สุด เพื่อให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ

“โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมทำงานกับภาครัฐฯ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในระยะสั้นมาโดยตลอด อาทิ กองทุนวายุภักษ์ ,Thai ESG และ Thai ESGX เป็นต้น ซึ่งทำให้ค้นพบว่านักลงทุนรายย่อยมีความสนใจลงทุน DR เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับการหาโปรดักซ์ที่มีศักยภาพเข้ามาเปิดโอกาสให้กับนักลงทุน ในขณะเดียวกันมองว่าหุ้นปันผลยังเป็นทางเลือกสำคัญของนักลงทุน โดยปัจจุบันอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ราว 4% ซึ่งถือว่าสูง และยังคงเป็นที่น่าสนใจ” นายอัสสเดช กล่าว

อย่างไรก็ดี “งานวิจัย Mission 2000” ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปภาคการแพทย์ ผลักดัน Hard Infrastructure และ Soft Infrastructure ทั้ง 5 ด้าน รวมถึงมาตรการสนับสนุนตลาดเงินตลาดทุน เช่น มาตรการ TISA (Thai Individual Saving Account) และมาตรการ Jump+ หรือมาตรการยกเว้นภาษีกำไรส่วนเพิ่มหากบริษัทเติบโตตามแผน ผนวกกับการนิรโทษกรรมภาษีสำหรับบริษัทนอกตลาดที่ถูกควบรวมกับบริษัทจดทะเบียน จะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยและผลักดันให้ดัชนี SET ทะยานสู่ 2,000 จุดได้ภายใน 5 ปี พร้อมยกระดับประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...