โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเงื่อนไขเข้ารอบน็อกเอาต์สโมสรโลก-บทสรุปก่อนนัดสุดท้าย

SIAMSPORT

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 05.51 น.
เตะกันกลุ่มละ 2 นัดไปครบทุกกลุ่มแล้วในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ซึ่งบางกลุ่มก็ยังมีลุ้นกันครบทั้ง 4 ทีมจนถึงนัดสุดท้าย ขณะที่บางกลุ่มได้ทีมเข้ารอบและตกรอบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนอื่นเราจะขออธิบายถึงเงื่อนไขการผ่านรอบแบ่งกลุ่มก่อน โดยอันดับแรกเลยก็ง่ายๆ นั่นคือ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของแต่ละกลุ่มจะได้เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีอย่างน้อย 2 ทีมที่มีคะแนนเท่ากันแล้วนั้น ทีมที่มีผลงานดีกว่าจากเกมที่เจอกันเองก็จะมีอันดับดีกว่าไปโดยปริยาย ยกตัวอย่างเช่น ทีม A กับ ทีม B มี 4 คะแนนเท่ากันตอนเล่นครบ 3 นัด และต้องแย่งโควตาอันดับ 2 ของกลุ่ม แต่ว่าทีม A เคยชนะทีม B มาได้ ทำให้ทีม A จะได้เข้ารอบ

ในกรณีที่ผลงานการเจอกันเองมันยังใช้ตัดสินอันดับไม่ได้ ก็จะต้องมาตัดสินด้วยผลต่างประตูได้-เสีย จากการเล่นทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และหากยังเท่ากันอีกก็ต้องมาดูว่าทีมไหนที่ยิงได้เยอะกว่ากันในทั้ง 3 นัด

ถ้าหากจำนวนประตูได้ยังเท่ากันอีก มันก็จะมีการตัดสินอันดับด้วย "คะแนนแฟร์เพลย์" แบบนับรวมจากทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเจ้า "คะแนนแฟร์เพลย์" คือคะแนนที่พ่วงกับการโดนใบเหลือง-ใบแดงของนักเตะภายในทีม และจะนับแบบ "ติดลบ"

สำหรับเงื่อนไขนั้น แบ่งเป็น 1 ใบเหลืองจะทำให้ทีมนั้นๆ โดนไป -1 คะแนน, หากมีนักเตะคนไหนโดน 2 ใบเหลืองในเกมเดียวกันจนกลายเป็นใบแดงก็จะทำให้ทีมนั้นๆ โดนไป -2 คะแนน, การโดนใบแดงโดยตรงจะเท่ากับ -4 คะแนน และหากมีนักเตะคนไหนที่โดนใบเหลืองโดยตรง 1 ใบ กับใบแดงโดยตรง 1 ใบในเกมเดียวกันก็จะเท่ากับว่านักเตะคนนั้นทำให้ทีมของตัวเองโดนไป -5 คะแนนเลยทีเดียว

แน่นอน มันมีโอกาสที่ "คะแนนแฟร์เพลย์" จะเท่ากันอยู่ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นมันก็จะตัดสินด้วยเงื่อนไขสุดท้าย นั่นคือการ "จับสลาก" นั่นเอง

เอาล่ะ มาลองดูสถานการณ์ของแต่ละกลุ่มกันหน่อย ตอนนี้กลุ่ม เอ เรียกได้ว่าทั้ง 4 ทีมยังมีโอกาสเข้ารอบ-ตกรอบทั้งหมด โดยจ่าฝูงคือ พัลไมรัส ที่มี 4 คะแนน รวมถึงมีผลต่างประตูได้-เสีย อยู่ที่ +2 ลูก ตามมาด้วย อินเตอร์ ไมอามี่ ที่มี 4 แต้มเท่ากันพร้อมกับผลต่างประตูได้-เสีย +1 ส่วน เอฟซี ปอร์โต้ อยู่ที่ 3 จากการมี 1 คะแนน และผลต่างประตูได้-เสีย แบบ -1ปิดท้ายที่ อัล-อาห์ลี ซึ่งมี 1 คะแนน และผลต่างประตูได้-เสีย อยู่ที่ -2 ลูก

ในนัดสุดท้าย พัลไมรัส กับ อินเตอร์ ไมอามี่ จะเจอกันเอง เช่นเดียวกับ ปอร์โต้ ที่ต้องดวลกับ อัล-อาห์ลี

ต่อกันที่กลุ่ม บี จ่าฝูงคือ โบตาโฟโก้ ที่มี 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้การันตีการเข้ารอบ โดยที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับ แอตเลติโก มาดริด ตามมาเป็นที่ 2 กับ 3 ตามลำดับ ด้วยจำนวน 3 คะแนนเท่ากัน เพียงแต่ ปารีส มีผลต่างประตูได้-เสีย ดีกว่า จากการที่ +3 ส่วนของ แอต. มาดริด อยู่ที่ -2 ลูก ส่วน ซีแอตเทิ่ล ซาวน์เดอร์ส เป็นบ๊วยของกลุ่มจากการที่ยังไม่มีแต้มเลย

ถึงกระนั้น ซีแอตเทิ่ล ซาวน์เดอร์ส ก็ยังไม่ได้ตกรอบ เพียงแต่โอกาสเข้ารอบมันริบหรี่พอตัว นั่นคือต้องชนะ ปารีส ในนัดสุดท้ายให้ได้ พร้อมกับลุ้นให้ แอต. มาดริด แพ้ โบตาโฟโก้ ในวันเดียวกัน เพื่อที่จะได้ไปวัดอันดับกับทั้ง "เปแอสเช" และ "ตราหมี"

สำหรับกลุ่ม ซี ได้ทีมที่เข้ารอบแล้ว 1 ทีม นั่นคือ บาเยิร์น มิวนิค จากการชนะรวดทั้ง 2 นัด ส่วน อ็อคแลนด์ ซิตี้ ก็ตกรอบไปเรียบร้อย เหลือเพียง เบนฟิก้า กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ต้องแย่งตั๋วใบสุดท้าย โดยตอนนี้ เบนฟิก้า มีอยู่ 4 คะแนน ส่วน โบคา เพิ่งมีเพียง 1 แต้ม

นัดสุดท้าย โบคา เจอกับ อ็อคแลนด์ ซึ่งพวกเขาต้องชนะให้ได้เยอะๆ รวมถึงหวังให้ เบนฟิก้า แพ้ บาเยิร์น เท่านั้น เพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้ารอบ

กลุ่ม ดี ก็คล้ายกับกลุ่ม ซี นั่นคือที ฟลาเมงโก้ ที่เข้ารอบไปแล้วจากการทำได้ 6 แต้มเต็มใน 2 นัดแรก และมี ลอสแองเจลิส เอฟซี ที่ตกรอบแน่นอน ขณะที่ เชลซี กับ เอสเปแร็งซ์ เดอ ตูนิส มี 3 คะแนนเท่ากัน

ในนัดที่ 3 เชลซี กับ เอสเปแร็งซ์ จะเจอกันเองด้วย โดยทาง เชลซี มีสถานการณ์ดีกว่า เพราะแค่ได้ผลเสมอเป็นอย่างน้อยก็จะทำให้พวกเขาเข้ารอบได้ จากการที่ตอนนี้มีผลต่างประตูได้-เสีย ดีกว่าทีมจากตูนิเซีย

ต่อกันที่ กลุ่ม อี ในกลุ่มนี้ อุราวะ เร้ดส์ ตกรอบแน่นอนแล้วเมื่อยังไม่มีแต้มเลย ขณะที่ ริเวอร์ เพลท, อินเตอร์ มิลาน และ มอนเตอร์เรย์ อยู่ในอันดับ 1, 2 กับ 3 ตามลำดับ และต้องมาลุ้นตั๋วเข้ารอบกัน โดยที่ ริเวอร์ เพลท กับ อินเตอร์ ต่างก็มีอยู่ 4 แต้ม ส่วนของ มอนเตอร์เรย์ มี 2 คะแนน

ในนัดสุดท้าย อินเตอร์ มิลาน กับ ริเวอร์ เพลท จะเจอกันเอง ส่วน มอนเตอร์เรย์ จะเจอกับ อุราวะ ซึ่งทาง มอนเตอร์เรย์ ต้องเอาชนะให้ได้เป็นอันดับแรก และลุ้นให้ผลการแข่งขันอีกคู่เป็นใจกับพวกเขา หากหวังที่จะเข้ารอบ

ในส่วนของกลุ่ม เอฟ จ่าฝูงคือ ฟลูมิเนนเซ่ ที่มีอยู่ 4 คะแนน โดยที่จริง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็มีแต้มเท่ากับพวกเขา แต่ทีมจากบราซิลมีผลต่างประตูได้-เสีย อยู่ที่ +2 ลูก ขณะที่ของ ดอร์ทมุนด์ อยู่ที่ +1 ตามมาด้วย มาเมโลดี้ ซันดาวน์ส ที่ทำไป 3 คะแนน ส่วนบ๊วยของกลุ่มคือ อุลซาน เอชดี จากเกาหลีใต้ ที่ไม่มีแต้มเลยและตกรอบชัวร์แล้ว

ในนัดปิดฉากของกลุ่มนี้ ฟลูมิเนนเซ่ จะได้เจอกับ มาเมโลดี้ ซันดาวน์ส ส่วน ดอร์ทมุนด์ จะชนกับ อุลซาน โดยต้องจับตาดูว่าบทสรุปจะเป็นยังไง เพราะแม้กระทั่ง ฟลูมิเนนเซ่ กับ ดอร์ทมุนด์ ต่างก็ยังมีโอกาสตกรอบอยู่

กลุ่ม จี แทบไม่มีอะไรต้องลุ้นแล้ว เพราะทั้ง ยูเวนตุส กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กอดคอกันเข้ารอบเรียบร้อยด้วยผลงาน 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดทั้งคู่ ส่วน วีดาด กับ อัล-ไอน์ ก็การันตีกลับบ้านแน่นอน เหลือเพียงนัดสุดท้ายที่ต้องลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์กลุ่ม โดยที่ ยูเวนตุส กับ แมนซิตี้ จะเจอกันเองด้วย

สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้นั้น ยูเวนตุส กับ แมนซิตี้ มีผลต่างประตูได้-เสีย อยู่ที่ +8 ลูกเท่ากัน แต่ฝั่ง ยูเวนตุส อยู่ในอันดับดีกว่าจากเงื่อนไขจำนวนประตูที่ทำได้ เพราะพวกเขายิงไปแล้ว 9 ลูก ส่วนฝั่ง แมนซิตี้ ทำไปแล้ว 8 ประตู นั่นหมายความว่าในนัดสุดท้าย ยูเวนตุส ขอแค่ผลเสมอเป็นอย่างต่ำก็จะได้เป็นแชมป์กลุ่ม

ปิดท้ายที่กลุ่ม เอช เรอัล มาดริด กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มีอยู่ 4 คะแนนเท่ากัน แต่ทาง มาดริด มีผลต่างประตูได้-เสียอยู่ที่ +2 ลูก ส่วนของ ซัลซ์บวร์ก อยู่ที่ +1 ลูก ทำให้ มาดริด เป็นจ่าฝูงในตอนนี้ ตามมาด้วย อัล-ฮิลาล ที่เก็บได้ 2 คะแนน ขณะที่ ปาชูก้า ซึ่งยังไม่มีแต้มเลยนั้นตกรอบแน่นอนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทั้ง เรอัล มาดริด และ ซัลซ์บวร์ก ต่างก็ยังมีโอกาสตกรอบทั้งคู่ โดยนัดสุดท้ายพวกเขาจะเจอกันเองอีกต่างหาก ขณะที่ อัล-ฮิลาล ซึ่งจะเจอกับ ปาชูก้า ต้องเอาชนะเกมของตัวเองให้ได้ก่อน แล้วหวังให้อีกสนามมีผลการแข่งขันที่เป็นใจกับพวกเขา

เรียกได้ว่าสถานการณ์ในหลายกลุ่มยังน่าลุ้นอยู่ และต้องรอดูว่าท้ายที่สุดแล้ว 16 ทีมที่จะได้ไปต่อในรอบน็อกเอาต์จะมีใครบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...