โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลทหารไทยหลังรัฐประหาร 2557 กับข้อถกเถียงเรื่องความยุติธรรมในสังคมพลเรือน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.37 น.
เปิดสถิติคดีพลเรือนในศาลทหารไทยหลังรัฐประหาร 2557 พบกว่า 90% เป็นคดีอาวุธปืน พร้อมวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านกระบวนการและสิทธิขั้นพื้นฐานในระบบตุลาการแบบปิด

เมื่อศาลไม่เท่ากันในสังคมเดียวกัน

ในขณะที่ประชาชนทั่วไปคุ้นเคยกับศาลยุติธรรมในฐานะกลไกหลักของรัฐในการวินิจฉัยข้อพิพาทและพิพากษาคดีอาญา แต่ในบางห้วงเวลาทางการเมืองของไทย ศาลทหารกลับกลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่พลเรือนจำนวนมากต้องขึ้นศาลโดยไม่ใช่เพราะตนเป็นทหาร หากแต่เป็นผลจากบริบทการปกครองภายใต้กฎอัยการศึกและประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังรัฐประหารในปี 2557

บทความนี้ชวนสำรวจความซับซ้อนของศาลทหารไทยในฐานะเครื่องมือของอำนาจรัฐ การเปลี่ยนแปลงเชิงสถิติ และประเด็นปัญหาที่สังคมยังตั้งคำถามถึงความยุติธรรมภายใต้ระบบตุลาการพิเศษ

บริบทและอำนาจของศาลทหาร

ศาลทหารถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 โดยมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับกำลังพลและบุคคลที่อยู่ในอำนาจของกองทัพเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงภาวะไม่ปกติ เช่น การประกาศกฎอัยการศึก หรือรัฐประหาร อำนาจศาลทหารอาจถูกขยายให้ครอบคลุมพลเรือน โดยอาศัยประกาศของฝ่ายบริหารหรือผู้มีอำนาจทางทหาร

การดำเนินคดีในศาลทหารมีลักษณะเฉพาะ เช่น ใช้ตุลาการทหารเป็นผู้พิจารณาคดี การจำกัดสิทธิอุทธรณ์ในบางช่วงเวลา และการพิจารณาที่ไม่เปิดเผยในระดับเดียวกับศาลยุติธรรมทั่วไป ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเรื่องมาตรฐานเดียวของกระบวนการยุติธรรมในสังคมประชาธิปไตย

สถิติพลเรือนในศาลทหารหลังรัฐประหาร

ข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและกรมพระธรรมนูญ ระบุว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2557 ถึงพฤศจิกายน 2559 มีพลเรือนอย่างน้อย 2,177 คน ต้องขึ้นศาลทหารในคดีจำนวน 1,716 คดีทั่วประเทศ

เมื่อแยกตามประเภท พบว่า

  • คดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มีสัดส่วนสูงถึง 91.9% หรือ 1,577 คดี
  • คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ม.112) อยู่ที่ 86 คดี
  • คดียุยงปลุกปั่น (ม.116) อย่างน้อย 9 คดี
  • คดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. อีก 44 คดี

ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่า แม้ศาลทหารจะถูกมองว่าเกี่ยวพันกับคดีการเมืองในเชิงภาพลักษณ์ แต่ในทางสถิติ คดีที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธกลับมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า

ปัญหาความล่าช้าและข้อจำกัดเชิงสิทธิ

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าวิเคราะห์คือ ความล่าช้าในการพิจารณาคดีของศาลทหาร ซึ่งเกิดจากการที่ไม่มีการนัดพิจารณาอย่างต่อเนื่อง พยานในคดีมักเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งติดภารกิจราชการ อีกทั้งระบบการจัดสรรเวลาในศาลทหารไม่มีความเป็นอิสระเท่าศาลยุติธรรม ส่งผลให้จำเลยต้องใช้เวลาหลายปีในกระบวนการ โดยเฉพาะในคดีที่มีความสำคัญทางการเมืองหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออก

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ ตั้งแต่การออกหมายจับ การเปิดเผยข้อมูลคดี จนถึงการเข้าร่วมเป็นโจทก์ของพลเรือน ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ในช่วงเวลาปกติ พลเรือนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กองทัพไม่มีสิทธิฟ้องคดีในศาลทหารเอง ต้องผ่านอัยการทหารเท่านั้น

ความเคลื่อนไหวด้านนิติบัญญัติ พลเรือนเป็นโจทก์ได้หรือไม่?

ล่าสุดในปี 2568 รัฐบาลมีแผนเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารฯ โดยเปิดทางให้พลเรือนสามารถฟ้องคดีเองในศาลทหารได้ในบางกรณี รวมถึงเปิดสิทธิในการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเท่าเทียมกับระบบศาลยุติธรรมทั่วไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา

ข้อเสนอเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการทบทวนบทบาทของศาลทหารให้เหมาะสมกับหลักนิติธรรมและมาตรฐานสิทธิมนุษยชน แต่ก็ยังมีแรงต้านจากฝ่ายความมั่นคงที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

เมื่อความยุติธรรมมีหลายบรรทัดฐาน

ระบบศาลทหารไม่ใช่สิ่งผิดปกติในตัวมันเอง ประเทศจำนวนไม่น้อยมีระบบตุลาการทหารไว้รองรับคดีเฉพาะทางในกองทัพ แต่ในบริบทของไทย การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารในช่วงเวลาที่ไม่มีสงครามหรือภัยพิบัติร้ายแรง ก่อให้เกิดคำถามพื้นฐานต่อหลักการถ่วงดุลอำนาจและความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

การถอดบทเรียนจากช่วงหลังรัฐประหาร 2557 จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสถิติหรือความเร็วในการพิจารณาคดี แต่คือการตั้งคำถามว่าศาลในประเทศหนึ่งควรมีมาตรฐานที่เสมอกันหรือไม่ และรัฐควรใช้กลไกพิเศษเช่นศาลทหารกับพลเรือนเมื่อใดและอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...