โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“USDAILY” กองทุน “Daily Fixed Income” ตอบโจทย์ “สายเซฟ” มั่นคง ผันผวนต่ำ สภาพคล่องดี... โอกาสรับผลตอบแทนสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

โดย: บลจ.ยูโอบี

“ผลตอบแทนสูง” แต่ “ความเสี่ยงต่ำ” มีอยู่จริง?
“สหรัฐ” เป็นประเทศมีเครดิตเรทติ้งจาก “S&P Global Ratings” อยู่ที่เรตติ้ง AA+ โดยดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 4.25-4.50% ในขณะที่ “ไทย” เรทติ้ง BBB+ ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% (ที่มา: worldgovernmentbonds.com, ณ วันที่ 25 มิ.ย. 25)
“สหรัฐ” เครดิตเรทติ้งดีกว่า แถมผลตอบแทนยังดีกว่า “ไทย”…แปลก แต่จริง !!!
นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง “โอกาสการลงทุน” ที่ไม่ควรละเลยแต่ประการใด โดยเฉพาะนักลงทุน “สายเซฟ” ที่มองหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี และผันผวนต่ำ
เพราะผลกระทบจาก “ภาษีสหรัฐ และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงทำให้เศรษฐกิจไทยเองมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) ก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงเหลือ 1.8% (จากเดิม 2.8%)
และตลาดคาดว่ามีโอกาสที่ “ธปท.” จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในไทยมีโอกาสปรับตัวลงอีก ไม่นับรวม “ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์” ของแบงก์ใหญ่ที่ปัจจุบันก็ต่ำอยู่แล้ว ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% เท่านั้น (ที่มา: bot.or.th, ณ วันที่ 25 มิ.ย. 25)
เคล็ดลับความสำเร็จในการลงทุน ไม่ใช่เพียง “การสร้างผลตอบแทน” ที่ดีเท่านั้น แต่ “การกระจายการลงทุนและการปกป้องเงินลงทุน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดการลงทุน “ผันผวนสูง” เช่นในปัจจุบัน
จะดีแค่ไหน?…ถ้าสามารถลงทุนใน “กองทุนตลาดเงิน” ที่มีความมั่นคงสูง ผันผวนต่ำ และโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ที่ดีกว่า ที่สำคัญยังมี “สภาพคล่องสูง” ซื้อขายได้ทุกวันทำการ คล้ายกับลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย
วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว กับ “USDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” โดย “บลจ.ยูโอบี” กองทุน“Daily Fixed Income” ที่ลงทุนและรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย

“ดอกเบี้ยสหรัฐ” ยังทรงตัว “ระดับสูง” แม้มีทิศทางขาลง…ทางเลือกที่ “น่าสนใจ” สำหรับนักลงทุน “สายเซฟ”

พร้อมการมาของ Donald Trump” นโยบายหลายๆ อย่างไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศแต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศของสหรัฐเองด้วย หนึ่งในนั้น คือ “เงินเฟ้อ” ที่อาจจะไม่ได้ลงง่ายเหมือนที่เคยประเมินกันไว้ก่อนที่ Trump” จะมา และทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองไปว่าดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้มจะ “ลงน้อยกว่า” และ “ลงช้ากว่า” ที่ตลาดคาดไว้ แม้ว่า Trump” จะอยากเห็นดอกเบี้ยลงมากกว่านี้ก็ตาม
ล่าสุดทาง “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ก็ออกมาคงอัตรา “ดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ระดับ 4.25 – 4.50% เพราะเศรษฐกิจด้านต่างๆ ทั้งด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของเอกชน ตลาดแรงงานยังคงแข็งแรง ส่วน “เงินเฟ้อ” น่าจะขึ้นไม่มากและไม่มีผลระยะยาว โดย Dot Plot” สะท้อนว่าในช่วง 2 ปีครึ่งข้างหน้า Fed ตั้งใจจะลดดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง (ปี 2025 - 2 ครั้ง, ปี 2026 - 1 ครั้ง, ปี 2027 - 1 ครั้ง)
“โดยคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะทยอยลดลงสู่ระดับ 3.9% ภายในสิ้นปี 2025 ก่อนจะลดลงต่อเนื่องเป็น 3.6% ในปี 2026 และ 3.4% ในปี 2027 สะท้อนมุมมองที่ยังคง ‘ผ่อนคลายแบบระมัดระวัง’ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง” (ที่มา: federalreserve.gov, ณ วันที่ 18 มิ.ย. 25)
แต่ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐก็ยังเป็นระดับที่ “สูงกว่า” ดอกเบี้ยนโยบายของไทยค่อนข้างชัดเจน !!!
จึงไม่น่าแปลกใจว่า…ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นทางเลือก บัญชีเงินฝากต่างประเทศ (FCD: Foreign Currency Deposit) ในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” จากหลายแบงก์มานำเสนอให้กับผู้มีเงินออมไทยกันมากขึ้น เพราะ “ดอกเบี้ยดีกว่า” เช่น 5% ต่อปี แต่ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องของ “อัตราแลกเปลี่ยน” อยู่นั่นเอง ซึ่งผู้ฝากจะต้องรับความเสี่ยงในส่วนนี้เอาไว้เอง
นั่นสะท้อนถึง “โอกาสที่ดีกว่า” ของผลตอบแทนที่จะได้รับ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงมากนักได้เป็นอย่างดี
นอกจากทางเลือกในฝั่งแบงก์อย่าง เงินฝาก FCD” แล้ว ในฝั่งของอุตสาหกรรมกองทุนเองก็มี “USDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” โดย “บลจ.ยูโอบี” กองทุน“Daily Fixed Income”ที่ลงทุนและรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย ให้เลือกลงทุนได้แล้วเช่นกัน

USDAILY” กองทุน “Daily Fixed Income” กองทุนแรกในไทย…ที่ลงทุนและให้ผลตอบแทนในสกุล “เงินดอลลาร์สหรัฐ”

ปัจจุบันนักลงทุนไทยให้ความสำคัญกับสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความมั่นคง นอกจากการกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์แล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศอย่างสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล
โดยเฉพาะการลงทุนใน “ตราสารตลาดเงิน” ของสหรัฐที่มีความมั่นคง มีสภาพคล่องที่สูง และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงเป็นอีกทางเลือกให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่มั่นคงและยังเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด“บลจ.ยูโอบี” ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล นำเสนอUSDAILY:กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” กองทุนDaily Fixed Income” กองแรกในไทยที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” เป็นการขยายโอกาสการลงทุนในตลาดเงิน เพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่สนใจ
“ที่สำคัญ กองทุน ‘USDAILY’ จะมีการ ‘ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน’ เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับใกล้เคียงกับผลตอบแทนของตราสารตลาดเงินในสหรัฐนั่นเอง”

4 “จุดเด่น” ของกองทุน “ USDAILY”…ฝีมือบริหารของ “State Street Global Advisors Europe Limited”

สำหรับUSDAILY:กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” เป็นกองทุนกลุ่ม Global Bond Fully F/X Hedge” ของบลจ.ยูโอบี “ความเสี่ยงระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลัก State Street USD Liquidity LVNAV Fund - Select Accumulating”
ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนใน “ตราสารตลาดเงิน และ/หรือตราสารหนี้”ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยทั้งในอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ตราสารเหล่านี้เป็นตราสารหรือหลักทรัพย์ที่สามารถโอนหรือเปลี่ยนมือได้ (Transferable Securities) และส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” โดยผลตอบแทนหลักของกองทุนมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งกองทุนหลักกำหนดกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ธนาคาร องค์กร และสถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่มี “อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นสูงสุด”
ทั้งนี้กองทุนหลักบริหารจัดการโดย State Street Global Advisors Europe Limited” ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “Central Bank of Ireland” (CBI)
โดยกองทุน USDAILY” มี 4 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ของกองทุน “Daily Fixed Income” ครบถ้วนประกอบด้วย

1) กองทุนหลักลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะสั้น” และมี “ความผันผวนต่ำ” ด้วยกรอบการลงทุนที่โฟกัสตราสารที่มี “อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นสูงสุด” พอร์ตล่าสุด (ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) มี อายุเฉลี่ยของตราสาร (Weighted Average Maturity)39 วัน ทำให้มีความผันผวนต่ำจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด สะท้อนผ่านมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนหลักได้เป็นอย่างดี
2) กองทุนหลักได้รับการจัด “อันดับความน่าเชื่อถือ” ในระดับดีมาก จากคุณภาพของตราสารที่กองทุนหลักลงทุน ทำให้กองทุนหลักได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง A จาก 3 สถาบัน ได้แก่ AAAmmf (Fitch), Aaa-mf (Moody’s) และAAAm (S&P)
3) เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงิน “USD” โดยกองทุน “USDAILY” มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ซึ่งในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงิน ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ กองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน หรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedge) เป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินสหรัฐในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” นั่นเอง
4) มี “สภาพคล่อง” ซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนภายใน T+5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV(โดยทั่วไปจะได้รับเงินภายใน T+1 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV) *
“ทั้งนี้ กองทุนหลักเองมี ‘สภาพคล่อง’ ดี พร้อมรับการไถ่ถอนจากนักลงทุนได้อย่างสบาย
(*ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน ปัจจุบัน T+1 (ไม่นับรวมวันหยุดต่างประเทศ) โดย บลจ.ยูโอบี จะชำระเงินค่าขายคืนในกรณีบัญชีต้นทางเป็นบัญชี FCD ของ KKP Bank เท่านั้น กรณีนอกเหนือจากเงื่อนไขดังกล่าวให้ระยะเวลาการชำระเงินค่าขายคืนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด)
ในภาวะที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกมี “ความผันผวนสูง” เช่นในปัจจุบัน กลยุทธ์การลงทุนที่ดี อาจไม่ใช่การแสวงหา “ผลตอบแทน” แต่คือการ “ปกป้องเงินต้น” เน้น “รอจังหวะ” แล้ว “พักเงิน” ไว้ในที่ปลอดภัยที่สำคัญยังให้ผลตอบแทนที่ดีจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเมื่อเงินทุนไม่เสียหาย เวลาโอกาสการลงทุนมาถึง…ก็สามารถนำไปลงทุนต่อยอดได้ทันที และสำหรับนักลงทุน “สายเซฟ” การมีทางเลือกในการลงทุนที่ไม่เสี่ยงมาก สภาพคล่องสูง และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากในประเทศในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน เชื่อว่ากองทุน “USDAILY” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนทุกคนได้เป็นอย่างดี
สามารถดูข้อมูล กองทุน “USDAILY” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00879/USDAILYผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง Derivatives เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน กรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนหรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged) กองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
สอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...