โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฉากทัศน์การเมืองไทยหลัง “แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.24 น.
ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว เปิดฉากวิกฤตการเมืองใหม่ จับตา 3 ทางออกในระยะเปลี่ยนผ่าน เสี่ยงกระทบงบฯ ปี 69 และเศรษฐกิจ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จากกรณีคำร้องที่อ้างอิงคลิปเสียงเกี่ยวข้องกับผู้นำต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้สะเทือนแค่เก้าอี้ผู้นำฝ่ายบริหาร แต่สั่นคลอนทั้งโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองในสายตาประชาชนและต่างชาติ

จุดเริ่มของความไม่แน่นอน

คดีนี้คล้ายกับที่เคยเกิดกับอดีตนายกฯ ประยุทธ์ (ปี 2565) และเศรษฐา (ปี 2566) ที่ถูกสั่งหยุดหน้าที่จากศาลในช่วงที่กำลังขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ปัญหาคือ ทุกครั้งที่เกิดกรณีแบบนี้ ประเทศจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งมักกินเวลาไม่น้อยกว่า 30-90 วัน

สามทางแยกบนเส้นทางการเมือง

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้จากนี้แบ่งได้เป็น 3 เส้นทางหลัก

  • ศาลยกคำร้อง แพทองธารกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ เสถียรภาพรัฐบาลอาจกลับมา แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนจะฟื้นหรือไม่ คืออีกเรื่อง

  • ศาลชี้ว่าขาดคุณสมบัติ รัฐบาลพ้นทั้งคณะ ต้องตั้งนายกฯ ใหม่ในสภา หากตกลงกันไม่ได้ อาจจบด้วยการยุบสภา

  • พรรคร่วมถอนตัว-ยุบสภา หากพรรคหลักหรือพรรคร่วมไม่เห็นพ้องเรื่องตัวนายกฯ คนใหม่ ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งมักมีต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจสูง

เศรษฐกิจไม่รอใคร

ระหว่างที่การเมืองชะลอ เศรษฐกิจกลับต้องการความชัดเจนโดยเร็ว

งบประมาณปี 2569 ที่มีมูลค่ากว่า 3.7 ล้านล้านบาท อาจเผชิญภาวะล่าช้าหรือเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ หากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ

นักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการลงทุนใหม่ จากรายงานของ JETRO กรุงเทพฯ พบว่า 54% ของนักลงทุนญี่ปุ่นในไทย ระบุว่า “เสถียรภาพทางการเมือง” คือปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2568 ลดลงเหลือ 46.5 จุด ต่ำกว่าค่ากลาง (50) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน (ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย)

รัฐบาลผสมที่ไม่ค่อยกลมกลืน

แม้รัฐบาลชุดนี้จะก่อตั้งขึ้นจากหลากพรรคเพื่อสร้างเสียงข้างมาก แต่ความหลากหลายนี้กลับทำให้เกิดแรงเสียดทานภายใน โดยเฉพาะเมื่อเจอจังหวะเปลี่ยนผู้นำกลางทาง

ชื่อของ "นายชัยเกษม นิติศิริ" ถูกหยิบยกขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ สำรอง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้รับความเห็นชอบจากพรรคร่วมทั้งหมดหรือไม่ หากแตกแถว โอกาสยุบสภาก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

วิกฤตนี้คือโอกาส?

หากจะมองวิกฤตเป็นโอกาส นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมไทยต้องทบทวนโครงสร้างอำนาจทั้งหมด ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ระบบพรรคการเมือง ไปจนถึงบทบาทขององค์กรอิสระและสถาบันนิติบัญญัติ

ขณะเดียวกัน นักการเมืองเองก็ต้องเลือกว่าจะรักษาเสถียรภาพระยะสั้นด้วยการประคองอำนาจ หรือจะเลือกวางระบบใหม่ที่ลดความเปราะบางในระยะยาว

ท้ายที่สุด ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร คนที่ต้องจ่ายราคาทางเศรษฐกิจ สังคม และโอกาส คือประชาชนทุกคน

การเมืองไทยกำลังอยู่ในห้วงเวลาเปลี่ยนผ่านอีกครั้งหนึ่ง คำถามคือ เราจะออกจากวังวนเดิมได้อย่างไร หรือสุดท้าย ทุกอย่างจะย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เหมือนที่ผ่านมา

วิกฤตอาจเปิดทางให้ตั้งคำถามที่ไม่เคยถาม และถ้ามีคำตอบใหม่ๆ เกิดขึ้นจากครั้งนี้ มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองที่มีอนาคตกว่าที่เคย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...