โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปวดส้นเท้า’ ต้องรีบรักษาก่อนลามทั่วร่าง

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 19.22 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
อาการปวดส้นเท้า หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็จะส่งผลกับส่วนอื่นของร่างกายได้ หากมีอาการเรื้อรัง ก็จะลามไปยังอาการปวดหลัง หรืออาจไปลงน้ำหนักขาและเท้าอีกข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้อเท้า

สุขภาพเท้าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับอวัยวะส่วนอื่นๆ หากเกิดอาการปวดเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดส้นเท้าส่งผลต่อการเดิน การยืน การเคลื่อนไหวของร่างกาย กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการดังกล่าว พร้อมทั้งวิธีป้องกันและดูแลเท้าของเรา

สาเหตุอาการปวดส้นเท้า

อาการปวดส้นเท้า หรือเจ็บบริเวณอุ้งเท้า สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากกล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวายตึง ร่วมกับตึงมาจนถึงฝ่าเท้า ทำให้มีแรงกระแทก ไปที่จุดเกาะเอ็นของส้นเท้าเยอะขึ้น เกิดการอักเสบของส้นเท้าและฝ่าเท้า มีอาการเจ็บเวลาวิ่ง หรือเดินนาน ๆ ได้ หลายคนมีอาการเจ็บตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง

สาเหตุอื่นๆ ยังมาจากการที่แรงและความทนทานของกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า ฝ่าเท้าที่ไม่แข็งแรง ทำให้เมื่อเริ่มวิ่งไปสักระยะ ไม่สามารถพยุงการลงน้ำหนักของเท้า หรือลดแรงกระแทกที่ส้นเท้าและฝ่าเท้าไม่ไหว เกิดการอักเสบของส้นเท้าและฝ่าเท้าตามมาได้

มักเกิดอาการกับคนที่เตรียมตัวในการวิ่งมาไม่ดีนัก เช่น มีการยืดเหยียด อบอุ่นร่างกายไม่พอ หยุดออกกำลังกายมานาน แล้วเริ่มในระยะทางหรือความเร็วที่มากเกินกำลังของกล้ามเนื้อ หรือคนที่กำลังท้าทายตัวเองตั้งเป้าหมายการวิ่งระยะยาวโดยที่ร่างกายยังไม่พร้อม ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บส้นเท้าได้

การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม กับการลงน้ำหนัก และรูปแบบการวิ่งของแต่ละบุคคล ถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ เช่น รองเท้า ที่มีหน้ารองเท้าเเคบเกินไป จนมีการกระจายน้ำหนักที่เท้าไม่ดี หรือเเผ่นรองเท้าที่บางเกินไป ไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ เป็นต้น

ถ้าหากไม่ดูแลรักษา

อาการปวดส้นเท้า หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็จะส่งผลกับส่วนอื่นของร่างกายได้

-เมื่อเริ่มมีอาการปวด คนส่วนมากมักมีพฤติกรรมการเดินโดยการตะแคงเท้าข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้การลงน้ำหนักเท้าถูกย้ายไปที่ส่วนต่างๆ เช่น ข้อเท้า น่อง เข่า สะโพก

-ในกรณีที่อาการเรื้อรัง ก็จะลามไปยังอาการปวดหลัง หรืออาจไปลงน้ำหนักขาและเท้าอีกข้างหนึ่ง การลงน้ำหนักที่ไม่ถูกวิธี ส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้อเท้า เข่า ตามมาในระยะยาวได้

การป้องกันอาการปวดส้นเท้า

การป้องกันที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากพฤติกรรมการเตรียมตัว

-ทุกครั้งก่อนออกวิ่ง ควรวอร์มและยืดเส้นร่างกายให้พร้อมให้รู้สึกคล่องตัวก่อนเริ่มวิ่ง

-หลังจากวิ่งเสร็จ ต้องมีการคูลดาวน์ทุกครั้ง ให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว

-การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้าของเรา ควรเลือกรองเท้าที่มีความกว้างพอดีกับหน้าเท้า มีพื้นรองเท้าที่หนานุ่มเพียงพอที่จะรับแรงกระแทกได้ ไม่บางจนเกินไป ในบางรายที่มีรูปเท้าที่ผิดปกติ อาจต้องสั่งทำแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยกระจายแรงกดที่ส้นเท้าและฝ่าเท้า วิธีสังเกตง่ายๆว่า พื้นรองเท้ามีความเหมาะสม คือ ต้องไม่มีอาการเจ็บเวลาเดิน

การดูแลเมื่อเกิดอาการปวดส้นเท้า

-ในรายที่มีการอักเสบค่อนข้างเยอะ ระยะแรก ควรใส่รองเท้าที่มีพื้นรองเท้า ที่เหมาะสมทุกครั้งที่มีการเดิน ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เป็นการช่วยลดการกระแทกและการอักเสบในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันได้ดี ช่วยลดการอักเสบได้เร็วขึ้น

-หากอาการเป็นเยอะไม่หาย แนะนำให้ตรวจประเมินกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อหาสาเหตุ วางแผนการรักษา ร่วมกับทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการปวด และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...