โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พปชร.เตือนคลังออก G-Token เสี่ยงขัดกฎหมาย ห่วงข้าราชการรับผิดเต็ม ๆ

The Reporters

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.08 น.

พปชร.เตือนคลังออก G-Token เสี่ยงขัดกฎหมาย ห่วงข้าราชการรับผิดเต็ม ๆ ชี้ ไม่มีนิยามใดในกฎหมายเข้าข่ายให้ออกสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเอกสารแห่งหนี้

วันนี้ (15 พ.ค. 68) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและกรรมการบริหาร พปชร. กล่าวว่า กรณีที่กระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรีจะออกพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบโทเคนดิจิทัล G-Token เตือนให้ข้าราชการกระทรวงการคลังระวังจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ในกรณีที่กระทรวงการคลังตีความว่า การออกโทเคนดิจิทัลซึ่งสามารถทำได้ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 เข้าข่ายปฏิบัติถูกต้องตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 นั้น ไม่น่าถูกต้อง เพราะในการออกพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ในปี พ.ศ. 2548 เมื่อ 20 ปีก่อน ยังไม่มีเรื่องเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เพิ่งจะมีพระราชกำหนดในปี พ.ศ. 2561

รวมทั้งการพิจารณาในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 จะเห็นคำนิยามสำหรับ ตราสารหนี้ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน และพันธบัตร ซึ่งล้วนเป็นเอกสารแห่งหนี้ แต่ไม่มีสิ่งใดที่สามารถตีความได้ว่า เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเลย

ส่วนการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ ครม. ว่าสามารถใช้มาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ในการออกโทเคนดิจิทัล G-Token ได้นั้น ก็น่าจะเป็นการตีความที่ผิด เพราะมาตรานี้บัญญัติว่า “การกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้จะทำเป็นสัญญาหรือออกตราสารหนี้หรือวิธีการอื่นใดก็ได้” คำว่า “วิธีการอื่นใด” ย่อมต้องหมายถึงวิธีการที่มีเอกสารแห่งหนี้เช่นเดียวกับเอกสารสัญญาหรือตราสารหนี้

แต่ทั้งนี้ ถึงแม้นิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กำหนดให้เป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือในการได้มาซึ่งสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง แต่ก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่แสดงสิทธิ ไม่ได้มีสภาพเป็นเอกสารแห่งหนี้

ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ครม. อาจจะรอดจากความผิด เพราะในมติที่อนุมัติ มีการระบุว่าให้เป็นไปตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 แต่ผู้ที่ต้องรับความเสี่ยงเต็มที่ ก็คือข้าราชการ กระทรวงการคลังนั่นเอง ดังนั้น จึงขอแนะนำว่า ข้าราชการควรเสนอเรื่องแย้งเพื่อให้รัฐมนตรีคลังเป็นผู้สั่งการในเรื่องดังกล่าว และเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...