โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงแรมหวั่นจีนวูบ 30% ทุบอัตราเข้าพักหด วอนรัฐลดต้นทุนเร่งกระตุ้นเที่ยวไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 19.25 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 21.14 น.

โรงแรมหวั่นจีนวูบ 30% ทุบอัตราเข้าพักหดเหลือ 52% วอนรัฐลดต้นทุนเร่งกระตุ้นเที่ยวไทย

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ผลสํารวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนเมษายน 2568 จากผู้ตอบแบบสํารวจจํานวน 139 แห่ง พบว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนเมษายน อยู่ที่ 63% ลดลงจากเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลกับความไม่ปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในไทย สอดคล้องกับที่ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่คาดว่า ในไตรมาส 2/2568 จำนวนลูกค้าต่างชาติจะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยผู้ประกอบการประมาณ 1 ใน 4 คาดว่าลูกค้าจีนจะลดลงกว่า 30% เช่นเดียวกับราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันที่มีแนวโน้มปรับลดลง โดยคาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือนพฤษภาคมนี้ อยู่ที่ 52%

ด้านการจ้างงานในเดือนเมษายร ที่ผ่านมา สัดส่วนโรงแรมที่เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานลดลงจากเดือนก่อน ลดลงในทุกระดับดาวและทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และโรงแรมในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับโรงแรมที่ขาดแคลนแรงงาน ส่วนใหญ่จะกระทบเพียงคุณภาพการให้บริการ แต่ไม่กระทบกับความสามารถในการรองรับลูกค้า

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้มี 5 ข้อหลัก ได้แก่ 1. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภาครัฐให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย เพิ่มการจัดอีเวนต์ หรือการประชุม ให้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนา และแก้ไขภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย 2. มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ทั้งค่านํ้า ค่าไฟ ค่าพลังงาน และค่าแรง มาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา 3. มาตรการด้านการเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยตํ่าต่างๆ 4. มาตรการด้านแรงงาน การเพิ่มทักษะแรงงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นของขั้นตอนในการจ้างงานแรงงานต่างชาติ และ 5. มาตรการอื่น อาทิ พัฒนาระบบสาธารณูปโภค และควบคุมที่พักผิดกฎหมาย

“การท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายน 2568 ยังคงคึกคักและได้รับความนิยมในช่วง
เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ความน่าเป็นห่วงการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกผันผวน เศรษฐกิจจีนชะลอตัว รัฐบาลจีนมีนโยบายให้คนจีนเที่ยวในประเทศ รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ
ภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตอนนี้มีหลายเรื่อง ทั้งประเด็นการค้ามนุษย์ ภาพ
ความไม่ปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหว ประเด็นเกี่ยวกับคําว่า จีนเทา ล้วนถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์ สร้างความหวาดระแวงแก่นักท่องเที่ยวจีน ประเทศไทยกําลังเจอสงครามโซเชียลมีเดีย” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศอื่นมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงรุกอย่างหนักจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียเดินหน้าเชิงรุกทั้งในด้านการตลาด การลดต้นทุน และการปรับนโยบายเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ จึงหวังว่า การท่องเที่ยวในประเทศไทยเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการเติบโต มีตลาดใหม่มาทดแทน โดยเฉพาะมีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ด้วยศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยที่มีอยู่ ภาครัฐและผู้ประกอบการควรเร่งปรับลดข้อจํากัด ลดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง ยกระดับคุณภาพ ลดการเน้นปริมาณ เพื่อยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้เป็นทางเลือกลําดับแรก ๆ และคุ้มค่าที่จะกลับมาเที่ยวซํ้า เน้นย้ำว่า การรักษาความปลอดภัยและคุณภาพบริการยังคงเป็นปัจจัยสําคัญที่ต้องให้ความสําคัญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงแรมหวั่นจีนวูบ 30% ทุบอัตราเข้าพักหด วอนรัฐลดต้นทุนเร่งกระตุ้นเที่ยวไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...