โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐปลดนักการทูตกว่า 1,300 คน หลังศาลฯ ไฟเขียวทรัมป์เลย์ออฟใหญ่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 05.45 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 12.45 น.

รัฐบาลสหรัฐเริ่มเดินหน้าปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐครั้งใหญ่ ภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกาที่เปิดทางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถปลดข้าราชการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (U.S. State Department) เป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มกระบวนการดังกล่าว ด้วยการเลิกจ้างนักการทูตและพนักงานภายในประเทศรวมกว่า 1,350 คน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา

การปลดพนักงานในครั้งนี้ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนจำนวน 1,107 คน และเจ้าหน้าที่ระดับภายในประเทศอีก 246 คน และคาดว่าจำนวนเลิกจ้างทั้งหมดในเฟสแรกจะใกล้แตะ 3,000 คน รวมถึงผู้ที่ลาออกโดยสมัครใจ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปราะบาง ทั้งสงครามในยูเครน ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน–อิสราเอล และวิกฤตในฉนวนกาซาที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการลดกำลังพลทางการทูตอาจส่งผลต่อศักยภาพของสหรัฐในการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ถึงแม้ทางฝั่งทำเนียบขาวจะเน้นย้ำว่าแผนนี้เป็นการ “ลดขนาดรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ” ตามแนวทาง “America First” แต่บรรดานักวิจารณ์และอดีตนักการทูตต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจลดทอนอิทธิพลของสหรัฐในเวทีโลก

ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศก แห่งการจากลาที่กระทรวงฯ ในกรุงวอชิงตัน เจ้าหน้าที่จำนวนมากมาร่วมให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยมีการปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ และถือป้ายเขียนข้อความ ขอบคุณ ขณะที่อีกหลายคนเดินออกมาพร้อมกล่องสัมภาระและน้ำตา

รายงานข่าวระบุว่ารายการตรวจสอบการลาออกที่พนักงานได้รับ มีความยาว 5 หน้า พร้อมระบุให้คืนบัตรเข้าอาคารและตัดอีเมลสำนักงานภายในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน

โดยในกลุ่มที่ถูกปลด ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลการตั้งถิ่นฐานให้ชาวอัฟกันที่เคยร่วมงานกับรัฐบาลสหรัฐในช่วงสงคราม 20 ปี ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นสัญญาณอันตรายต่อความต่อเนื่องของนโยบายมนุษยธรรมและความน่าเชื่อถือของประเทศ

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐ เช่น กระทรวงพาณิชย์ เกษตร สาธารณสุข การคลัง และทหารผ่านศึก ได้จัดทำแผนลดจำนวนพนักงานไว้แล้ว แต่ต้องรอคำตัดสินจากศาลสูงที่เพิ่งยกเลิกคำสั่งระงับชั่วคราวของศาลชั้นต้นไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่าเป้าหมายคือการลดขนาดภาครัฐที่มีเจ้าหน้าที่พลเรือนกว่า 2.3 ล้านคนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าปรับลดอย่างน้อย 260,000 ตำแหน่งในระยะแรก ขณะที่ฝ่ายแรงงานและสหภาพข้าราชการกำลังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อปกป้องสิทธิแรงงานและบริการสาธารณะที่อาจได้รับผลกระทบ

แผนการปรับโครงสร้างภาครัฐครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดคน แต่ยังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการเมืองอเมริกัน ที่มีเดิมพันคือความมั่นคงของระบบราชการ และบทบาทของสหรัฐในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...