โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดสถิติหุ้นไทยช่วงการเมืองร้อนแรง กลยุทธ์ลงทุนต้องปรับอย่างไร?

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.43 น. • The Bangkok Insight

เปิดสถิติหุ้นไทยช่วงการเมืองร้อนแรง กลยุทธ์ลงทุนต้องปรับอย่างไร?

ในห้วงเวลาที่กระแสการเมืองไทยกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เสียงลือเรื่องการยุบสภาเริ่มดังกระหึ่มในหมู่นักลงทุน ซึ่งความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นมักทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนเสมอ SET Index ลงไปทดสอบระดับที่ต่ำกว่า 1,00 จุด แต่คำถามสำคัญคือผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในระยะยาวเป็นอย่างไร? แล้วเราควรกำหนดกลยุทะ์การลงทุนแบบไหนช่วงเวลานี้

บทความนี้จะพาคุณไปดูสถิติย้อนหลังของตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนและหลังการยุบสภา พร้อมกลยุทธ์ลงทุนล่าสุดจากนักวิเคราะห์ บล. ทิสโก้ (TISCO Securities) ที่เราสรุปข้อมูลมาฝาก

SET ก่อนและหลังยุบสภา มักผันผวนระยะสั้น แต่ฟื้นตัวเมื่อชัดเจน

ข้อมูลจาก TISCO Securities ชี้ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index มักเผชิญแรงกดดันในช่วงก่อนการยุบสภา โดยเฉลี่ย 3 เดือนก่อนการยุบสภา SET ปรับตัวลดลง 0.9% ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอน

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือหลังการยุบสภา ตลาดมักฟื้นตัวได้ดี โดยมีค่าเฉลี่ยการปรับขึ้นของดัชนีอยู่ที่ +1.2%

หุ้นไทย

หากเจาะลึกไปที่บางเหตุการณ์สำคัญ เช่น

ปี 1992 ยุคของ อานันท์ ปันยารชุน หลังยุบสภา ดัชนี SET พุ่งถึง 8.5%
ปี 1995 ยุคของ ชวน หลีกภัย ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น 7.1%
ตรงกันข้ามกับปี 2013 ยุคของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หุ้นไทยปรับลงแรงถึง 8.6% หลังยุบสภา

ภาพรวมสะท้อนว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลลบต่อตลาดในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์คลี่คลายและนำไปสู่ความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ตลาดมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี

ความผันผวนคือโอกาส หากเลือกหุ้นถูกกลุ่ม

TISCO Securities ประเมินว่า แม้ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะยังคงดำเนินอยู่ แต่โอกาสในการลงทุนก็ยังมีเช่นกัน โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มที่พึ่งพาปัจจัยต่างประเทศ หรือกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากวัฏจักรเศรษฐกิจโลกมากกว่าการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ กลุ่มที่โดดเด่น ได้แก่

1. หุ้น Global Play รับแรงหนุนจากต่างประเทศ
กลุ่มพลังงาน (ENERG), ปิโตรเคมี (PETRO) และอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) กำลังได้รับแรงสนับสนุนจาก ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง, การเร่งส่งออกสินค้า หลังห่วงโซ่อุปทานผ่อนคลาย และความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์

หุ้นเด่น คือ PTTEP, PTT, PTTGC, PRM, HANA

2. หุ้นเชิงรับ หลบความผันผวน
กลุ่ม ICT, Healthcare และ Food ที่มีรายได้มั่นคงและไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจหรือการเมืองมากนัก

หุ้นเด่น คือ ADVANC, BDMS, PR9, NSL

3. หุ้นปันผล เก็บสะสมช่วงตลาดอ่อนตัว
ในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังสูง นักลงทุนมักมองหาหุ้นปันผลเพื่อสร้างรายได้ระหว่างทางและลดความผันผวนของพอร์ต

หุ้นไทย

หุ้นเด่นคือ KTB, PTT, ADVANC, SIRI, BAM, MC, FM

แม้การเมืองจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในช่วงสั้น แต่หากมองผ่านความผันผวนไปยังความชัดเจนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง นักลงทุนที่เตรียมพร้อมและเลือกลงทุนในกลุ่มที่เหมาะสมอาจได้เปรียบกว่าผู้ที่รออยู่ข้างสนาม

โดยอาจใช้จังหวะนี้เลือกเก็บสะสมหุ้น Global Play และหุ้นปันผล เพื่อลดความเสี่ยงและยังสร้างโอกาสเติบโต สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ช่วงที่ตลาดอ่อนตัวจากความไม่แน่นอน อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องกลัว แต่อาจเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นดีในราคาที่น่าสนใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...