โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. ปรับแผนแก้ปัญหาคนจนเมือง-คนไร้บ้านเชิงรุก กระจายจุดแจกอาหารทั่วกรุง ติดตามดูแลรายบุคคล

THE STANDARD

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.51 น. • thestandard.co
กทม. ปรับแผนแก้ปัญหาคนจนเมือง-คนไร้บ้านเชิงรุก กระจายจุดแจกอาหารทั่วกรุง ติดตามดูแลรายบุคคล

วันนี้ (25 มิถุนายน) โกศล สิงหนาท ผู้อำนวยการเขตพระนคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาคนจนเมืองและคนไร้บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณถนนอัษฎางค์และตรอกสาเก โดยกทม. เตรียมปรับแผนการบริหารจัดการครั้งใหญ่ ด้วยการกระจายจุดแจกจ่ายอาหารจากผู้ใจบุญทั่วกรุง และยกระดับการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้านแบบรายบุคคลอย่างเป็นระบบ

โกศล ชี้แจงว่าประชากรในตรอกสาเกสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มคนจนเมือง ซึ่งมีประมาณ 400-500 คน เป็นผู้ที่มีปัญหาเศรษฐกิจ ตกงาน ต้องการอาหารหรือสิ่งของสำหรับตนเองและครอบครัว โดยกลุ่มนี้จะมาจากหลายพื้นที่ ไม่ใช่แค่เขตพระนครเท่านั้น และจะมารับของในช่วงเช้าแล้วกลับในช่วงเย็นหรือค่ำ ส่วนอีกกลุ่มคือ คนไร้บ้าน (Homeless) ที่นอนในที่สาธารณะ ซึ่งมีจำนวน 184 คน

เพื่อแก้ปัญหาการรวมตัวกันของคนจนเมืองเพื่อรับของแจกในพื้นที่พระนคร สำนักงานเขตพระนครได้หารือร่วมกับสำนักพัฒนาสังคมเพื่อพิจารณาแนวทางตามนโยบาย BKK Food Bank หรือธนาคารอาหาร โดยมีแผนจะ กระจายจุดแจกอาหารของผู้ใจบุญไปยัง 6 กลุ่มเขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยให้ทั้งผู้แจกและผู้รับได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

“เราต้องการให้ผู้ใจบุญไม่ต้องเดินทางมาถึงเขตพระนคร สามารถไปแจกในจุดที่สะดวกใกล้บ้านได้เลย ส่วนผู้รับก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง นำเวลาไปดูแลครอบครัวได้มากขึ้น” โกศล กล่าว

ปัจจุบัน กทม. กำลังรอความชัดเจนเรื่องจุดแจกอาหารที่แน่นอน โดยอาจจะกำหนดเป็นพื้นที่ในแต่ละเขตหรือตามวัดต่างๆ และจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป หากมีการกำหนดจุดที่ชัดเจนแล้ว เทศกิจเขตพระนครจะเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การแจกอาหารเป็นไปในจุดที่กำหนดเท่านั้น ในส่วนของเขตพระนครเอง พื้นที่ประปาแม้นศรี หรือ บ้านอิ่มใจ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อเป็นศูนย์รวมในการดูแลกลุ่มคนจนเมืองและคนไร้บ้านในอนาคต

สำหรับ กลุ่มคนไร้บ้าน ทั้ง 184 คน เขตพระนครได้ดำเนินการจัดทำ Wrist Band เพื่อบันทึกข้อมูล และจะดำเนินการดูแลคุณภาพชีวิตอย่างใกล้ชิดแบบ Case by Case (รายบุคคล) เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมได้จำแนกความช่วยเหลือเป็น 3 ระดับ ได้แก่:

  • สีแดง: ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ไม่มีใครดูแล เจ็บป่วย
  • สีเหลือง: มีความพิการบางส่วน แต่ยังสามารถดูแลตัวเองได้
  • สีเขียว: อาจมีที่อยู่แต่ไม่ได้อาศัย หรือมีงานทำแต่นอนในที่สาธารณะ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาไปแล้วประมาณ 8 ราย จาก 184 ราย ทำให้เหลือเป้าหมาย 176 ราย โดยนักสังคมสงเคราะห์จากฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ร่วมกับสำนักพัฒนาสังคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเจาะลึกดูแลแต่ละราย เพื่อลดจำนวนคนไร้บ้านให้เป็นศูนย์ในที่สุด
แนวทางการช่วยเหลือจะรวมถึงการส่งตรวจสุขภาพ, การส่งต่อไปยังบ้านมิตรไมตรีของ พม. เพื่อประเมินความประสงค์ และหากต้องการฝึกอาชีพก็จะส่งไปยังศูนย์ฝึกอาชีพของ พม. หรือ กทม.

โกศล เน้นย้ำว่า เขตพระนครกำลังมีความชัดเจนในแนวทางการแก้ไขปัญหา และเชื่อมั่นว่าหากดำเนินการได้ตามแผน พื้นที่พระนครจะไม่มีกลุ่มคนไร้บ้านหลงเหลืออยู่ หรือมีจำนวนน้อยที่สุด รวมถึงกลุ่มคนจนเมืองจะไม่รวมตัวกันรับของแจกในพื้นที่พระนครอีกต่อไป

“เราจะผลักดันให้คนที่นอนในที่สาธารณะตามแนวคลองคูเมืองเดิม เข้าสู่กระบวนการของเราที่ตรอกสาเก และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเทศกิจ ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ สำนักพัฒนาสังคม และ พม. ในการร่วมกันประชาสัมพันธ์และดำเนินการตามแผน” ผอ.เขตพระนครกล่าว

ปัจจุบัน เขตพระนครได้ดำเนินการนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ในบางจุด ซึ่งช่วยลดปัญหาการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ได้กว่า 70% และเทศกิจมีการตรวจตรากดดันตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่า บ้านอิ่มใจ ที่ประปาแม้นศรีจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการปัญหาคนไร้บ้านและคนจนเมืองในพื้นที่พระนครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กทม. และเขตพระนคร ขอขอบคุณทุกเครือข่ายที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...