ธปท.เพิ่มเป้า GDP ปี 68 โต 2.3% คาดครึ่งปีแรกโต 2.9% ครึ่งปีหลังชะลอตัว
#gdp #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.กสิกรไทย
.
ปรับคาดการณ์ GDP เหนือความคาดหมาย
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตามที่บล.กสิกรไทยคาดการณ์ไว้เช่นเดียวกับตลาด
บล.กสิกรไทยเชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนแอ ท่ามกลางความเสี่ยงเงินฝืด อาจส่งผลให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในช่วง ครึ่งปีหลัง 2568 ลงมาอยู่ที่ 1.50%
บล.กสิกรไทยยังคงมีมุมมองระวังต่อตลาด เนื่องจากมองว่า upside ยังจำกัด และไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่ยังมีความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคในช่วง ครึ่งปีหลัง 2568
.
กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามคาด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% เทียบกับการประชุมเมื่อเดือน เม.ย. ที่มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ย การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับที่บล.กสิกรไทยคาดการณ์ไว้และตรงกับความคาดหวังของตลาด
ทั้งนี้ กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์สินเชื่อที่อ่อนแอ และคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลง
ในบริบทดังกล่าว กนง. เห็นว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำยังคงเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยได้ถูกปรับลดลงมามากในช่วงที่ผ่านมา
กนง. จึงเลือกใช้แนวทางรอดูผล เพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการผ่อนคลายก่อนหน้า โดยให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิภาพของนโยบาย หลังพื้นที่เชิงนโยบายมีจำกัด
ดังนั้น กนง. จึงมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ในการประชุมครั้งนี้
.
ธปท. ปรับเพิ่มประมาณการ GDP เหนือความคาดหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP 2568เหนือความคาดหมาย จาก 2.0% เป็น 2.3%โดยให้เหตุผลว่าการส่งออกและการลงทุนแข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่ดัชนีชี้นำรายเดือนสะท้อนว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจไม่ได้อ่อนแออย่างที่กังวล โดย ธปท. คาดว่า GDP จะขยายตัว 2.9% YoY ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยเศรษฐกิจจะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งหลังของปี ซึ่งอัตราการเติบโตอาจลดลงเหลือเพียง 1.7% YoY จากผลของการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงก่อนหน้า การเติบโตเฉลี่ย QoQ คาดอยู่ที่ราว 0.1% ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม ธปท.มองว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่น่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากยังไม่พบสัญญาณชัดเจนของแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่รุนแรงเพียงพอ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีน 30%, จากประเทศในภูมิภาค 10%, และจากไทย 18%
.
คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
บล.กสิกรไทยเชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนแอ ท่ามกลางความเสี่ยงเงินฝืด อาจนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอย่างน้อย 25bps ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงมาอยู่ที่ 1.50%
กลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยงในประเทศหรือซื้อขายด้วยส่วนลดสูง เช่น กลุ่มพาณิชย์ อสังหา ICT การเงิน และโรงพยาบาล อาจได้ประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาหุ้นอาจเป็นเพียงช่วงสั้น เนื่องจากหุ้นที่เน้นปัจจัยในประเทศยังมีแนวโน้มอ่อนแอ
ดังนั้นอาจไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มการเงินซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันจากทั้งอุปสงค์สินเชื่อที่อ่อนแอ และคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลง
.
ตลาดรีบาวด์หลังการประเมินมูลค่าปรับลดลงสู่ระดับที่ต่ำมาก
ในเชิงภาพรวมตลาด ดัชนี SET ฟื้นตัวแรง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับลงไปแตะระดับแนวรับทางจิตวิทยาที่บริเวณ 1,050/55 จุด ตามที่บล.กสิกรไทยคาดไว้
ซึ่งสอดคล้องกับระดับ PB ที่ 1.0 เท่า หรือส่วนลด -2SD จากค่าเฉลี่ยระยะยาว
อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้า บล.กสิกรไทยยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาด เนื่องจากความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
โดยบล.กสิกรไทยคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,095–1,130 จุดในระยะสั้น ระหว่างรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน
บล.กสิกรไทยเชื่อว่าความสนใจของตลาดจะเริ่มเปลี่ยนจากการเมืองในและต่างประเทศไปที่การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งมีเส้นตายสำคัญในวันที่ 9 ก.ค. นี้
ดังนั้น ในช่วงนี้ ความเชื่อมั่นของตลาดอาจยังผันผวน หากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่หรือความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการเจรจาการค้า
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้