โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พิษสงคราม 'ตะวันออกกลาง' กองทุนน้ำมันฯ ลดเก็บเงินวันละ 250 ล้าน ตรึงราคา!

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบได้ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 72.50 ดอลลาร์/บาร์เรล น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 85.44 ดอลลาร์/บาร์เรล และน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 88.02 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ และค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ตามบทบาทของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาพลังงานของประเทศเมื่อเกิดวิกฤตด้านราคาพลังงาน ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ต้องเข้ามาดูแลราคาน้ำมันในประเทศอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล 70 สตางค์/ลิตร โดยใช้กลไกอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพ และพยุงราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้กระทบกับความต่อเนื่องในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ในระยะยาว

โดยสำหรับการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันทุกชนิด (รวมถึงน้ำมันเตา) ลดลงประมาณวันละ 74.41 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 241.64 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 167.23 ล้านบาท

จากการตอบโต้ของอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงผันผวนอย่าต่อเนื่อง กบน.ได้มีมติครั้งที่ 2 วันที่ 17 มิ.ย. 2568 ปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 50 สตางค์/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป เพื่อช่วยตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคขนส่ง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นและผันผวน

ซึ่งจากข้อมูล ณ วันดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 72.89 ดอลลาร์/บาร์เรล (จากเดิม 72.50 ดอลลาร์) ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นชัดเจนที่ 90.28 ดอลลาร์/บาร์เรล (จากเดิม 88.02 ดอลลาร์) ขณะที่น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 85.14 ดอลลาร์/บาร์เรล (ลดลงจากเดิม 85.44 ดอลลาร์) สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ และสร้างความผันผวนในตลาดพลังงานของโลก

ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซล ลดลงประมาณวันละ 31.07 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 94.04 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 62.97 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซินยังคงเท่าเดิม และอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม

ล่าสุด การประชุม กบน. วันที่ 19 มิ.ย. 2568 นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกบน.มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งที่ 3 สำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 70 สตางค์/ลิตร เพื่อช่วยพยุงราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการไม่ให้ปรับขึ้นราคา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป

สำหรับมติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 75.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 93.98 ดอลลาร์/บาร์เรล และน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 87.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตาม

"การลดอัตราเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซล ลดลงประมาณวันละ 43.50 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 62.97 ล้านบาท เหลือรายรับประมาณวันละ 19.47 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม"

ล่าสุด วานนี้ (20 มิ.ย. 2568) ที่ประชุมประชุมกบน. มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลลงอีก 65 สตางค์/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกล่าสุดจากฝความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดน้ำมันดิบดูไบ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.90 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล ปรับสูงขึ้นอีกครั้ง อยู่ที่ 97.51 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 88.68 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ ที่ กบน.มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ ให้กับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 16–17 มิ.ย.2568 และ 19 -20 มิ.ย.2568 โดยใช้เงินช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซล เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้ปรับขึ้น ซึ่งจากมาตรการล่าสุด ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล ปัจจุบันกลับมาติดลบ อยู่ที่วันละ 20.73 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซิน ยังคงอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม

สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2568 ติดลบอยู่ที่ 36,268 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 8,244 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 44,512 ล้านบาท จากเดิมที่เคยติดลบทะลุ 1.3 แสนล้านบาท เมื่อช่วงปี 2565 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ รวมถึงปัญหาโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้ดีมานด์ซัพพลายไม่สมดุล ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก

และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ทำให้กองทุนน้ำมันฯ เริ่มเก็บเงินเข้ากองทุนฯ และพยุงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้สูงมากจนเกินไป พร้อมกับกู้เงินเข้ามาเสริมสภาพคล่องรวมทั้งหมด 105,333 ล้านบาท โดยปัจจุบันเหลือหนี้เงินกู้ที่ 54,860 ล้านบาท ซึ่งจากทิศทางเหมือนจะเริ่มดีขึ้น สามารถเก็บเงินเข้าบัญชีได้ แต่เมื่อเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้องลดการจัดเก็บเงินเข้าบัญชีถึง 4 ครั้งใน 1 สัปดาห์รวม 2.55 บาท เฉลี่ยครั้งละประมาณ 60-70 ล้านบาท จึงเป็นเงินที่ลดจัดเก็บเข้ากองทุนต้องหายไปวันละประมาณ 250 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...