โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจฟื้นช้ากดดัชนีเชื่อมั่นฯดิ่งต่ำสุดรอบ 27 เดือน

The Better

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.50 น. • THE BETTER
เตือนรัฐบาลเร่งใช้งบ 1.57 แสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นกำลังซื้อ เชียร์ปัดฝุ่น’คนละครึ่ง’ ห่วงไตรมาส 3 ไร้เครื่องมือพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่ท่องเที่ยวต้องแก้ปมร้อนโซเชียลเรื่องความปลอดภัย

ร.ศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม 2568 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 55.4 เป็น 54.2 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 27 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการ เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าจากนโยบาย Trump 2.0 และรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้นโนบายการเงินผ่อนคลายจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% โดยแต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าและการเข้าถึงสินเชื่อลำบาก

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 48.1 51.9 และ 62.7 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนเมษายน ที่อยู่ในระดับ 49.3 53.0 และ 63.9 ตามลำดับ

การที่ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ และค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 39.8 เป็น 38.8 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลงจากระดับ 62.9 มาอยู่ที่ระดับ 61.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แสดงว่า ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นของบริโภคลดลงได้ในอนาคตหากสงครามการค้ารุนแรงขึ้นและเศรษฐกิจไม่สามารถจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ร.ศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ดัชนีเชื่อมั่นฯอยู่ในช่วงขาลงจากปัจจจัยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและยังไม่เห็นความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงบ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องรีบใช้เงินให้เร็วเพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ และการจ้างงาน ไม่เช่นนั้นจะขาดเครื่องมือดูแลเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส3 เพราะส่งออกอาจไม่ขยายตัวเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ หลังหมดเวลาในการเลื่อนการบังคับภาษีสหรัฐและยังไม่เห็นความชัดเจนของการเจรจาในแต่ละประเทศ ขณะที่ท่องเที่ยวต้องพยายามไม่ให้นักท่องเที่ยวน้อยกว่าปีที่ผ่านมา 35 ล้านคน โดยเฉพาะฟื้นนักท่องเที่ยวตลาดจีนกลับมาให้ได้

“สิ่งที่ต้องเร่งตอนนี้คือรีบใช้งบ 1.57 แสนล้านบาทให้ทั่วประเทศ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ควรมีมาตรกรเติมกำลังซื้อให้ประชาชน ซึ่งรัฐได้ใช้มาตรการเที่ยวคนละครึ่งแล้ว มาตรการคนละครึ่งก็เป็นนโยบายที่ทำให้เกิดกระตุ้นเร็ว รวมถึงการดูแลเยียวยาผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...