“Loewe” แบรนด์เก่าแก่สุดในอาณาจักร LVMH แต่กลับฮอตที่สุดในปี 2025
เมื่อพูดถึงแบรนด์หรู หลายคนคงต้องนึกถึงกลุ่มบริษัท LVMH หรือที่ทุกคนคุ้นเคยในชื่อ หลุยส์ วิตตอง แต่ภายใต้บริษัทแห่งนี้เต็มไปด้วยแบรนด์หรูหราหลายสัญชาติที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
และหากจะถามหาแบรนด์หรูภายใต้ LVMH ที่ฮอตฮิตและเป็นที่พูดถึงที่สุดในช่วงปี 2025 คงหนีไม่พ้น “Loewe” (โลเอเว่) ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยแพลตฟอร์มแฟชั่นระดับโลกอย่าง Lyst ให้เป็น “แบรนด์ฮอตที่สุดในไตรมาส 1/2025”
ในที่นี้อาจมีทั้งคนที่คุ้นเคยกับ Loewe ในฐานะแบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในบรรดาแบรนด์ทั้งหมดของ LVMH และอาจมีคนที่ไม่คุ้นหูกับชื่อนี้เท่าไรนัก วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่า อะไรทำให้ Loewe ยังคงเป็นแบรนด์ยอดฮิต ทั้งที่มีอายุยืนยาวราว 180 ปีเข้าไปแล้ว!
แบรนด์ที่ราชวงศ์สเปนทรงเลือก
จุดเริ่มต้นของ Loewe เกิดขึ้นที่กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ตั้งแต่เมื่อปี 1846 โดยช่างฝีมือชาวสเปนกลุ่มนี้ได้เปิดเวิร์กชอปเครื่องหนังบนถนนโลโบ (Lobo) หนึ่งในถนนที่คึกคักที่สุดของเมือง
ในช่วงแรก เวิร์กชอปแห่งนี้ผลิตสินค้าที่เป็นเครื่องหนังชิ้นเล็ก ๆ เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าเงิน กล่องบุหรี่ กล่องใส่เครื่องประดับ และกรอบรูป
ต่อมา “เอนริเก โลเอเว่ โรเอสเบิร์ก (Enrique Loewe Roessberg) ช่างฝีมือเครื่องหนังชาวเยอรมัน ซึ่งตั้งรกรากอยู่ในกรุงมาดริด รู้สึกประทับใจในความรู้ความชำนาญ และคุณภาพสินค้าของช่างฝีมือกลุ่มนี้ เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับเวิร์กชอปแห่งนี้ในปี 1872
ความแม่นยำและวิธีการทางเทคนิคของเอนริเกได้รับการบอมรับในหมู่เพื่อนร่วมงาน ทำให้เขากลายเป็นหัวหอกที่กุมบังเหียนของเวิร์กชอปแห่งนี้ และทุกคนตกลงกันว่า จะตั้งเฮาส์อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “Loewe”
เมื่อรวมกับความคิดสร้างสรรค์และฝีมือการประดิษฐ์เครื่องหนังที่ไม่เหมือนใครของกลุ่มช่างฝีมือชาวสเปน นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ Loewe
ในปี 1892 Loewe เปิดร้านค้าและเวิร์กชอปขนาดใหญ่บนถนนปรินซิพี (Príncipe) หนึ่งในถนนสายแฟชั่นสุดเก๋ของมาดริด ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรงงานผลิตสินค้าเครื่องหนัง” โดยผลิตสินค้าเครื่องหนังขนาดเล็กทุกประเภท และเริ่มออกแบบกระเป๋าถือสำหรับสตรี
วันหนึ่งผลงานของ Loewe ไปถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แห่งสเปน และพระมเหสี สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ยูจีนี และทั้งสองพระองค์ทรงชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ๆ นี้อย่างมาก โดยมักเสด็จมาที่ร้านบนถนนปรินซิพีด้วยพระองค์เองบ่อยครั้ง
ผลงานเครื่องหนังอันประณีตของ Loewe ได้รับการต้อนรับจากสตรีในราชสำนักที่มองหากระเป๋าถือที่หรูหรา โดยชิ้นงานมักจะทำด้วยหนังแปลกใหม่ เช่น หนังอิกัวนา และหนังจระเข้ ทำให้ผลงานของ Loewe น่าดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งในปี 1905 กษัตริย์และพระราชินีแห่งสเปนทรงมีพระบรมโองการแต่งตั้งให้แบรนด์ Loewe เป็น “ผู้จัดหาสินค้าให้แก่ราชสำนัก” หรือเป็นซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์นั่นเอง ซึ่งช่วยสร้างชื่อเสียงในด้านคุณภาพและงานฝีมือให้กับแบรนด์
ออกจากเซฟโซน
ความสำเร็จของ Loewe ในฐานะแบรนด์ที่แม้แต่พระบรมวงศานุวงศ์ยังทรงเลือกใช้ทำให้แบรนด์มีชื่อเสียงมากขึ้น และเริ่มขยายสาขาในประเทศสเปน
นอกจากนี้ ระหว่างปี 1945 ถึง 1978 โฆเซ เปเรซ เด โรซาส ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์ ได้สร้างหน้าต่างจัดแสดงสินค้าอันโด่งดังของ Loewe ด้วยการจัดแสดงแบบละครเวทีที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งหน้าต่างลักษณะนี้ยังคงเป็นจุดเด่นของร้านในบาร์เซโลนาในปัจจุบัน
ช่วงเวลานี้ Loewe ยังเริ่มมีความคิดที่จะก้าวออกจากเซฟโซนการทำแต่เครื่องหนังของตัวเอง โดยให้ความสนใจในตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่โอกาสยังไม่เป็นใครนัก เนื่องจากสเปนต้องเผชิญสงครามกลางเมือง ส่วนต่างประเทศก็ประสบกับสงครามโลกครั้งที่ 2
สเปนจมอยู่กับความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผลที่ตามมาของสงครามกลางเมืองส่งผลให้ นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก กลายเป็นผู้นำเผด็จการ และการยืนกรานของนายพลฟรังโกเกี่ยวกับความเป็นกลางของสเปนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สเปนกลายเป็นเอกเทศในช่วงนั้น คือไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครเลย
สถาoการณ์ดังกล่าวส่งผลทั้งดีและร้ายต่อ Loewe เพราะแม้ว่าการเป็นเอกเทศจะทำให้แบรนด์ไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้คนภายนอกสเปนก็ไม่สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
และนั่นทำให้กว่าที่ Loewe จะเปิดสาขาในต่างประเทศได้ต้องใช้เวลา โดยปี 1963 สามารถเปิดร้านค้าที่กรุงลอนดอนของอังกฤษได้สำเร็จ
ต่อมาในปี 1965 คอลเลกชันเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับผู้หญิงชุดแรกของ Loewe ที่ซุ่มพัฒนามานาน ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแฟชั่นโชว์ ทำให้ Loewe ซึ่งเดิมเป็นที่รู้จักในด้านสินค้าเครื่องหนังคุณภาพสูงและเครื่องประดับ เริ่มถูกพูดถึงในวงการเสื้อผ้า และดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น
คอลเลกชันเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับผู้หญิงของ Loewe ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกในช่วงทศวรรษ 1970 มีการเปิดตัวแบรนด์ Loewe ในเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งกรุงโตเกียวในปี 1973 และมีร้านค้าและผู้จัดจำหน่ายมากกว่า 30 แห่งทั่วเอเชีย
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ Loewe ขยายตัวไปสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น และขึ้นแท่นโกลบอลแบรนด์ในเวลาอันรวดเร็ว
Loewe ก้าวเข้าสู่โลกของน้ำหอมและเปิดตัวน้ำหอมสำหรับผู้หญิงรุ่นแรก “L de Loewe” ในปี 1972 และหลังจากนั้นก็เปิดตัวน้ำหอมรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เช่น Loewe Pour Homme (1974), Aire (1985), Esencia (1987), Aura (1994), Agua (2000), Solo (2004), 7(2010) และ Earth (2022) เป็นต้น
แม้จะออกจากเซฟโซนเดิม ๆ แต่ Loewe ไม่ได้ทิ้งรากฐานของตัวเอง และยังคงออกกระเป๋าหลายแบบ ที่โด่งดังและมีเอกลักษณ์ที่สุดคือ “Amazona” ที่เปิดตัวในปี 1975
กระเป๋ารุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน แม้ผ่านมา 50 ปี จนกลายเป็นกระเป๋าที่เหนือกาลเวลาและเป็นเอกลักษณ์ในโลกของแฟชั่นและเครื่องประดับหรู โดยยังคงมีให้เลือกหลายขนาด หลายสี และวัสดุ ทำให้เป็นเครื่องประดับอเนกประสงค์และคลาสสิกที่ดึงดูดใจผู้ชื่นชอบแฟชั่นได้หลากหลาย
Amazona ถูกออกแบบมาให้เป็นกระเป๋าแบบสะพายข้างที่จุของได้เพียงพอสำหรับสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ซิปพันรอบช่วยให้สามารถซ่อนสิ่งของจำเป็นเหล่านั้นได้แบบมีสไตล์ แผ่นเสริมมุมกระเป๋าเป็นโอกาสในการเสริมสร้างการใช้งานของกระเป๋าและทำให้กระเป๋าดูโดดเด่นด้วยหนังลูกวัวที่อ่อนนุ่ม
นอกจากนี้ Loewe ยังเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายเป็นครั้งแรกในปี 1983 ด้วย
เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร LVMH
จากนั้นในปี 1985 Louis Vuitton ซึ่งต่อมากลายเป็นกลุ่ม LVMH กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นของ Loewe ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว แบรนด์มีสาขาอยู่ในเมืองหลวงหลายแห่งของยุโรป และขยายสาขาในเอเชียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีร้านค้าใหม่ ๆ ในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน
จนที่สุดปี 1996 ซึ่งตรงกับปีที่ Loewe มีอายุครบ 150 ปีพอดี กลุ่ม LVMH ซึ่งในเวลานั้นดูแลหลายแบรนด์อยู่แล้ว เช่น Louis Vuitton, Berluti และ Celine ได้เข้าซื้อกิจการของ Loewe โดยได้ปรับปรุงการดำเนินงาน ด้วยการเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเขตชานเมืองมาดริด และวางแผนยกระดับศักยภาพ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ทำให้มีการขยายธุรกิจไปทั่วโลกและเป็นที่รู้จักมากขึ้น
แม้ก่อนหน้านี้ Loewe จะเคยจัดแฟชั่นโชว์บนรันเวย์และนำเสนอคอลเลกชันใหม่หรือการเปิดร้านใหม่ แต่การสนับสนุนจาก LVMH ทำให้สามารถแต่งตั้งนักออกแบบใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมแบรนด์และเน้นย้ำถึงเสน่ห์ของแฟชั่นชั้นสูงได้
หลังจาก LVMH เข้าซื้อกิจการ Loewe ได้เชื้อเชิญนักออกแบบจำนวนมากมาเป็นหัวเรือ ตั้งแต่ นาร์กิโซ โรดริเกซ ต่อด้วย โฆเซ เอนริเก โอญา เซลฟา มาจนถึง สจวร์ต วีเวอร์ส นักออกแบบชาวอังกฤษที่ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากขึ้น มีคอลเลกชันชื่อดังคือ “Tales of Spain” ซึ่งใช้ภาพพิมพ์จากคลังเอกสารของ Loewe ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 และมุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยกว่า
และหัวเรือที่ทำให้ Loewe รุ่งเรืองถึงขีดสุดคือ ยุคสมัยของ “โจนาธาน แอนเดอร์สัน”
ในช่วงเวลาที่แอนเดอร์สันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ Loewe ปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ มีแคมเปญที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง รวมถึงเปิดตัวกระเป๋า “Puzzle” ซึ่งเป็นกระเป๋าดีไซน์ใหม่ใบแรกของแอนเดอร์สัน
Puzzle โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่แม่นยำและโครงสร้างทรงลูกบาศก์ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหนัง 75 ชิ้นในหลากหลายขนาด สี และหนัง
ในปี 2014 แอนเดอร์สันได้เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับผู้ชายชุดแรกของ Loewe ซึ่งเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้ชายหลากหลายประเภท เช่น ชุดสูท เสื้อผ้าสำหรับสวมภายนอก เสื้อผ้าถัก และเครื่องหนังต่าง ๆ เช่น กระเป๋าและเครื่องประดับ
และในปี 2015 โจนาธาน แอนเดอร์สัน กลายเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลนักออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีและบุรุษแห่งปีจากงาน British Fashion Awards
การเข้ามาของแอนเดอร์สันทำให้ Loewe กลับมาฟื้นคืนชีพในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความทันสมัย โดยแม้ฐานลูกค้าของแบรนด์ยังคงเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมเดิม แต่แอนเดอร์สันทำให้แบรนด์มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยผสมผสานแฟชั่นเข้ากับศิลปะและเมตาเวิร์ส และดึงดูดผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า
ศิลปินฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีชื่อดังที่เดิมไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ เริ่มสวมเสื้อผ้า Loewe รุ่นใหม่เป็นครั้งแรก ตัวอย่างเช่น ริฮานนา สวมชุดสั่งตัดของ Loewe ในการแสดงที่งาน Super Bowl
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้แบรนด์สินค้าหรูสัญชาติสเปนปิดปีงบประมาณ 2023 ได้ด้วยกำไรสุทธิ 207.3 ล้านยูโร (ราว 7.7 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 62.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนรายได้ของ Loewe ในปี 2023 เติบโตขึ้นเกือบ 30% แตะที่ประมาณ 810.8 ล้านยูโร (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Loewe จะได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ที่ฮอตที่สุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2023, ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 และไตรมาสที่ 1 ของปี 2025 ตามการจัดอันดับของ Lyst ตามที่ได้เกริ่นไว้ในตอนต้น
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งแบรนด์ฮอตที่สุดในไตรมาส 1/2025 ของ Loewe อาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก เพราะเกิดจากการที่แอนเดอร์สันตัดสินใจโบกมือลา Loewe และจะไปร่วมงานกับ “ดิออร์” (Dior) แทน ลูกค้าจึงต่างพากันจับจองสินค้าจากคอลเลกชันสุดท้ายของเขา
และเป็นที่น่าจับตามองเหลือเกินว่า เมื่อแอนเดอร์สันจากไป Loewe จะยังคงรักษามาตรฐานผลงานของตัวเองเอาไว้ได้หรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อให้แบรนด์เก่าแก่นี้ยังคงได้รับความนิยมในโลกปัจจุบัน
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Gebrüder Weiss” บริษัทขนส่งพัสดุเก่าแก่สุดในโลก ทำธุรกิจมากว่า 500 ปี!
“วอลโว่” รถหรูสวีเดนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย ทุกวันนี้เป็นของจีน?
ผ่าวิกฤต “นิสสัน” มาถึงจุดที่ต้องปิดโรงงาน-ปลดคนนับหมื่นได้ยังไง?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “Loewe” แบรนด์เก่าแก่สุดในอาณาจักร LVMH แต่กลับฮอตที่สุดในปี 2025
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com