‘แม็คยีนส์’ สู้ศึกกางเกงยีนส์เดือด เร่งโตออนไลน์ ขยายสินค้า มุ่ง 4 พันล้าน
เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแม็คกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก สินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกายช่วงครึ่งปีหลังมีปัจจัยที่ท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณชะลอตัวลง มีผลต่อการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้า ประกอบกับตลาดกางเกงยีนส์ มีการแข่งขันมากขึ้น จากการมีแบรนด์ไทยเข้ามาลงสนามแข่งขัน แต่บริษัทยังสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 35% ถือว่าเป็นผู้นำตลาด
ตลาดแฟชั่นในประเทศไทยยังเห็นแนวโน้มการมีแบรนด์ใหม่ๆ จากจีนเข้าเปิดตัวมากขึ้น และเน้นแข่งขันด้านราคา แม็คยีนส์ อยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมายาวนานถึง 50 ปี ยังไม่ได้มีผลกระทบ เนื่องจากไม่ได้มุ่งแข่งขันด้านราคา แต่เน้นความแตกต่างของสินค้าและการนำเสนอความคุ้มค่า คุ้มราคา รวมถึงคุณภาพสินค้าสร้างความเชื่อมั่นมายาวนาน
“ยอดขายช่วงเดือน เม.ย.ชะลอตัวลง แต่ พ.ค.เริ่มกลับมาแล้ว แม้ยอดขายเริ่มขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่การบริหารธุรกิจต้องวางแผนด้วยความรอบคอบ มีแผนบี เตรียมไว้ตลอด ต้องมอนิเตอร์ทราฟิกเข้าร้าน การใช้ช่องทางออนไลน์ผ่านอีคอมเมิร์ซเข้ามาร่วมกระตุ้นยอดขายตลอด”
สำหรับการรุกตลาดในครึ่งปีหลัง ได้เน้นน้ำหนักในการขยายสินค้ากลุ่มใหม่ กลุ่มแอคเซสซอรี่ ทั้งกระเป๋าและรองเท้า รวมถึงการมีสินค้าใหม่ “น้ำหอม” เพิ่มทางเลือกให้กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งภายหลังเข้ามาขยายแบรนด์สร้างยอดขายได้ถึง 3 ล้านบาทต่อเดือน สอดรับกับกลยุทธ์การเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในเครือ
ขณะที่ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและกางเกงยีนส์ มีการออกสินค้าใหม่เป็นหัวหอกในการดึงกลุ่มเป้าหมายประจำ โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกที่มีอยู่รวม 1.5 ล้านคน มุ่งเพิ่มความถี่ในการใช้บริการมากขึ้น และเน้นนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ฐานสมาชิก
อีกแนวทางคือการใช้กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งผสมผสานทั้ง มิวสิก มาร์เก็ตติ้งและสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง โดยจัดกิจกรรมให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ใช้อินฟลูเอนเซอร์กว่า 100 คน มาทำการตลาดอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในรอบปีบัญชี 2568 (1 ก.ค.2567 - 30 มิ.ย.2568) จะอยู่ในระดับมากกว่า 4,000 ล้านบาท ขยายตัวในระดับหลักเดียว แต่ยุทธศาสตร์หลักของบริษัทเน้นการสร้างผลกำไรให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับสองหลัก
สำหรับแนวทางขยายธุรกิจในปี 2569 (1 ก.ค.2568 - 30 มิ.ย.2569) เน้นกลยุทธ์นำเสนอสินค้าใหม่สอดรับเทรนด์ โดยช่องทางออนไลน์มุ่งนำเสนอสินค้าเอ็กซ์คลูชีฟ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้า รวมถึงการมีซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ส่วนช่องทางออฟไลน์เน้นนำเสนอสินค้าให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทมีสินค้าจำนวนมาก ต้องเลือกนำมาทำตลาดให้สอดคล้องกัน พร้อมออกแบบแวร์เฮ้าส์สินค้าออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน ส่งผลดีต่อต้นทุนในการบริหารจัดการลดลงระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ
ด้านการขยายธุรกิจในปี 2568-2569 เตรียมงบลงทุนไว้ 80-100 ล้านบาท เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าใหม่10-15 สาขา พัฒนาระบบภายในต่างๆ ปัจจุบันแม็คยีนส์มีช่องทางการจำหน่ายกว่า 600 แห่งในไทย
ทางด้าน ปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน เสริมว่า ภาพรวมผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (1 ก.ค.2567 - 31 มี.ค.2568) ยอดขายผ่านสาขา ลดลง 5.1% แต่ยอดขายผ่านออนไลน์ ขยายตัวถึง 66.3% มาจากบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มุ่งเติบโตออนไลน์ และการขยายช่องทางผ่านแพลตฟอร์มติ๊กต๊อก (TikTok) มากขึ้น ทำให้สัดส่วนภาพรวมยอดขายมาจากออนไลน์ถึง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10%