โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘พันธบัตรสหรัฐ’สุ่มเสี่ยงแตก หนี้พุ่ง-เจ้าหนี้รายใหญ่ลดบทบาท

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

หนึ่งในสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง “เจพี มอร์แกน” (JP Morgan) ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงครั้งใหญ่ ! ที่กำลังก่อตัวใน “ตลาดการเงินโลก” โดยเฉพาะ “ฟองสบู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” ที่อาจแตกในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม “กูรู” มองว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเสี่ยงโอเวอร์ซัพพลายจากหนี้สาธารณะที่พุ่งทะลุ 35 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังต่อเนื่อง ล่าสุด การประมูลพันธบัตรสหรัฐรอบนี้ “ญี่ปุ่นและจีน” ที่ถือครองมากสุดอาจจะ “ลดลง” จากนโยบายการค้าของสหรัฐ

“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า JP Morgan มองว่าฟองสบู่ซัพพลายในพันธบัตรมีมากเกินไปเนื่องจากรัฐบาลสหรัฐมีหนี้สาธารณะจำนวนมากสูงถึงประมาณ 35 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและยังคงมีการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุล

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ 7 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นหนี้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานภายในประเทศ ส่วนอีก 28 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นหนี้ที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆ และสถาบันการเงินเอกชนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไว้

ดังนั้น จึงมีการคาดการณ์ว่าภายในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของสหรัฐอาจพุ่งจาก 120% ไปเป็นประมาณ 140% ภาระหนี้ที่สูงส่งผลให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงตามไปด้วย โดยปีที่แล้วสหรัฐมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 800,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาดังกล่าวยัง “ไม่เกิดฟองสบู่แตก” ในพันธบัตรสหรัฐ เพราะสหรัฐยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และเป็นผู้นำด้านการทหาร ขณะที่เงินดอลลาร์ก็จะยังคงเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับสูงสุด และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

โดยผู้ที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากที่สุด อันดับ 1 ญี่ปุ่น ถือครองอยู่ประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 2 สหราชอาณาจักร ถือครองอยู่เกือบ 800,000 ล้านดอลลาร์ และอันดับ 3 จีน ซึ่งกำลังลดการถือครองลงเรื่อยๆ

“ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์” หัวหน้าส่วนงานกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลต่อไปว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ มีความเสี่ยงสูง มาจากงบประมาณภาครัฐสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในเดือนนี้หรือเดือนหน้า จะมีการอนุมัติงบประมาณ “Big Beautiful Bill”

ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นสหรัฐถูกลดอันดับเครดิตจนไม่มีอันดับเครดิตระดับ AAA อีกต่อไป ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น รวมถึงความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากนโยบายการค้าของสหรัฐ ก็อาจทำให้เกิดฟองสบู่แตกในตลาดพันธบัตรตามที่ JP Morgan กังวลก็เป็นไปได้

สำหรับ นักลงทุนรายย่อยควรพิจารณาผลตอบแทนเป็นหลักไม่มีความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ และหากผลตอบแทนปรับตัวขึ้นมาถึงจุดที่น่าสนใจและต้องการลงทุนเพื่อเก็บระยะยาวก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีระมัดระวังเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

“ณัฐ ตรีพูนสุข” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากที่ JP Morgan ได้ออกมาเตือนเรื่อง ฟองสบู่ของพันธบัตรสหรัฐที่อาจจะแตก อาจมีน้ำหนักไม่มากนัก เนื่องจากได้กล่าวถึงประเด็นนี้ทุกปี แต่ทว่าสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือเรื่องของอุปสงค์ในการประมูลพันธบัตรสหรัฐคาดว่าอัตราส่วนนี้จะค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องจากเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐคือ ญี่ปุ่นและจีนอาจจะลดการซื้อพันธบัตรลง

ทั้งนี้ การตัดสินใจซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ ของญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับการเจรจาเรื่อง สงครามการค้าหากการเจรจาไม่เป็นผลดี และการส่งออกสินค้าต่างๆ จากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐฯ ลดลง เช่น รถยนต์ จะส่งผลให้บริษัทต่างๆ ที่ทำการค้าและได้รับเงินสกุลดอลลาร์ ลดการนำเงินดอลลาร์ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ผลที่ตามมาก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ขณะที่จีนหากสถานการณ์สงครามการค้าไม่ดีขึ้น จีนอาจไม่เข้าร่วมการประมูลหรือลดสัดส่วนการประมูลพันธบัตรลง ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...