โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การเมืองไทยร้อนแรง เสี่ยงดัชนีหลุด 1,000 จุด ฉุดต่างชาติเทขายต่อ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 00.30 น.

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า มองว่าประเด็นทางการเมืองยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อตลาดหุ้นไทยในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย. 68 นี้

หลังจากที่คลิปเสียงการเจรจาระหว่าง นายกฯ และ ฮุนเซน ถูกปล่อยออกมา ส่งผลให้เกิดปฎิกริยาที่ค่อนข้างรุนแรงในสังคมและการเมือง เกิดความเสี่ยงที่พรรคร่วมจะถอนตัวออก หากว่ามีการถอนตัวออกอย่างต่อเนื่องของพรรคร่วมอื่นๆ อาจส่งผลให้คะแนนเสียงของรัฐบาลไม่เพียงพอ กระทบต่ออำนาจในการบริหารทางการเมือง

ส่งผลให้ทางฝ่ายมองว่าประเด็นทางการเมืองไทยที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติและอาจนำไปสู่การยุบสภา จาก 2 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การปรับคณะรัฐมนตรี โดยจะเรียกคืนตำแหน่ง รมว.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

รวมถึงประเด็นคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กับอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน โดยบทสนทนาแสดงถึงความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพไทย การแทนตัวเองในฐานะหลานและแสดงความนับถือต่ออีกฝ่ายในฐานะลุง รวมถึงการรับปากจะดำเนินการตามที่สมเด็จฮุน เซนร้องขอ คลิปดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าการวางตัวไม่เหมาะสมต่อสถานะผู้นำประเทศ และมีเสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา

ซึ่งจากการที่ทางฝ่ายประเมินฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ มี 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • เปลี่ยนนายกฯ เป็น "อนุทิน ชาญวีรกูล" โดยเพื่อไทยและภูมิใจไทยยังคงร่วมรัฐบาล โอกาส 40%
  • การยุบสภา โอกาส 30% โดยเฉพาะหากพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมใจกันถอนตัว
  • เพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โอกาส 20% นายกฯ อาจพยายามบริหารต่อ แต่จะเผชิญแรงต้านและความเสี่ยงต่อการฟ้องร้องถอดถอน อีกทั้งการเปลี่ยนนายกฯ อาจไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภา (ส.ส. + ส.ว.)
  • สลับขั้ว (พรรคประชาชน + ภูมิใจไทย) โอกาส 10% พรรคประชาชนอาจเข้าร่วมรัฐบาลเฉพาะกิจ 6 - 12 เดือน เพื่อให้กลไกงบประมาณไม่สะดุด และเตรียมเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้ มองว่าฉากทัศน์ที่ 1, 3 และ 4 แม้สามารถแก้วิกฤติการเมืองระยะสั้นได้ แต่จะเจอข้อจำกัดในการผลักดันนโยบาย ส่วนฉากทัศน์ที่ 2 (ยุบสภา) จะทำให้รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ เสี่ยงที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 จะล่าช้า ซึ่งกระทบต่อการเบิกจ่ายและเศรษฐกิจในช่วงที่โลกเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า

ภาพถัดไป คือ ความล่าช้าของพ.ร.บ.งบประมาณ หรือขาดมาตรการที่เหมาะสมที่จะบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นภาษีการค้า การเบิกจ่าบงบประมาณอาจถอยหลังกลับไปสู่สูญญากาศอีกครั้ง จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลด GDP ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายภายนอกต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก

"ต้องยอมรับว่าปัจจัยทางการเมืองไทยในเวลานี้ค่อนข้างมีผลร้อนแรงทางสังคม นักลงทุนมองไม่เห้นภาพในอนาคตจึงไม่กล้าเสี่ยงใส่เงินลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่ม ขณะเดียวกันก็ทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยได้เพิ่มขึ้นอีก ตามปกติไตรมาส 2-3 เป็นโลวซีซันของงบบริษัทจดทะเบียนอยู่แล้ว ยิ่งมีประเด็นทางการเมืองยิ่งเหมือนทำให้ตลาดหุ้นไทยไร้เสน่ห์ ทำให้ระยะสั้นนี้มีโอกาสที่จะเห็นดัชนีลงไปแตะระดับ 1,000 จุดได้"

เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน

บล. พาย ระบุว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาบนโลกออนไลน์มีการกล่าวถึงกันค่อนข้างมากเกี่ยวกับคลิปเสียง และหลังจากนั้นในช่วงค่ำพรรคภูมิใจไทยก็ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีของภูมิใจไทยก็ได้ส่งใบลาออกต่อนายกรัฐมนตรี

สำหรับพรรคภูมิใจไทยนั้นถือเสียง ส.ส. ราว 69 เสียง ทำให้ฝั่งรัฐบาลจะเหลือ ส.ส. ในทีมเพียง 249 เสียง (ตัวเลขประมาณการ) ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ อาจเริ่มกระทำได้ยากมากขึ้นและหากจะพลักดันโครงการใหญ่ๆ อย่าง Entertainment Complex ก็อาจเป็นไปได้ยาก

จากนี้ทางเลือกของรัฐบาลสามารถแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ แต่ให้จับตาพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือจะตัดสินใจถอนตัวตามภูมิใจไทยหรือไม่ หากถอนตัวตามจะยิ่งทำให้เสียงรัฐบาลหรือเสถียรภาพสั่นคลอนมากขึ้น หรือรัฐบาลอาจตัดสินใจยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจจะเผชิญกับแรงกดดันเชิงลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกประจำเดือน พ.ค. ที่ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1 ล้านล้านบาท) ขยายตัว 18% นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 38 เดือน (นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 65) และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยจะขยายตัวได้ 20% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การชะลอการบังคับใช้ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ Digital ทำให้ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า โดยการส่งออกไทยเดือนล่าสุดขยายตัวได้ดีเป็นอันดับ 2 ในฝั่งอาเซียนเป็นรองเพียงไต้หวัน สินค้าที่ขยายตัว ได้แก่ ไก่สด เพิ่มขึ้น 9.3% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน)

อาหารทะเลกระป๋อง ขยายตัว 10% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน), ผลไม้กระป๋อง เติบโต 25% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน, เครื่องคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้น 104% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน รถยนต์และอุปกรณ์ส่วนประกอบ เติบโต 15% เทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน)

อย่างไรก็ตาม ด้วยมีปัจจัยทางการเมืองในประเทศเป็น Downside ทำให้ทางฝ่ายประเมิน SET INDEX แกว่งในกรอบ 1,070 - 1,100 จุด ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่แนะเพิ่มพอร์ตการลงทุน เพราะยังเผชิญหน้ากับอีกหลายความเสี่ยง

แต่อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายแนะนำนักลงทุนระยะสั้น อาจเลือก Trading ในหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจต่างประเทศ อาทิ ส่งออก เช่น TU และ ITC, หุ้นที่อิงรายได้ต่างประเทศ เช่น MINT และกลุ่มหุ้น Defensive ซึ่งทางฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกต่อ BDMS เป็นต้น

ปัญหารุมเร้าตลาดหุ้นไทย

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยถูกกระทบมาจากข่าวการเมืองประเด็นคลิปเสียง และประเด็นพรรคภูมิใจไทยถอนตัว อาจเป็นช่วงสั้นๆ ที่ตลาดจะตอบรับข่าวลบ โดยการเมืองไทยกลับมากลายเป็นตัวแปรที่มีน้ำหนักต่อตลาดมากที่สุดมาตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 68 หลังมีการเผยคลิป นายกฯ คุย ฮุนเซน

และตามด้วยการถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ประเด็นการเมืองเป็นหนึ่งในสามตัวแปร ที่ถ่วงตลาดไทยโดยตรงในเวลานี้ แม้จะมีการเข้ามาเก็งกำไรหุ้นที่ราคาลงมาลึกๆ สวนทางตลาด แต่คาดว่าแรงซื้อ (เก็งกำไร) เหล่านี้น่าจะแผ่วลง หากรัฐบาลปล่อยให้พรรคภูมิใจไทย หลุดไปจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ในขณะเดียวกันความขัดแย้งแนวชายแดนกัมพูชาและไทย ปัจจุบันก็ยังคงมีความตึงเครียดต่อ และยังไม่สามารถหาข้อยุติลงได้ แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายไทย-กัมพูชา กลับมาคุยกันได้ จะเป็นข่าวดีของหุ้นหลายตัว โดยเฉพาะ CBG, SAV และ TOA เป็นต้น

ด้านการประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ เคาะงบกระตุ้นล็อตแรก 1.15 แสนล้านบาท โดย 70% เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำ และการคมนาคม รองลงมา 10% เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นในตลาดอาจได้ประโยชน์ไม่มาก และยังต้องรอกว่าจะได้ใช้งบประมาณก้อนนี้อีกพักใหญ่ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...