หน้าหยิ่งชูคอตกมนุษย์ให้เป็นทาส ‘แมวเหมียว’ ทรงอำนาจเทพเจ้าในคราบขนนุ่ม
a day magazine
อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 01.06 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • a day magazineใดๆ เกี่ยวกับแมวที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นสัตว์ที่เกิดมาราวว่ามีเวทมนตร์เฉพาะตัว คอยสะกดให้เราหลงใหล มีหลักจิตวิทยาเป็นของตัวเองที่ก็คงไม่ได้ตั้งใจจะมีนักหรอก หลักที่ว่าฉันจะหยิ่งยโสโอหัง ถ้าเข้าใกล้มาอีกคืบเดียวล่ะน่าดู ทว่ายิ่งเป็นแบบนั้น ยิ่งเล่นกับใจคนเหลือเกิน พอๆ กับธงแดงของความสัมพันธ์ที่รู้ว่าเดินเข้าไปคงแผดเผาเราแน่ แต่ขอลองดูหน่อยว่ามันจะร้อนแค่ไหนกันเชียว
เพราะเจ้าตายกแหลมนี้ไม่เคยง้อ ไม่คลอเคลีย ไม่อ้อนไปเรื่อยเปื่อย แม้เราจะอยากอุ้มมาขยำกอดมากก็ตาม และแค่ตาใสราวกระจกกะพริบตาช้าๆ ใส่เราแค่ครั้งเดียวก็พร้อมจะยอมละลายทรัพย์เหมาขนมเลียทั้งชั้นวางให้ ต่อให้จะง่วงหงาวคิดถึงเตียงนอน พอได้ยินเสียง‘เหมียว’ ร่างกายจะเด้งขึ้นอัตโนมัติ อย่างกับเสียงเรียกจากเทพเจ้า และใช่ นักย่องเบาในร่างขนนุ่มนี้ถูกบูชาเป็นดังเทพเจ้าจริงๆ
ณ ดินแดนที่ร้อนที่สุดในโลก เมืองแห่งสายน้ำไนล์และแดดเผาร้อนของอียิปต์จนทรายแทบระเบิดเป็นป็อปคอร์น ด้วยเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลนาม ‘เทพรา’ เทพแห่งดวงอาทิตย์ ผู้ขี่เรือสุริยะผ่านท้องฟ้า และเดินทางลับหายไปในยมโลกยามค่ำคืน
และเมื่อยิ่งทรงอำนาจก็ยิ่งตกอยู่ในอันตราย
หางขดม้วนทั้งเขี้ยวขอสองข้างแหลมซ่อนในปาก ‘อาโปฟิส’ หรือ‘อาเพฟ’ งูยักษ์จ้าวแห่งความมืดและความโกลาหลจ้องอยากทำลายเรือสุริยะอยู่ทุกคืน เพื่อไม่ให้ดวงอาทิตย์กลับมาฉายแสงในวันรุ่งขึ้น
เทพราเกิดพิโรธจนระบบสุริยะสั่นสะเทือน เขาสร้างเทพีจากดวงตาของตัวเอง และให้ชื่อเธอว่า‘เซคเมต’ กลายเป็นสิงโตตัวเมียแห่งไฟสงครามออกแผดเผาทำลายล้างหมู่บ้านมนุษย์ พ่นไฟไปทั่ว และกัดกินศัตรูอย่างไร้ปรานี แม้ไม่มีทูน่าสักกระป๋องช่วยเติมพลังกาย
“เดี๋ยวนะ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสร้างเซคเมตให้มาทำลายล้างมนุษย์นะ นี่ก็โหดเกิน” เทพราชะงักกับตัวเอง
เขาเริ่มร่ายมนตร์ใหม่อีกครั้ง ทั้งเปลี่ยนชื่อให้ดูอ่อนโยนน่ารักขึ้น ท้ายที่สุดก็ลงเอยด้วยนาม‘บาสเต็ต’ คราวนั้นเอง พลังแห่งสงครามได้ถูกปลดเปลื้อง จากสิงโตกลายเป็นแมวบ้านที่คอยปกปักคุ้มครอง แต่ถึงจะลดความอันตรายลงโขแล้วก็เถอะ หากภัยร้ายมาเยือน บาสเต็ตก็จะเผยกรงเล็บที่พร้อมสู้เสมอ
เธอเดินทางล่องไปทั่วแม่น้ำไนล์เริ่มต้นจาก‘เมืองบุบาสติส’ สวมชุดสีทองประกายราวนักร้องวงดนตรีอียิปต์ยุคพีระมิด แต่ก็ไม่เหมือนไปซะทีเดียวหรอก เพราะร่างกายเธอเป็นคน ทว่าหัวเป็นแมว!
ขนเงาวับ หูตั้งชัน จมูกเล็กน่าจุ๊บ หนวดบางลู่ลมเบาคอยช่วยพิทักษ์มนุษย์จากภัยร้าย ปกป้องผู้คนจากอันตรายที่มองไม่เห็นในยามค่ำคืน แต่ไม่เคยสลัดคราบนักล่า มักมองหาเหยื่อที่เห็นเป็นต้องเลียลิ้นอย่างงูและหนูอยู่เนืองๆ
และเมืองบุบาสติสแห่งอียิปต์ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางการบูชาเทพีบาสเต็ต หรือเทพธิดาแมว ถึงขั้นจัดเทศกาลบาสเต็ตขึ้นทุกปีในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ผู้คนจะหลั่งไหลมายังแม่น้ำไนล์ บรรเลงดนตรีเต้นรำ ทำเครื่องหอม จุดไฟอุ่นๆ ทั้งถวายรูปปั้นแมว ของเล่นหน้าแมว กระทั่งแมวตัวเป็นๆ ตอบแทนเทพเจ้า ก่อนความเชื่อนี้จะกระจายไปทั่วโลก
ไม่ว่าใครที่ได้เห็นเจ้าขนนุ่มมีอันต้องสยบใต้อุ้งเท้า ขอมอบตัวเป็นทาส ต่อให้มันจะซุกซนข่วนจนแสบไปทั่ว เราก็คงมองแผลนั้นทั้งหัวเราะ “แง แสบนะ แต่น่ารักจัง” ทายว่าประโยคอุทานท่าจะเป็นแบบนี้ เทพเจ้าที่ขนตั้งตรง หางชี้ฟ้า ย่างกรายช้าๆ เหมือนเดินแฟชั่นโชว์ในปารีสนี้ทำให้เราอยากถวายความรักให้หมดใจ
ด้วยความแมวๆ ที่แค่เห็นหน้าก็รู้ว่าคำกระซิบเดียวที่เขาจะบอก คือ “ไม่ต้องรักฉันหรอกนะ แต่ฉันก็อนุญาตให้เธอรักได้” วงเล็บว่าอย่าเผลอรักมากไปนักล่ะ ถึงภายนอกดูเป็นธงแดงแจ๋ แต่แท้จริงแล้วเป็นสีเขียวอื๋อ บรรดาทาสแมวคงรู้กันดีพร้อมท่องคติประจำใจทุกเช้าทั้งยามลืมตาตื่น และก่อนหลับตาลง ‘แมวเหมียว ขนมเลีย ทูน่ากระป๋อง’