สร้างมิตรกับบุคคลนอกพรรค–เส้นทางสี จิ้นผิง(173)
สร้างมิตรกับบุคคลนอกพรรค--เส้นทางสี จิ้นผิง(173)
นายจิน เหนิงโฉว เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า การสร้างมิตรของนายสี จิ้นผิงมิได้เป็นแค่นามธรรมแต่เขามักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลที่เป็นนักประชาธิปไตย และปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวคิดตลอดจนการทำงานอย่างเจาะลึก จนเกิดเป็นความสนิทสนมและจริงใจต่อกัน
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิงได้ยืนหยัดที่จะเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นจากพรรคประชาธิปไตยที่ “จับคู่” กับตนเองทุกๆ ครึ่งปีหรือทุกไตรมาส เขาพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างตรงไปตรงมากับผู้นำพรรคประชาธิปไตย ปัญญาชนและเจ้าหน้าที่อาวุโสอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งแสวงหาและสร้างระบบที่ให้ทีมผู้นำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อมีปฏิสัมพันธ์แบบ“จับคู่”กับพรรคประชาธิปไตย รวมถึงเยี่ยมเยียนปัญญาชนจากพรรคประชาธิปไตยเป็นประจำ เพื่อส่งเสริมให้ทีมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนผูกมิตรกับบรรดานักประชาธิปไตย
นายซุน ซินเฟิง เป็นหนึ่งในบุคคลนอกพรรคฯที่นายสี จิ้นผิงผูกมิตรด้วยหลังจากที่นายสี จิ้นผิงผลักดันให้มีระบบการติดต่อผูกมิตรระหว่างผู้นำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวกับผู้นำพรรคประชาธิปไตยเมื่อครั้งนายสี จิ้นผิงทำงานที่เมืองฝูโจวหากไม่มีภารกิจที่ต้องเดินทาง นายสี จิ้นผิงจะนัดพูดคุยกับนายซุน ซินเฟิงเพื่อ “รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงลึก” กันแทบทุกเดือน
นายซุน ซินเฟิงเคยเป็นทหารเรือและสำเร็จการศึกษาสาขาวิชาการเดินเรือ เขาเคยรับราชการในกองเรือทะเลจีนตะวันออก เคยเสนอโครงการก่อสร้างท่าเรือในมณฑลฝูเจี้ยนหลายฉบับ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนายสี จิ้นผิง เขากล่าวย้อนอดีตว่า “สหายสี จิ้นผิงไม่เพียงเอาใจใส่ผมในเรื่องการเมือง แต่ยังให้ความสนใจในด้านอาชีพของผมอีกด้วย ท่านเคยขอความคิดเห็นจากผมเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งของฝูเจี้ยนหลายครั้ง”
แม้ต่อมานายสี จิ้นผิงได้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน และต่อมาก็ได้เป็นผู้ว่าการมณฑล แต่เขายังคงรักษามิตรภาพที่จริงใจกับนายซุน ซินเฟิงโดยตลอดโดยนัดพบและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเชิงลึกเป็นระยะ “แม้ว่าท่านจะยุ่งแค่ไหนเมื่อต้องรับตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล แต่ท่านก็ยังคงติดต่อกับผมซึ่งเป็นบุคคลนอกพรรคอยู่เสมอ”
นายซุน ไห่ซาน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายแนวร่วมคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวในขณะนั้นกล่าวว่า “นายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับการสร้างมิตรกับบุคคลนอกพรรค ส่งผลให้บรรดานักประชาธิปไตยรู้สึกถึงการให้ความสำคัญความเอาใจใส่ และการดูแลจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนระหว่างการทำงานประจำวันสิ่งนี้ทำให้พวกเขามั่นใจมากขึ้นต่อนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการ‘อยู่ร่วมกันระยะยาว ตรวจสอบซึ่งกันและกัน จริงใจต่อกัน และร่วมทุกข์ร่วมสุข’กับพรรคประชาธิปไตย”
เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1991 นายสี จิ้นผิงกล่าวในที่ประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีนประจำเมืองฝูโจวชุดที่ 7 ครั้งที่ 4 ว่า “บรรพบุรุษกล่าวไว้ว่า ‘จงกังวลว่าความจริงใจไม่เพียงพอ มากกว่ากังวลว่าความสำเร็จจะยากเกินไป’ ขอเพียงเรายืนหยัดที่จะผูกมิตรใหม่อย่างกว้างขวางและกระชับมิตรเก่าให้สนิทแน่นแฟ้น และขยายขอบเขตการสร้างมิตรภาพอย่างต่อเนื่องเราก็ย่อมจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
หลังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน แนวคิดของนายสี จิ้นผิงเกี่ยวกับการพัฒนาระบบและกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อผูกมิตรกับบรรดานักประชาธิปไตยอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งนั้นมีความชัดเจนและลุ่มลึกยิ่งขึ้น โดยจัดตั้งระบบการติดต่อผูกมิตรระหว่างผู้นำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับผู้นำพรรคประชาธิปไตย สหพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมและบุคคลที่ไม่สังกัดพรรค พร้อมทั้งปฏิบัติตนเป็นผู้นำตามแนวทางนี้อย่างเต็มที่ด้วย
นายวัง อี้ฟู ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยนและประธานคณะกรรมการสันนิบาตปกครองตนเองประชาธิปไตยไต้หวันประจำมณฑลฝูเจี้ยนในขณะนั้นก็เป็นอีกหนึ่งมิตรนอกพรรคของนายสี จิ้นผิงตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว ในการพบกันครั้งแรก นายสี จิ้นผิงได้ให้หมายเลขโทรศัพท์สำนักงานและบ้านกับนายวัง อี้ฟูพร้อมกล่าวว่า “คุณสามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลา” ท่าทีที่เปิดเผยและจริงใจนี้ทำให้นายวัง อี้ฝูรู้สึกว่าพวกเขาสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้อย่างตรงไปตรงมาและเต็มที่เสมือนเพื่อนสนิท “ต่อมา เราก็กลายเป็นเพื่อนกันจริงๆ”
ต่อมาในช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน นายสี จิ้นผิงไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจขณะรับฟังความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาของนายวัง อี้ฟู ตรงกันข้าม เขาตั้งใจฟังและบางครั้งยังจดบันทึกลงในสมุดเล่มเล็กๆของเขาด้วย ครั้งหนึ่งนายสี จิ้นผิงกล่าวกับนายวัง อี้ฟูว่า “อี้ฟูคุณเป็นคนกล้าพูดตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ จริงใจ นี่เป็นทั้งลักษณะเด่นและข้อดีของคุณ ดีมาก!”
ในการประชุมสัมมนาปัญญาชนนอกพรรคฯเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1996นายสี จิ้นผิงกล่าวว่า หน่วยงานแนวร่วมของมณฑลฝูเจี้ยนได้ทำงานมากมายเพื่อสานต่อและพัฒนางานเกี่ยวกับปัญญาชนนอกพรรคฯ ได้จัดตั้งระบบติดต่อประสานสัมพันธ์กับปัญญาชนนอกพรรค จัดการประชุมสัมมนาเป็นประจำสะท้อนความคิดเห็นของพวกเขาอย่างทันท่วงที และเน้นการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม พยายามแก้ไขความกังวลและขจัดความยากลำบากของพวกเขา ซึ่งได้รับการยกย่องชื่นชมจากสหายนอกพรรค
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทยศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่