“เยน” แข็งค่าขึ้น 0.7% หลังรัฐบาลญี่ปุ่นเสียเสียงข้างมาก
"เยน" แข็งค่าขึ้น 0.7% หลังรัฐบาลญี่ปุ่นเสียเสียงข้างมาก นักลงทุนจับตาความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนเส้นตายภาษีสหรัฐ 1 สิงหาคม
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.14 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินเยนแข็งค่าขึ้นในวันจันทร์ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลของญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในวุฒิสภา สะท้อนว่านักลงทุนได้ประเมินผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่ตลาดจับตาความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้นก่อนเส้นตายการเจรจาการค้ากับสหรัฐ
ตลาดการเงินของญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่งผลให้ค่าเงินเยนกลายเป็นตัวบ่งชี้ความวิตกของนักลงทุนในขณะนี้ เงินเยนแข็งค่าขึ้นถึง 0.7% มาอยู่ที่ระดับ 147.74 เยนต่อดอลลาร์ แม้ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 149.19 เยนต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน โดยล่าสุดอยู่ที่ 148.09 เยนต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยูโรที่ 172.40 เยน และปอนด์อังกฤษที่ 199.03 เยน
พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เพียง 47 ที่นั่ง จาก 50 ที่จำเป็นต้องได้ เพื่อรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิก 248 ที่นั่ง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีการชิงที่นั่งครึ่งหนึ่ง
แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ทำให้รัฐบาลอิชิบะต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที แต่ก็สร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก โดยเขาเคยสูญเสียเสียงข้างมากในสภาล่างมาแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะที่ฝ่ายค้านกำลังพิจารณายื่นญัตติไม่ไว้วางใจ และแม้จะถูกวิจารณ์ภายในพรรคของตัวเอง แต่อิชิบะยังยืนยันจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป
เซลีน คอง นักกลยุทธ์ด้านค่าเงินจาก Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า ตลาดอาจคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่านี้ไว้ก่อนแล้ว และไม่แน่ใจว่าเงินเยนจะแข็งค่าต่อไปได้หรือไม่
“ยังไม่ชัดเจนว่าอิชิบะจะรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ได้หรือไม่ และจะส่งผลต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐอย่างไร ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อจะเป็นลบต่อสินทรัพย์ญี่ปุ่น รวมถึงเงินเยนด้วย”
ผลเลือกตั้งที่แม้จะไม่เกินความคาดหมาย แต่ก็มาถึงในช่วงเวลาสำคัญที่ญี่ปุ่นพยายามเร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐให้ทันก่อนเส้นตาย 1 สิงหาคม
โรแบร์โต มีลิช นักกลยุทธ์ตลาดโลกของ UniCredit กล่าวว่า“การแข็งค่าของเงินเยนในเช้านี้ดูเป็นเพียงปฏิกิริยาแบบขายเมื่อข่าวเกิดขึ้น และอาจอยู่ได้ไม่นาน …ภาพการเมืองของญี่ปุ่นยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความตึงเครียดเรื่องภาษีกับสหรัฐ”
เดวิด เชา นักกลยุทธ์ตลาดของ Invesco เสริมว่าความเปราะบางทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดความสามารถของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการปรับนโยบายการเงิน
“BOJ อาจไม่กล้าขึ้นดอกเบี้ยในสถานการณ์ที่ผันผวนเช่นนี้”
ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแนวโน้มจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป โดยรายงานของ Financial Times เมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า ทรัมป์ผลักดันให้มีการเก็บภาษีใหม่ที่สูงกับสินค้าจาก EU
ฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับ EU ได้ทันก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม
ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 1.1642 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ซื้อขายที่ 1.3442 ดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 98.29
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดประชุมในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ และนักลงทุนจับตาว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะตอบสนองต่อแรงกดดันของทรัมป์ให้ลดดอกเบี้ยหรือไม่
คริส เทอร์เนอร์ หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกของ ING กล่าวว่า “เราคาดว่า คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB จะยังไม่ส่งสัญญาณใดชัดเจนก่อนช่วงหยุดฤดูร้อนของธนาคารกลาง แม้อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของยูโรและทิศทางของนโยบายภาษีก็ตาม”
ขณะที่ทรัมป์เคยมีแนวโน้มจะปลด เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเนื่องจากกังวลผลกระทบต่อตลาดการเงิน โดยตลาดคาดว่าเฟดจะยังไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมนี้ แต่มีโอกาสลดในเดือนตุลาคม
ส่วนเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าลง 0.1% มาอยู่ที่ 0.5957 ดอลลาร์ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาส 2 สูงขึ้นแต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ทำให้ตลาดประเมินว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า
อ้างอิง : reuters.com