โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับตา สว. 67 ไม่รอคดีโกงเลือก สว. จบ เดินหน้าเคาะศาลรธน.-กกต. รวมสามตำแหน่ง

iLaw

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.45 น. • iLaw

22 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภา มีวาระการประชุมในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสองตำแหน่ง และกรรมการองค์กรอิสระ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกหนึ่งตำแหน่ง หลังจากที่ได้มีการนัดประชุมพิเศษ "เร่ง" ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง (กมธ.สอบประวัติฯ) จากทั้งสององค์กรในช่วงปิดสมัยประชุมทั้งที่คดีโกงเลือก สว. ยังไม่สิ้นสุด

หลังวุฒิสภาเร่งตั้งกมธ.สอบประวัติฯ ในช่วงปิดสมัยประชุม เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 กมธ.สอบประวัติฯ ได้ตรวจสอบประวัติเสร็จสิ้นแล้วจึงได้มีการเสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อให้พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้หรือไม่ เมื่อนับระยะเวลาแล้ว กมธ.สอบประวัติฯ ใช้เวลาไม่เต็มกรอบระยะเวลา 60 วัน โดยกมธ.สอบประวัติทั้งสองชุดใช้เวลาดังนี้

  • กมธ.สอบประวัติฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สองตำแหน่ง ใช้เวลา 46 วัน (30 พฤษภาคม - 15 กรกฎาคม 2568)

  • กมธ.สอบประวัติฯ กกต. หนึ่งตำแหน่ง ใช้เวลา 48 วัน (30 พฤษภาคม - 17 กรกฎาคม 2568)

ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 105 กำหนดกมธ.สอบประวัติฯ จะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน หากไม่ทันอาจขยายเพิ่มได้อีก 30 วัน แต่จาก “จังหวะ” ที่วุฒิสภาชุดนี้ใช้ ทั้งการเปิดประชุมวิสามัญเป็นพิเศษในช่วงปิดสมัยประชุมเพื่อตั้งกมธ.สอบประวัติฯ ทั้งที่สามารถ "รอ" ช่วงเปิดสมัยประชุมก็ได้ ประกอบกับการใช้ระยะเวลาไม่เต็มกรอบที่ข้อบังคับฯ กำหนด สะท้อนให้เห็นว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 ที่มาจากการ “เลือกกันเอง” กำลัง "รีบ" ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็ยังมีรายงานข่าวระบุว่าคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินคดีกับ สว. 138 คนและเครือข่ายพร้อมแกนนำพรรคสีน้ำเงินอย่างพรรคภูมิใจไทยอีก 91 คน โดยต่อไปหลังจากนี้องค์กรที่จะพิจารณาอีกครั้งว่าสมควรดำเนินคดีกับ สว. และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ก็คือ "กกต." ที่ สว. กำลังจะพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 นี้

กกต. หนึ่งตำแหน่ง : เนื่องจากปกรณ์ มหรรณพ กกต. มีอายุเกิน 70 ปี และรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 216 (1) กำหนดว่าผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องมีอายุ 40 ปี และไม่เกิน 70 ปี ปกรณ์จึงต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุเกินเงื่อนไข ส่งผลให้ต้องคัดเลือกกกต. ขึ้นมาใหม่หนึ่งตำแหน่ง เป็นตำแหน่งที่มาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้คัดเลือก ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา เพื่อเสนอชื่อต่อ สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สองตำแหน่ง : นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสัดส่วนนักวิชาการสายรัฐศาสตร์ และปัญญา อุดชาชน ตุลาการในสัดส่วนข้าราชการดำรงตำแหน่งครบวาระตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 ก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดรับสมัคร สรรหาและเสนอชื่อตุลาการคนใหม่สองคนต่อ สว. มาแล้ว โดยทั้งสองผู้สมัคร คือ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี และชาตรี อรรจนานันท์ถูกสว. ลงมติปัดตกทั้งคู่ จึงมีการเปิดรับสมัคร สรรหา และเสนอชื่อต่อวุฒิสภาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

คณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ศาสตราจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาดำรงตำแหน่งแทนนครินทร์ และเสนอชื่อสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการทางและอดีตอธิบดีกรมทางหลวงถูกเสนอชื่อเพื่อมาดำรงตำแหน่งแทนปัญญา

ตามกระบวนการเมื่อกมธ.สอบประวัติฯ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วให้เสนอรายงานต่อประธานวุฒิสภา โดยรายงานดังกล่าวจะแยกจัดทำบางส่วนเป็นรายงานลับก็ได้ เมื่อประธานวุฒิสภาได้รับรายงานแล้วให้จัดส่งรายงานให้ สว. ได้รับโดยไม่ต้องส่งส่วนที่เป็นความลับให้ สว. ทราบ ส่วนในการนำเสนอรายงานของกมธ.สอบประวัติฯ ต่อที่ประชุม หากจำเป็นต้องเป็นการประชุมลับ กมธ.สอบประวัติฯ อาจร้องขอให้ประชุมลับได้ และอาจแจกเอกสารส่วนที่เป็นความลับให้ สว. ได้พิจารณา แต่จะเอาออกจากนอกห้องประชุมไม่ได้ และจะต้องส่งคืนต่อเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อไปทำลายทิ้ง

เมื่อถึงขั้นตอนการให้ความเห็นชอบจะต้องลงคะแนน "ลับ" จะไม่มีผู้ใดทราบได้ว่า สว. คนไหนลงมติอย่างไร และผู้ที่จะได้รับการเห็นชอบต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สว. เท่าที่มีอยู่ หมายความว่า หากมี สว. ครบจำนวน 200 คน ไม่มีผู้ที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะต้องได้เสียงเห็นชอบตั้งแต่ 100 เสียงขึ้นไป

หาก สว. ไม่เห็นชอบผู้ใดไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องส่งรายชื่อนั้นกลับไปยังคณะกรรมการสรรหาพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อให้มีการสรรหาใหม่อีกครั้งแล้วเสนอกลับมายังที่ประชุม สว. ใหม่ โดยผู้ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาจะไม่สามารถเข้ารับการสรรหาใหม่ได้อีก

เนื่องจากนครินทร์ เป็นประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย หากพ้นจากตำแหน่งไปจะต้องดำเนินการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีผู้ได้รับการสรรหาและเห็นชอบตุลาการคนใหม่แทนแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่สองคนต้องประชุมกับตุลาการอีกเจ็ดคนที่ยังไม่พ้นตำแหน่งเพื่อเลือกประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แต่หากว่า สว. ยังไม่ได้เห็นชอบตุลาการให้ครบตามจำนวนเก้าคน ถ้ามีตุลาการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่อย่างน้อยเจ็ดคนก็สามารถดำเนินการเลือกประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการการเห็นชอบโดย สว. หรือกระบวนการเลือกประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ให้ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...