โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ มองเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย 2567 เข้าสู่สภาวะ “หวาดตึง”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 พ.ย. 2567 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2567 เวลา 07.38 น.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 ว่า ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ มองว่า ตอนนี้โลกทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะ “หวาดตึง”

สำหรับภาวะ “หวาดตึง” นั้น มองว่า มีสาเหตุสำคัญมาจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน นั่นคือ

สำหรับ “หวาด” ที่มาจาก “หวาดระแวง” ไม่ไว้ใจกัน ต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและกำลังขยายอิทธิพลหาพวก จนถูกบังคับเลือกข้าง โดยเอาความกดดันด้านอื่นๆ เช่น การพึ่งพาทางเศรษฐกิจและการให้ความช่วยเหลือต่างๆ จนทำให้หลายประเทศต้องตกอยู่ในสถานะวางตัวลำบากอันเกิดมาจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

ส่วน “ตึง” มาจาก “ตึงตัว” ทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศสำคัญเป็นไปในลักษณะ K-Shape ส่งผลทำให้อุปสงค์ขยายตัวอย่างจำกัด ในขณะที่การต่อสู้กับเงินเฟ้อในระดับสูงด้วยการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลทางลบต่อการลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนกรณีของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา หลังจากโดนัล ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นั้น นายยุทธศักดิ์ มองว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10ปี อัตราดอกเบี้ย รวมทั้งตลาดทุน จากนั้นจึงแยกสิ่งที่จะมีผลกระทบทางตรงและทางอ้อมกับไทย ออกให้ชัดเจน พร้อมพยากรณ์โอกาสที่จะเกิด แล้ววางมาตรการในการรับมือ

“สิ่งที่ต้องจับตาตอนนี้ คือ ต้องดูปัจจัยต่าง ๆ ว่าจะมีผลกระทบกับไทยอย่างไร และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ คิดว่าทรัมป์น่าจะเล่นเกมเร็วในนโยบายที่หาเสียงไว้เพื่อสร้างความนิยมแต่เนิ่น ๆ” นายยุทธศักดิ์ ระบุ

ก่อนหน้านี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.4% ต่อเนื่องจาก 2.5% ในปี 2566 ตามแรงส่งจากการฟื้นตัวในเกณฑ์ดีของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะชะลอลงตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศสะท้อนจากตลาดแรงงานที่อัตราการว่างงานปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยอัตราการว่างงานในเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ 4.3% เพิ่มขึ้นจาก 4.1% ในเดือนก่อน สูงสุดในรอบ 33 เดือน

สอดคล้องกับการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเพียง 1.44 แสนตำแหน่ง เทียบกับ 1.79 แสนตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า และเฉลี่ย 2.15 แสนตำแหน่งในช่วงปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 49.6 และ 55.0 จากระดับ 51.6 และ 55.3 ในเดือนก่อนหน้า

ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.9% ต่ำสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2564 ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงเพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงปลายปี 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...