โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“LTF” ผลงาน 10 ปี “น่าผิดหวัง” เฉลี่ย +0.13% ต่อปี... ใครถืออยู่ทำไงดี “ขาย-ถือต่อ-ลงทุนเพิ่ม” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2567 เวลา 16.55 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: รู้หรือไม่?…ปี2025 ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้นั้น จะเป็นปีที่ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ครบ “เงื่อนไขการขาย” ทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 2.4 แสนล้านบาท
มาดูผลงาน LTF” กันบ้าง ย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ย -0.85% ต่อปีและย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ย +0.13% ต่อปี(ที่มา: morningstarthailand.com, วันที่ 29 พ.ย. 24)
ในช่วงกว่า 5 ปี หลังกองทุน LTF” หมดอายุไปในปี2019 นั้น ขนาดก็ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 4.06 แสนล้านบาท เหลือ 2.41 แสนล้านบาท หรือลดลง -1.65 แสนล้านบาท ลดลง -40.60% หรือมีขนาดลดลงเฉลี่ยปีละ -3.3 หมื่นล้านบาท นั่นเอง !!!
แม้ปีหน้ากองทุน LTF” จะ “ครบเงื่อนไขการขาย” ทั้ง 100% ในระบบแต่ก็ใช่ว่าเงินจะเทออกทั้งหมดแต่ประการใด เพียงแต่แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมาก็สะท้อนว่าเป็นแนวโน้มของ “การไหลออก” มากกว่า จะด้วยการขายหรือผลกระทบจากราคาที่ลดลงก็ตาม
แล้วปีหน้า ใครที่ถือ LTF” อยู่ จะทำยังไงดี? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีคำตอบมาฝากกัน

LTF” ผลงาน 10 ปี น่าผิดหวัง เฉลี่ย +0.13% ต่อปี…ใครถืออยู่ทำไงดี “ขาย-ถือต่อ-ลงทุนเพิ่ม”

ก่อนอื่นต้องพาย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์เริ่มแรกของการลงทุนใน LTF” กันเลย ทั้งหมดเข้ามาลงทุนเพื่อ “ประโยชน์ทางภาษี” เป็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยเซฟภาษีได้ตั้งแต่ 5 – 35% ขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคนนั่นเอง
ผลตอบแทนคาดหวังก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังด้วยเช่นกัน เพราะตามตำราว่าไว้ การลงทุนในหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ หรือเงินฝาก โดยเปรียบเทียบ ส่วนจะได้แค่ไหนก็ขึ้นกับฝีไม้ลายมือของ “ผู้จัดการกองทุน” เป็นสำคัญ นี่ก็จะเป็นประโยชน์อีกส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว
ซึ่งผลงานของ LTF” ในภาพรวมต้องถือว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง ย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ย -0.85% ต่อปี(ดีสุด +9.59% ต่อปี, แย่สุด -4.97% ต่อปี) มีกองทุน 71% ผลงาน “ติดลบ” และย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ย +0.13% ต่อปี(ดีสุด +2.64% ต่อปี, แย่สุด -2.99% ต่อปี) มีกองทุน 47% ผลตอบแทน “ติดลบ”

แต่ต้นทุนของนักลงทุนแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะมี “กำไร” แล้ว แต่เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคง “ขาดทุน” อยู่ มากน้อยแตกต่างกันไปเท่านั้นเอง
สำหรับใครที่ถือกองทุน LTF” อยู่ แล้วครบ “เงื่อนไขการขาย” แล้วนั้น มีทางเลือก 3 ทาง ขึ้นกับมุมมองและเงื่อนไขของนักลงทุนแต่ละคนเองเป็นสำคัญ ประกอบด้วย
1) “ขาย”: จากตัวเลขการปรับตัวลดลงของขนาดกองทุน LTF” เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะเลือกทางนี้ บางคนอาจจะขายเพราะมีกำไร ก็ต้องยินดีด้วย บางส่วนอาจมีความจำเป็นต้องขายแม้จะ “ขาดทุน” อยู่ก็ตาม เพราะต้องการใช้เงิน
“หรือบางส่วนอาจจะตัดสินใจขายแม้จะ ‘ขาดทุน’ ก็ตาม (แต่ถ้าขายมีกำไรก็ยิ่งดี) เพราะจะได้มีเงินไปลงทุนใน ‘กองทุนประหยัดภาษี’อื่นๆ ที่มีอยู่ เพื่อเซฟภาษีนั่นเอง กลับมาได้ทั้งลดหย่อนภาษีและโอกาสรับผลตอบแทนอีกครั้ง”
2) “ถือต่อ”: อย่างที่บอกว่านักลงทุนบางส่วนที่ลงทุนมานานแล้ว ปัจจุบันอาจจะมีกำไรอยู่และพอใจกับกำไรที่ได้อีกทั้งไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินแต่ประการใด ก็อาจจะถือต่อมาเรื่อยๆ อีกส่วนคือ “ถือลืม” คือ ลงทุนไว้ในปีแรกที่ใช้ประโยชน์ทางภาษีแล้วก็ทิ้งลืมไปเลย ไม่เคยสนใจกลับมาดูว่าจะกำไรหรือขาดทุนอีกเลย ปล่อยไว้ไม่ได้ทำอะไร
“อีกส่วนอาจจะถือเพราะยังขาดทุนทำใจไม่ได้ เพราะขาดทุนมากกว่า ‘ประโยชน์ทางภาษี’ ที่ใช้ไปนั่นเอง”
3) “ลงทุนเพิ่ม”: เป็นอีกทางเลือกที่สามารถทำได้เช่นกัน แต่การลงทุนในกองทุน “LTF” หลังปี2019 นั้นจะ “ไม่มีประโยชน์ทางภาษี” เท่านั้นเอง แต่ทางเลือกนี้น่าจะมีไม่มากนักถ้าดูจากขนาดของกองทุน “LTF” ที่ลดลงต่อเนื่อง
“ที่สำคัญ ด้วยผลงานของกองทุน ‘LTF’ ในภาพรวมที่น่าผิดหวัง เชื่อว่าไม่ได้ดึงดูดใจนักลงทุนเท่าไร แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการลงทุนใน ‘หุ้นไทย’ต้องบอกว่า ‘LTF’ มีกองทุนให้เลือกหลากหลายและครบครันเลยทีเดียว ซึ่งนักลงทุนบางส่วนก็ชื่นชอบนโยบายของ ‘LTF’ แล้วกลับมาลงทุนอีกครั้งแม้จะไม่มีประโยชน์ทางภาษีแล้วก็ตาม”
ทั้งนี้ หากใช้ “ประโยชน์ทางภาษี” ที่เซฟได้ 5 – 35% มาบวกลบกับ “ผลตอบแทน” ที่กองทุน “LTF” ที่คุณลงทุนอยู่นั้น บวกลบแล้วมี “กำไร” หรือ “ขาดทุน” ก็อาจจะทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะเลือกจัดการกับ “LTF” ที่ถืออยู่ยังไงดี ทั้งนี้ขึ้นกับมุมมองและเงื่อนไขของนักลงทุนแต่ละคนเองเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...