โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดประวัติ 'วีระพงษ์ ประภา' ผู้แทนการค้าไทย-ที่ปรึกษานายกฯอิ๊งค์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 04.42 น.
วีระพงษ์ ประภา

เปิดประวัติ ‘วีระพงษ์ ประภา’ ผู้แทนการค้าไทย-ที่ปรึกษานายกฯอิ๊งค์ เตรียมรับมือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 สำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย 2 ราย ลงนามโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้มีผลทันที หนึ่งในนั้นมีชื่อ ‘วีระพงษ์ ประภา’ คนรุ่นใหม่ที่มากประสบการณ์ ทำงานร่วมกับธุรกิจขนาดใหญ่

ประวัติ “วีระพงษ์ ประภา”

“วีระพงษ์ ประภา” ชื่อเล่น อาร์ท เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2527 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของนายกำพล ประภา และนางวาทินี ประภา นักธุรกิจชาวไทย

ประวัติการศึกษา

เริ่มการศึกษาระดับชั้นประถมถึงมัธยมตอนต้นที่ประเทศไทย ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อชั้นมัธยมปลายที่ เบิร์นไซด์ (Burnside High School) เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 1) ด้านการบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ และกฎหมายพาณิชย์ จากมหาวิทยาลัยวิกตอเรียแห่งเวลลิงตัน (Victoria University of Wellington) นิวซีแลนด์

และปริญญาโทด้านการพัฒนาระหว่างประเทศจาก LSE (London School of Economics and Political Science) สหราชอาณาจักร และยังมีปริญญาโทอีกใบด้านการบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหาร (Executive MBA) มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge) สหราชอาณาจักร

โดยได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานโดดเด่นในภาคประชาสังคม

ประวัติการทำงาน

เริ่มชีวิตการทำงาน โดยเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาทางการเงินของ “เอินส์ตแอนด์ยัง “(Ernst&Young-EY) ที่สาขาในนิวซีแลนด์และกรุงลอนดอน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทบัญชียักษ์ใหญ่ของโลก

โดยทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทข้ามชาติด้านการเกษตรและด้านการเงิน ต่อมาผันตัวเองมาทำงานในภาคประชาสังคม มุ่งนำประสบการณ์มาผลักดันให้ภาคธุรกิจดำเนินการโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และประเด็นด้านสังคมอย่างยั่งยืน โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และผู้จัดการด้านการสื่อสารสาธารณะให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ระหว่างปี 2557-2565 ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานโยบายอาวุโสให้กับอ็อกซ์แฟม (Oxfam) องค์กรระดับโลกที่ต่อสู้กับความไม่เท่าเทียม เพื่อยุติความยากจนและความอยุติธรรม สาขาประเทศไทย และที่เมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

ถือว่ามีประสบการณ์ทำงานร่วมกับธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก และเป็นผู้แทนเจรจาระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ของโลกในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เช่น Amazon Walmart และ Kroger หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนและผนวกประเด็นเหล่านี้เข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

ปี 2565-2567 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการอาวุโสด้านธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้กับกองทุนเสรีภาพ (Freedom Fund) ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งกองทุนนี้เป็นกองทุนระดับโลกที่มีจุดมุ่งหมายช่วยยุติการค้ามนุษย์

โดยทำหน้าที่บริหารโครงการ ทั้งด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมหลายประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วีระพงษ์ยังได้ผลิตงานวิจัย งานเขียน ตลอดจนเป็นผู้แทนเจรจาระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเกิดขึ้น และสร้างความเข้มแข็งให้กับทุกภาคส่วนในระยะยาว

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” จากพรรครีพับลิกัน หวนคืนสู่ทำเนียบขาวเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2

แน่นอนว่าระบบการค้าการลงทุนโลกมีโอกาสเปลี่ยนแปลงและผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะหากนโยบายกีดกันภาษีที่ทรัมป์หาเสียงไว้เกิดขึ้นจริง

บทบาทของ “ผู้แทนการค้าไทย” คือการวางกลยุทธ์และเจรจาให้ธุรกิจและเศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์มากที่สุดในยุคทรัมป์ 2.0

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ ‘วีระพงษ์ ประภา’ ผู้แทนการค้าไทย-ที่ปรึกษานายกฯอิ๊งค์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...