โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นี่เพื่อนไง ไม่ใช่ธนาคาร’ ความเจ็บปวดของการให้เพื่อน ‘ยืมเงิน’ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ จนอาจเกิดความลำบากใจ และหายนะทางการเงินของตัวเอง

Mirror Thailand

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 03.43 น.
ภาพไฮไลต์

ฤดูแห่งเทศกาลได้จบลงไปแล้วก็จริง แต่บรรดารายจ่ายต่างๆ ที่เป็นควันหลงมาจากการเฉลิมฉลอง กินดื่ม พักผ่อน ท่องเที่ยว ให้ของขวัญ ไปจนถึงการปรนเปรอตัวเองตลอดช่วงสิ้นปีที่ผ่านมานี่สิที่รอเราอยู่แน่ๆ พร้อมกับบิลกองมหาศาลที่เราต้องจ่าย นอกจากจะอยู่ในฐานะคนที่ต้องจัดการรายจ่ายทั้งหมดที่ว่ามานั้นของตัวเองแล้ว หลายคนยังอาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะตกเป็น ‘เจ้าหนี้’ แบบไม่เต็มใจ เมื่อเพื่อนหรือคนรอบข้างเองก็ประสบปัญหาในการบริหารจัดการเงินไม่ได้ในช่วงเวลานี้เช่นเดียวกัน จนต้องขอ ‘ยืมเงิน’ จากเราเพื่อจัดการปัญหา

และนี่เองที่ทำให้หลายคนพูดไม่ออก เลือกที่จะใช้เงินเพื่อรักษาความสัมพันธ์นั้นๆ เอาไว้ เพราะเกรงว่าจะเกิดความขุ่นข้องหมองใจต่อกัน แม้ว่าจะรู้สึกยากลำบากใจแค่ไหนก็ตาม

สำนวนที่ว่า ‘ถ้าอยากเสียเพื่อน ให้ยืมเงิน’ ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน คนยืมหรือคนให้ยืม ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเสียเพื่อนได้ทั้งนั้น ในทางสังคมวิทยาได้อธิบายเอาไว้ว่า นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์แบบเพื่อนคือ Communal Relationships หรือความสัมพันธ์เชิงผูกพันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเสนอผลประโยชน์ให้แก่กันได้โดยไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนใดๆ กลับคืนมา ต่างจากความสัมพันธ์ในเชิง Economic Relationships ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการได้รับกลับมาในรูปแบบผลประโยชน์บางอย่างซึ่งกันและกันเสมอ การยืมเงินคนที่เรียกว่าเป็น ‘เพื่อน’ จึงเหมือนเป็นการเบลอเส้นแบ่งระหว่างความสัมพันธ์เหล่านี้ไป เมื่อคนยืมก็คาดหวังว่าจะได้รับ ส่วนคนให้ยืมก็หวังว่าจะได้กลับคืนมา ซึ่งถ้าหากไม่เป็นไปตามนั้น นั่นแหละหายนะชัดๆ

Hailey Magee ไลฟ์โค้ช และผู้เขียนหนังสือเรื่อง ‘Stop People Pleasing: And Find Your Power’ เข้าใจดีถึงภาวะบีบคั้นนี้ และคิดตรงกันว่าบางครั้งการตกอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ของเพื่อนตัวเองก็สร้างความรู้สึกเครียดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาว People Pleaser ที่มักจะ ‘เซย์เยส’ แทบจะอัตโนมัติในการดูแลเทคเเคร์คนอื่นรอบข้างก่อนเสมอ จนลืมดูตัวเองว่าไหวหรือเปล่า นิสัยนี้ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับคำว่าใจดี และมี Empathy ต่อคนอื่น แต่จริงๆ แล้วมันอาจเป็นด้านมืดของความใจดีที่มีราคาต้องจ่ายมากกว่านั้น นั่นคือความเสี่ยงจะทำให้ทั้งความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเลวร้ายลง และยังอาจทำให้การเงินของเราเดือดร้อนตามไปด้วย

จากประสบการณ์ตรงของไลฟ์โค้ชอย่าง Hailey Magee ที่บอกเล่ากับ New York Times เธอพบว่าตัวเองใช้เงินปรนเปรอ ตามใจเพื่อนๆ และคนอื่นรอบข้างมากมาย จนแทบไม่เหลือเงินสำรองในบัญชีไว้สำหรับดูแลตัวเองเลย ในมุมมองของเธอ การช่วยเหลือคนอื่นไม่ใช่เรื่องแย่ ตราบใดที่มันไม่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง หรือที่เธอใช้คำว่า ‘Financially Hurtful’ ที่หมายความว่าเงินอาจช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ดำเนินต่อไปได้โดยไม่ขัดเเย้งกัน แต่สุดท้ายแล้วมันกลับทำให้เราต้องมาเจ็บปวดกับสภาพทางการเงินของตัวเองแทน อย่างครั้งหนึ่งที่เธอมีความคิดว่า ทำไมตัวเธอต้องทนกับการประหยัด และไม่กล้าใช้จ่ายเงินทั้งที่เป็นของตัวเองแท้ๆ แต่ทำไมคนรอบข้างเธอกลับได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากเธอไปหมด ทำให้เธอคิดได้ว่า ถ้าอย่างนั้นเธอจะเริ่มทรีตตัวเองให้เหมือนกับที่ทรีตคนอื่นบ้างแล้วหลังจากนี้

Red Flag ที่ไลฟ์โค้ชบอกเลยว่าอันตรายมาก ไม่เพียงแค่การให้ยืมเงินสด หรือเงินเก็บในบัญชีของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ยืมบัตรเครดิตด้วย เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงในการใช้เงินเกินตัว ใช้เงินในอนาคต หนี้ในอนาคตที่เราเอง (และเขา-คนยืม) ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะหามาจ่ายคืนได้จริงๆ ไหม หากเกิดสถาณการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจใดๆ ขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าเราจะไว้ใจเพื่อนมากแค่ไหน แต่เราก็ไม่สามารถไว้วางใจปัจจัยรอบข้างที่เราควบคุมไม่ได้อยู่ดี

“ความโกรธเคืองกันเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่แหละที่ทำลายความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว” Hailey Magee ไลฟ์โค้ช ผู้ให้คำปรึกษาด้านความสัมพันธ์กับการเงินยืนยัน เธอมองว่าการตั้ง ‘ขอบเขต’ ว่าอะไรให้ได้หรือไม่ได้นั้นยังจำเป็นมากพอๆ กับการฝึกตัวเองให้หัด ปฏิเสธ ในเวลาที่ต้องปฏิเสธ เพราะในทางกลับกัน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากเราไม่พยายามทรีตคนอื่นในเวลาที่เราไม่เต็มใจ จะส่งผลให้เรารู้สึกดีขึ้นมากกว่าในเวลาที่เราเองเป็นฝ่ายเลือกว่าตอนไหนควรจะ ‘ให้’ อีกฝ่ายด้วยซ้ำ

สุดท้ายแล้วเราอาจต้องกลับมาถามตัวเองว่าจริงๆ คุณค่าของตัวเรา คุณค่าของความเป็นเพื่อน กับคุณค่าของความสัมพันธ์นี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในบัญชี หรือวงเงินในบัตรเครดิตของกันและกันหรือเปล่า เพราะหากคำตอบคือใช่ ก็น่าจะต้องกลับมาทบทวนความสัมพันธ์กันสักหน่อยแล้วละนะ

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2024/12/21/business/people-pleasing-money-debt.html

https://spsp.org/news/character-and-context-blog/angulo-goldstein-norton-friends-loaning-borrowing-money-problems

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...