โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : หลังผ่าตัดคลอด “กินลูกปลาช่อน” ช่วยให้แผลหายไว จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 23.28 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 16.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปกินลูกปลาช่อนดิบเพื่อช่วยให้แผลผ่าคลอดหายไว จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับอาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.นพ.ดร.เผด็จ สิริยะเสถียร อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในคลิปที่แชร์กัน “กินลูกอ่อนปลาช่อนดิบเพื่อหวังให้แผลผ่าตัดคลอดหายเร็วขึ้น” ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่กลับจะได้ “พยาธิ” เป็นของแถมด้วย

พยาธิที่พบจากการกินปลาช่อนดิบคือ พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma Spinigerum) และพยาธิตืดปลา (Fish tapeworm infection หรือ Diphyllobothriasis)

วงจรชีวิตของพยาธิตัวจี๊ด

ปกติแล้วตัวแก่ของพยาธิตัวจี๊ด (ทั้งตัวผู้และตัวเมีย) จะอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัข แมว เสือ หลังจากพยาธิผสมพันธุ์แล้ว พยาธิตัวเมียจะปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระของสัตว์เหล่านี้ เมื่อไข่ลงน้ำจะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1

ตัวกุ้งไร (cyclops) จะกินตัวอ่อนพยาธิ (ระยะที่ 1) และไปเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2

เมื่อปลากินกุ้งไรที่มีพยาธิ พยาธิจะเจริญในปลาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะติดต่อ ถ้าสุนัขหรือแมวกินปลานี้เข้าไป พยาธิก็ไปเจริญเป็นตัวแก่ในกระเพาะอาหาร แต่ถ้าคนกินปลาซึ่งมีพยาธิระยะติดต่อเข้าไป พยาธิจะคืบคลานหรือไชไปตาม อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ยังไม่มีรายงานว่าพยาธินี้เจริญเป็นตัวแก่จนสามารถออกไข่ได้ในคน

กินลูกอ่อนปลาช่อนดิบ พยาธิตัวจี๊ดเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร ?

พยาธิตัวจี๊ดสามารถติดต่อได้ในคนทุกเพศทุกวัย เข้าสู่ร่างกายผ่านการกินเนื้อปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก (สุก ๆ ดิบ ๆ) เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู เป็นต้น แต่ในเนื้อปลาทะเลน้ำลึกจะไม่พบตัวอ่อนของพยาธิจี๊ด

ตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดไม่สามารถเจริญเติบโตและวางไข่ภายในร่างกายคนได้ พยาธิชนิดนี้จึงชอนไชไปทั่วร่างกาย และถ้าไม่ได้รับการรักษา ตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ดสามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายปีโดยไม่แสดงอาการ

ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมชอบกินปลาน้ำจืดสุก ๆ ดิบ ๆ และมีอาการบวมใต้ผิวหนังเปลี่ยนที่ไปเรื่อย ๆ อย่างผิดปกติ หรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อพยาธิตัวจี๊ด ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด

พยาธิตัวจี๊ดอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น การติดเชื้อที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ปอดบวม เป็นต้น

ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายจากพยาธิตัวจี๊ดได้ ด้วยการกินอาหารปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง และล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ในส่วนของ ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงเรื่องที่แชร์กัน “กินลูกอ่อนปลาช่อนดิบเพื่อหวังให้แผลผ่าตัดคลอดหายเร็วขึ้น” นั้น ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะถ้าคนที่เพิ่งได้รับการผ่าคลอดแล้วกินอาหารดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน เช่น อาจติดเชื้อ และ/หรือ เกิดผลข้างเคียงอย่างอื่นที่คาดไม่ถึงก็ได้

ถึงแม้ว่า “โปรตีน” จะมีคุณสมบัติพิเศษทำให้แผลหายเร็วก็ตาม แต่เป็นคนละเรื่องกับการกินลูกอ่อนปลาช่อนดิบ

แผลของคนเราจะหายช้าหรือหายเร็วขึ้นกับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น อายุ สุขภาพผิว การอักเสบของแผล (แผลอักเสบมากจะหายช้ากว่าปกติ) รวมถึงมีการติดเชื้อซ้ำซ้อน ก็ทำให้แผลหายช้าได้เช่นกัน

ในความเป็นจริงไม่มีข้อห้ามใด ๆ ถ้าต้องการจะกินอะไรก็กินได้ แต่สิ่งที่จะกินนั้นต้องสะอาด ปลอดภัย ปรุงสุก และเป็นโปรตีนที่ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารซ่อมแซมแผลผ่าคลอดได้

บทสรุป

เรื่องที่แชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ “กินลูกอ่อนปลาช่อนดิบเพื่อช่วยให้แผลผ่าคลอดหายไว” ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ

“เมื่อได้รับข้อความอะไรที่บอกว่าทำอย่างนั้นดี ทำอย่างนี้ดี โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความมั่นใจว่าเป็นข้อความที่เชื่อถือได้และมีงานวิจัยรับรอง” ศ.นพ.ดร.เผด็จ กล่าว

🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พีรพล อนุตรโสตถิ์ เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...