เครียดจนกายพัง เรื่องจริงที่ต้องใส่ใจ ถอดรหัส Conversion Disorder โรคฮิตที่คนมองข้าม
ในยุคที่ความเร่งรีบและความกดดันถาโถม “เครียดจนป่วย” กลายเป็นวลีที่หลายคนคุ้นเคย แต่บ่อยครั้งที่มองข้ามความจริงจังของภาวะนี้ คิดว่าเป็นเพียงการ “เรียกร้องความสนใจ” หรือ “คิดไปเอง” แต่กรณีล่าสุดของ “จ้าว ลู่ซือ” นักแสดงสาวชาวจีน ที่ป่วยหนักจากความเครียดจนร่างกายอ่อนแรงและระบบประสาทรับรู้ลดลง ทำให้เราต้องหันกลับมามองโรค “Conversion Disorder” อย่างจริงจัง
[caption id="attachment_150065" align="aligncenter" width="850"]
พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ผู้ชำนาญการจากศูนย์สุขภาพใจ รพ.วิมุต[/caption]
วันที่ 14 มกราคม 2568 พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ผู้ชำนาญการจากศูนย์สุขภาพใจ รพ.วิมุต จะมาไขความลับของConversion Disorder เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และให้การช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมโรคนี้ไม่ใช่การ “แกล้งป่วย” แต่เป็นภาวะที่จิตใจส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างแท้จริง
Conversion Disorder: เมื่อใจป่วย กายก็ทรุด
Conversion Disorder คือภาวะที่ปัญหาสุขภาพจิตเข้าไปรบกวนการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการผิดปกติทางกาย โดยที่ผลตรวจร่างกายทั่วไปกลับไม่พบความผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการทางกายที่หลากหลาย เช่น อ่อนแรง ชา ชัก พูดไม่ได้ ตาพร่า หรือสูญเสียการได้ยิน ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นจริงโดยที่ผู้ป่วยไม่ได้เสแสร้ง
อะไรคือตัวกระตุ้น? จากความเครียดสู่ความผิดปกติทางกาย
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดConversion Disorder? ปัจจัยหลักมักมาจากความเครียด ความกดดัน และประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง
พญ. เพ็ญชาญา ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เช่น วัยรุ่นที่ทะเลาะกับแม่แล้วเกิดอาการพูดไม่ได้หลังจากกรีดร้อง หรือกรณีของทหารในสงครามโลกที่ต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันอย่างหนักในสนามรบ จนเกิดอาการทางกายจากโรคนี้ ซึ่งในอดีตโรคนี้อาจถูกเรียกว่า “ฮิสทีเรีย” แต่ปัจจุบันทางการแพทย์ได้จัดอยู่ในกลุ่มConversion Disorder
ความเข้าใจ: กุญแจสำคัญในการรักษา
การวินิจฉัยConversion Disorder ต้องแยกแยะออกจากภาวะอื่นๆ เช่น Factitious Disorder (แกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจ) และ Malingering (แกล้งป่วยเพื่อผลประโยชน์) ซึ่งต้องอาศัยการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง
การรักษาConversion Disorder มีหลายวิธี เช่น จิตบำบัด กายภาพบำบัด หรือการใช้ยา โดยแพทย์จะปรับวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจและความเข้าใจแก่ผู้ป่วย หลีกเลี่ยงคำพูดที่บั่นทอนจิตใจ เช่น “คิดไปเอง” หรือ “ตรวจแล้วก็ปกติ” เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเข้าใจ จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
จากใจคุณหมอ: เข้าใจ ใส่ใจ และให้เวลา
พญ. เพ็ญชาญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า Conversion Disorderเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การแกล้งทำ ผู้ป่วยมักสับสนและกังวลกับอาการอยู่แล้ว การให้กำลังใจ รับฟัง และให้เวลาในการรักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้”
สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต มีศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 พร้อมให้บริการ โทร. 0-2079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อปรึกษาแพทย์ออนไลน์