โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ไหม? ทางช้างเผือกของเรา ไม่ปกติเหมือนชาวบ้านเค้า

Environman

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

ทางช้างเผือกของเราเป็นกาแล็กซีที่ ‘แปลกประหลาด’ มาก ๆ การวิจัยขนาดใหญ่ชี้ให้เห็นว่ากาแล็กซีของเรามีวิวัฒนาการที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเค้า

ในอดีตที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์มักจะใช้ทางช้างเผือกเป็นมาตราฐานในการศึกษาว่ากาแล็กซีก่อตัวและมีวิวัฒนาการอย่างไร เนื่องจากการที่เราอยู่ในกาแล็กซีแห่งนี้ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาอย่างละเอียด้วยกล้องโทรทรรศน์ได้ ซึ่งทำให้เชื่อกันว่าทางช้างเผือกเป็นดาราจักรธรรมดาทั่ว ๆ ไป

แต่ปรากฏว่าเมื่อนักวิทยาศาสตร์สำรวจกาแล็กซีอื่น ๆ 101 แห่งที่คล้ายกับทางช้างเผือกเพิ่มเติม รวมถึงกาแล็กซีขนาดเล็กอีกกว่า 378 แห่งที่อยู่รอบ ๆ 101 แห่งนั้น ในโครงการที่ชื่อว่า Satellites Around Galactic Analogs (SAGA) พวกเขาก็พบว่าความเชื่อดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องเลย กาแล็กซีของเรามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

“มีเหตุผลที่ไม่มีใครเคยลองทำแบบนี้มาก่อน” ศาสตราจารย์ Risa Wechsler จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว “มันเป็นโครงการที่ทะเยอทะยานมาก เราต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากในการคัดแยกกาแล็กซีที่โคจรอยู่ 378 แห่งออกจากวัตถุท้องฟ้านับพันที่อยู่เบื้องหลัง มันเป็นปัญหาที่ยุ่งยากมาก”

ผลลัพธ์นั้นน่าประหลาดใจ โดยทางช้างเผือกมีกาแล็กซีบริวาร (กาแล็กซีขนาดเล็ก ๆ ที่โคจรรอบทางช้างเผือก) อยู่ 4 แห่งที่สังเกตได้โดย 2 แห่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่ออยู่ในซีกโลกใต้นั่นคือ เมฆแมเจลแลนใหญ่และเมฆแมเจลแลนเล็ก (LMC และ SMC)

ขณะเดียวกันกาแล็กซีขนาดใหญ่อื่น ๆ 101 แห่งนั้นก็มีวัตถุที่โคจรรอบมันอยู่ระหว่าง 0-13 แห่ง ดังนั้นในแง่นี้ทางช้างเผือกจึงอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง แต่ทว่าเมื่อพิจารณาในมุมกาแล็กซีบริวารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา (แต่ยังถือว่าเล็กอยู่เมื่อเทียบกาแล็กซีทางช้างเผือก) เช่น LMC และ SMC เรากลับไม่เหมือนชาวบ้านเค้า

กล่าวคือกาแล็กซีขนาดใหญ่อื่น ๆ 101 แห่งนั้นมีกาแล็กซีบริวารที่สามารถสร้างดาวฤกษ์ใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่า LMC และ SMC ที่เป็นบริวารของเรากลับมีเพียง SMC เท่านั้นที่สร้างดวงดาวใหม่ได้ มันจึงกลายเป็นความแตกต่างใหญ่ที่ทางช้างเผือกผิดปกติ

“ตอนนี้เรามีปริศนาแล้ว” ศาสตราจารย์ Wechsler กล่าว “อะไรในทางช้างเผือกที่ทำให้กาแล็กซีบริวารที่มีมวลน้อยกว่าเหล่านี้หยุดสร้างดาวฤกษ์ใหม่”

กระนั้นการสำรวจเพิ่มเติมก็ให้ข้อมูลบางอย่าง งานวิจัยอีกชิ้นแสดงให้เห็นว่า ยิ่งกาแล็กซีบริวารอยู่ใกล้แหล่งกาแล็กซีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ อัตราการเกิดดาวฤกษ์ใหม่จะช้าลงเท่านั้น ซึ่งสร้างปริศนาชิ้นต่อไปว่า ‘เป็นไปได้หรือไม่ที่แรงดึงดูดที่มากขึ้นของฮาโลสสารมืด (dark matter haloes ง่าย ๆ คือโครงสร้างของสสารมืด) ที่อยู่ใกล้กาแล็กซีกำลังทำให้การก่อตัวของดาวฤกษ์ดับลง’

“บางทีทางช้างเผือกอาจมีการมารวมตัวกันในแบบที่ไม่เหมือนใคร ของกาแล็กซีบริวารรุ่นเก่าที่หยุดสร้างดาวฤกษ์แล้ว และกาแล็กซีบริวารรุ่นใหม่ที่สร้างดาวฤกษ์ได้อยู่ ซึ่งก็คือ LMC และ SMC ที่อาจเพิ่งมาอยู่ในฮาโลวสสารมืดของทางช้างเผือกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งแตกต่างจากกาแล็กซีเจ้าบ้านอื่น ๆ ทั่วไป” ศาสตราจารย์ Weschler อธิบาย

งานวิจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าจักรวาลยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากเกี่ยวกับฮาโลสสารมืดและวิธีที่ฮาโลเหล่านี้กำหนดวิวัฒนาการของกาแล็กซี

“ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถจำกัดรูปแบบการก่อตัวของกาแล็กซีให้อยู่แค่ทางช้างเผือกได้” ศาสตราจารย์ Weschler กล่าว “เราต้องพิจารณาการกระจายตัวของกาแล็กซีที่คล้ายคลึงกันทั่วจักรวาลทั้งหมด”

ที่มา

https://iopscience.iop.org/article/10.3847/1538-4357/ad64c4

https://iopscience.iop.org/article/10.3847/1538-4357/ad61e7

https://futurism.com/…/something-strange-galaxy-milky-way

https://www.sciencealert.com/giant-study-confirms-the…

https://www.iflscience.com/the-milky-way-is-an-absolute…

Photo: Yao-Yuan Mao, with images from the DESI Legacy Surveys Sky Viewer

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...