โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 เหตุการณ์สำคัญ ในปี 2567 ว่าทั้งไทยและทั่วโลก เกิดอะไรขึ้นบ้าง

The Momentum

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 18.33 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 11.50 น. • THE MOMENTUM

ปี 2567 กำลังจะจบลง นับเป็นปีที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมายทั้งในประเทศและนอกประเทศ ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

หลากหลายเหตุการณ์ที่นิ้วไม่อาจนับไม่ไหว The Momentum จึงเลือกข่าวสำคัญและอีเวนต์ใหญ่ในแต่ละเดือน ชวนทุกคนย้อนดูสิ่งที่เกิดในประเทศและสังคมโลกไว้ดังนี้

มกราคม - พิธารอดคดีหุ้นไอทีวี

ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) นำไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยบุคคลภายนอกและคู่แข่งทางการเมือง

ข้อกล่าวหาหลักคือ พิธาถือหุ้นในบริษัทไอทีวีจำนวน 42,000 หุ้น ซึ่งขัดต่อมาตรา 98(3) ของรัฐธรรมนูญไทย ที่ระบุว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่สามารถเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อมวลชนได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง เรื่องนี้นำไปสู่การพิจารณาคดีโดยศาลรัฐธรรมนูญ และกลายเป็นหัวข้อที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

ทว่าในวันที่ 24 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนด้วยมติ 8 ต่อ 1 เสียง ว่า บริษัทไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง คำวินิจฉัยนี้ทำให้พิธา ‘ไม่ถูก’ ตัดสิทธิและยังคงมีสถานะเป็น ส.ส.ต่อไป หลังคำตัดสินพิธาแถลงขอบคุณผู้สนับสนุน และยืนยันเดินหน้าทำงานด้านการเมืองต่อ มุ่งแก้ปัญหาประชาชนและพัฒนาประเทศ

กุมภาพันธ์ - ทักษิณกลับบ้าน ‘จันทร์ส่องหล้า’ พร้อมเฝือกคาคอ หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกจากโรงพยาบาลตำรวจหลังจากการพักโทษระยะหนึ่ง โดยสวมหน้ากากอนามัยและเฝือกทางการแพทย์ที่คอ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าในช่วงเช้าตรู่ ข่าวการออกจากโรงพยาบาลของทักษิณได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาฯ แจ้งคำพิพากษาจำคุกทักษิณรวม 8 ปี (ภายหลังได้รับการอภัยโทษเหลือ 1 ปี และพักโทษกรณีพิเศษหลังรับโทษครบ 6 เดือน) จาก 3 คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ได้แก่ คดีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการนำเข้าส่งออก (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยกู้, คดีหวยบนดิน และคดีแก้ไขสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ปอเรชัน แต่เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพ จึงได้รับการย้ายไปโรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรับโทษ

การพักโทษของทักษิณทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในประเด็นการที่ทักษิณได้รับการคุมตัวที่โรงพยาบาลตำรวจตลอดระยะเวลา 6 เดือน แทนที่จะเป็นการคุมตัวในเรือนจำ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาชี้ว่า อาจมีการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์แก่บุคคลในการจัดการเรื่องนี้ ทั้งยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับความโปร่งใสในการให้บริการทางการแพทย์ โดยแพทยสภาได้ส่งหนังสือถึงโรงพยาบาลตำรวจเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาทักษิณ เพื่อพิจารณาด้านจริยธรรมในการให้บริการ

มีนาคม - ‘วันกะเทยผ่านศึก’ กะเทยไทย ‘ตบ’ กะเทยฟิลิปปินส์ใจกลางกรุง

วันที่ 4 มีนาคม 2567 กะเทยชาวฟิลิปปินส์ประมาณ 20 คน ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์กะเทยไทย 2 ราย บริเวณซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ รวมทั้งอัดคลิปวิดีโอโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อยั่วยุท้าทาย เหตุการณ์นี้ทำให้กะเทยไทยเกิดความไม่พอใจและนัดหมายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรวมตัวกันตอบโต้ในสถานที่เดียวกัน

ส่งผลให้กะเทยชาวไทยนับร้อยคนมารวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 11 ซึ่งเป็นที่พักของกลุ่มกะเทยฟิลิปปินส์ การเผชิญหน้ากลายเป็นการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงระหว่าง 2 กลุ่มนี้ และการต่อสู้ที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวใหญ่ในสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งแฮชแท็ก #สุขุมวิท11 ยังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จนมีการพูดกันติดตลกแต่งตั้งวันที่ 4 มีนาคม เป็น ‘วันกะเทยผ่านศึก’ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นี้

เมษายน - เปิดตัว ‘หลานม่า’ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ทะยานเข้าสู่ออสการ์รอบ 15 เรื่องสุดท้าย

ในเดือนเมษายน 2567 ภาพยนตร์เรื่องหลานม่าจากค่าย GDH สร้างปรากฏการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทยด้วยกระแสตอบรับที่ล้นหลาม ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน โดยภาพยนตร์ดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไทย-จีน เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น โดยเฉพาะความผูกพันระหว่างหลานกับอาม่า สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความรัก ความผูกพัน และการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้ แต่ยังสร้างกระแสการตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง หลายบริษัทออกมาประกาศวันหยุดพิเศษในวันที่ 4 เมษายน เพื่อให้พนักงานได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยกัน

นอกจากนี้ หลานม่ายังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการภาพยนตร์ไทย ด้วยการได้รับการคัดเลือกให้เป็นภาพยนตร์ 1 ใน 15 เรื่องในการลุ้นชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 หลังจากที่ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนภาพยนตร์มาแล้ว 32 เรื่อง (รวมหลานม่า) ตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งนับเป็นการเข้าใกล้รางวัลออสการ์มากที่สุดสำหรับไทย

พฤษภาคม - ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต หลังอดอาหารในเรือนจำ 110 วัน

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองวัย 28 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมราชทัณฑ์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและสมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ อันเป็นผลจากการอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 110 วัน

ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำทนายความของบุ้งเปิดเผยข้อมูลว่า ในระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ บุ้งได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเสียชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ อย่างไรก็ตามกรมราชทัณฑ์ได้แถลงยืนยันว่า ได้ดูแลบุ้งตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า ได้ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (AED) ในการกู้ชีพ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่บุ้งถูกถอนประกันตัวในคดีมาตรา 112 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำโพล ‘ขบวนเสด็จทำให้เดือดร้อนหรือไม่’ และถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2567

การเสียชีวิตของบุ้งนำไปสู่ความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดการสิทธิมนุษยชนในเรือนจำ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทย เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระตุ้นให้สังคมกลับมาพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับสิทธิของผู้ต้องขังและการแสดงออกทางการเมืองในประเทศ

มิถุนายน - เลือก ส.ว.ชุดใหม่ที่ประชาชนไม่มีสิทธิ ‘เลือก’ แต่ กกต.อ้างโปร่งใสตรวจสอบได้

ในเดือนมิถุนายน 2567 ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้การเลือก ส.ว.จะเกิดขึ้นผ่านการเลือกตั้งแบบไต่ระดับ โดยเริ่มจากการเลือกตั้งในระดับอำเภอวันที่ 9 มิถุนายน ตามด้วยการเลือกตั้งในระดับจังหวัดวันที่ 16 มิถุนายน และสิ้นสุดการเลือกตั้งในระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

ผลการเลือกตั้ง ส.ว.ในครั้งนี้ส่งผลให้มี ส.ว.ชุดใหม่จำนวน 200 คน พร้อมตัวสำรองอีก 100 คน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการพิจารณากฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในอนาคต อย่างไรก็ตามกระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้รับความวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการสังเกตการณ์จากภายนอก โดยผู้สังเกตการณ์ถูกจำกัดพื้นที่ในการติดตามการลงคะแนนและนับคะแนน ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นธรรมของการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึงการแทรกแซงจากกลุ่มอำนาจต่างๆ ในกระบวนการนี้ เพราะระบบการเลือก ส.ว.ของประเทศไทยถูกออกแบบให้มีขั้นตอนซับซ้อน โดยเฉพาะกระบวนการ ‘เลือกไขว้’ ซึ่งตั้งใจให้เกิดความหลากหลายของตัวแทนจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เริ่มต้นด้วยการให้ผู้สมัครในกลุ่มวิชาชีพเดียวกัน เช่น เกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ หรือผู้ประกอบการธุรกิจ เลือกกันเองในระดับจังหวัดเพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่รอบต่อไป แต่ในรอบถัดมา ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเลือกตัวแทนจากกลุ่มวิชาชีพอื่นที่ตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดความสับสนและตั้งคำถามถึงความเหมาะสม เพราะผู้สมัครที่ต้องลงคะแนนอาจไม่มีข้อมูลหรือความรู้เพียงพอเกี่ยวกับผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่ตนต้องเลือก

กระบวนการเลือกไขว้ที่ว่านี้ถูกวิจารณ์ว่า อาจเปิดช่องให้มีการล็อกผลหรือการตกลงกันล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการลงคะแนนอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ยังพบว่า เครือข่ายของบางพรรคการเมืองใช้วิธีจัดหาผู้สมัครในกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการควบคุมเสียงในวุฒิสภา การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของตัวแทนที่แท้จริง นอกจากนี้อีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือค่าสมัคร 2,000 บาท ซึ่งถูกมองว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไปสำหรับประชาชนในพื้นที่ชนบทหรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย การเลือกครั้งนี้จึงถูกวิจารณ์ว่า เป็นการจำกัดโอกาสของคนทั่วไปในการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง

กรกฎาคม - ปลาหมอคางดำระบาดหนัก รุกรานระบบนิเวศไทย

ในเดือนกรกฎาคม 2567 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานระบบนิเวศไทยอย่างรวดเร็ว โดยมีการแพร่ระบาดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2555 ทว่าแม้จะมีสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้น ปัญหานี้ก็ถูกมองข้ามมานานหลายปี โดยปลาหมอคางดำได้แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องประสบปัญหาจากการที่ปลาหมอคางดำแย่งอาหารและที่อยู่อาศัยในบ่อเลี้ยง ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก รวมทั้งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศท้องถิ่นในวงกว้าง หน่วยงานภาครัฐจึงต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้ แม้จะมีบริษัทผู้ขอนำเข้าปลาเพียงรายเดียวในไทย แต่ยังขาดหลักฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงว่า ปลาหมอคางดำที่ระบาดอยู่ในขณะนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับปลาที่นำเข้าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน นอกจากนี้ปลาหมอคางดำยังไม่ได้รับการจัดให้อยู่ใน พ.ร.ก.ควบคุมพื้นที่การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ต่างถิ่น ทำให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น แหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม ไม่สามารถได้รับเงินชดเชยหรือการช่วยเหลือจากรัฐ

สิงหาคม - นิติสงคราม 2567 ยุบพรรคก้าวไกล-ปลดเศรษฐา ทวีสิน ส่งผลการเมืองไทยสะเทือน

การเมืองไทยเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่เรียกว่า ‘นิติสงคราม’ ในเดือนสิงหาคม 2567 โดยสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและระบบประชาธิปไตย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ด้วยข้อกล่าวหาว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การยุบพรรคดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงความไม่พอใจของประชาชนบางส่วนที่มองว่าการยุบพรรคนี้ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม

ในขณะเดียวกัน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังถูกปลดจากตำแหน่งในวันที่ 14 สิงหาคม เนื่องจากการแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ขาดความระมัดระวังและไม่สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมือง การปลดผู้นำรัฐบาลในครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองและส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

กันยายน - ประเทศไทยประกาศ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมเป็นประเทศแรกในอาเซียน

วันที่ 24 กันยายน 2567 ประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นชาติแรกของอาเซียน และอันดับ 3 ของเอเชีย ที่รับรองการแต่งงานเพศเดียวกัน ต่อจากไต้หวันและเนปาล โดยได้มีการปรับแก้คำว่า ‘ชาย’ และ ‘หญิง’ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถสมรสกันได้ โดยไม่จำกัดเพศ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงคำเรียกจาก ‘สามี-ภรรยา’ เป็นคำว่า ‘คู่สมรส’ เพื่อสะท้อนความเท่าเทียมและการยอมรับในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบที่ไม่ขึ้นอยู่กับเพศสภาพของบุคคล ไปจนถึงการปรับอายุขั้นต่ำสำหรับการหมั้นและสมรสจาก 17 ปี เป็น 18 ปี

กฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มกราคม 2568 หรือ 120 วันหลังจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เริ่มได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากภาครัฐและประชาชนหลายกลุ่ม การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงการยอมรับและเคารพความหลากหลายทางเพศ

ตุลาคม - น้ำท่วมใหญ่ภาคเหนือในรอบ50 ปี

ในเดือนตุลาคม 2567 ภาคเหนือของประเทศไทยประสบกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อหลายจังหวัด โดยเฉพาะเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก โดยเชียงใหม่ถือว่า ประสบกับน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 50ปี ระดับแม่น้ำปิงสูงถึง 3.81 เมตร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตเมือง

ในขณะที่จังหวัดเชียงรายยังคงประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องในเดือนตุลาคม จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันตั้งแต่เดือนกันยายน ทำให้ประชาชนใน 14 อำเภอ 66 ตำบล และ 591 หมู่บ้านได้รับผลกระทบ รวมถึงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่ถูกน้ำท่วมสูง (ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม 2567 จังหวัดเชียงราย)

พฤศจิกายน - ทรัมป์กลับมาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2657 โดยสามารถเอาชนะ กมลา แฮร์ลิส (Kamala Harris) คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) ทำให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของทรัมป์หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2563 ส่งผลให้ทรัมป์กลับมามีบทบาทสำคัญในเวทีการเมืองสหรัฐฯ อีกครั้ง และเป็นที่จับตาของทั่วโลกเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคตของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารประเทศของทรัมป์

ธันวาคม - เกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึกครั้งแรกในรอบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล (Yoon Suk-yeol) ของเกาหลีใต้ได้ประกาศกฎอัยการศึกเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี โดยอ้างเหตุผลว่า จำเป็นต้องปกป้องประเทศจากภัยคุกคามที่มาจากกลุ่มสนับสนุนเกาหลีเหนือและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของเกาหลีใต้ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศ ทว่าการประกาศนี้กลับทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่กังวลว่า การใช้กฎอัยการศึกอาจละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของประชาชน

แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ การประกาศกฎอัยการศึกต้องได้รับการอนุมัติจากสมัชชาแห่งชาติ หากไม่เห็นด้วยรัฐบาลจะต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทันที โดยรัฐธรรมนูญยังคุ้มครองสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจากการจับกุมภายใต้กฎอัยการศึก เพื่อป้องกันการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมจากฝ่ายบริหาร การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ทำให้เกิดความตึงเครียดในรัฐสภา สมาชิกบางคนต้องฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพื่อเข้าร่วมการประชุมเพื่อลงมติ และผลการประชุมระบุว่า รัฐสภาไม่เห็นชอบกับการประกาศดังกล่าว

หลังจากการประกาศไม่นาน ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล จึงตัดสินใจยกเลิกกฎอัยการศึก หลังจากเผชิญกับกระแสการประท้วงต่อต้านจากประชาชน รวมไปถึงความกดดันจากองค์กรต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการที่รุนแรงในช่วงเวลานี้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ปัจจุบันเกาหลีใต้ยังอยู่ในกระบวนการถอดถอนยุน ซอกยอลออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...