โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อกฎหมาย ‘ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ’ หาดูยาก-ไม่เคยมีมาก่อน

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 พ.ย. 2567 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2567 เวลา 10.46 น. • The Bangkok Insight

เปิดข้อกฎหมาย “ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ” ที่ “ทนายตั้ม” โดนกล่าวหา ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เห็น-หาดูยาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ผู้ต้องคดีฉ้อโกง , ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (18), มาตรา 5, มาตรา 9 วรรคสอง และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

โดยในคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน ได้บรรยายว่าการกระทำของทนายตั้ม ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นความผิดฐาน "ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ" ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อยู่ด้วยนั้น

แหล่งข่าวจากอัยการคนหนึ่ง กล่าวว่า ความผิดฐาน "ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ" นั้น ตนไม่เคยได้ยินมาก่อน คดีของทนายตั้มถือเป็นคดีแรกเท่าที่เคยพบ ที่ผ่านมาไม่ค่อยพบว่ามีคนเคยถูกแจ้งข้อหาดังกล่าว การดำเนินคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการนำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ มาผสมผสานกัน กล่าวคือ ข้อหาฉ้อโกง เป็นความผิดที่อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มีเฉพาะการฉ้อโกงบุคคลทั่วไปมาตรา 341 กับการฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 โดยคำว่า การฉ้อโกงเป็นปกติธุระ จะอยู่ในกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นมาตรการในการดำเนินคดี กับผู้โอน รับโอน ทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และการยึดอายัดทรัพย์สิน โดยคำว่า เป็นปกติธุระ อาจมีความหมายความว่า เป็นบุคคลผู้มีหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการมรดกหรือผู้จัดการทรัพย์สิน แล้วกระทำการฉ้อโกง โดยหลอกลวง แล้วเอาไปซึ่งทรัพย์สินของบุคคลอื่น ไปจำนวนหลายครั้งหลายคราเป็นอาจิณ

กรณีที่เกิดถือว่าเป็นบุคคลซึ่งลูกความให้ความไว้วางใจมอบหมายให้ทำหน้าที่ในทางกฎหมาย เกี่ยวกับคดีความของตน แต่ทนายความคนดังกล่าว กลับกระทำการผิดต่อหน้าที่ โดยการหลอกลวง เอาทรัพย์สินของลูกความ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยมิชอบด้วยกฎหมาย การกระทำการดังกล่าว จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดหน้าที่ ที่ตนได้รับมอบหมาย และเป็นการกระทำที่ผิดมรรยาททนายอีกด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับทนายความในข้อหาดังกล่าว จึงถือว่าเป็นก้าวย่างสำคัญ ที่เป็นปรากฏการณ์ทางกฎหมายด้วย ในอันที่จะตัดวงจรอาชญากรรม และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมกับสุจริตชนด้วย หลังจากนี้ก็จะต้องมีการยึดอายัดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...