โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข้อมูลสำคัญ `บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล (TMAN)` จาก Company Visit

efinanceThai

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 07.20 น.

สรุปข้อมูลสำคัญ บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล (TMAN) จาก Company Visit

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ธ.ค. 67 14:20 น.

สรุปข้อมูลสำคัญ " บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN " จากการเยี่ยมชมกิจการ(Company Visit) วันที่ 12 ธ.ค.67 โดย "สมาคมนักลงทุนประเทศไทย"

ผู้บริหารที่เข้าให้ข้อมูลแก่นักลงทุน ได้แก่

  • คุณอรพรรณ ฐานะโชติพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกำกับสายงานปฏิบัติการ การเงิน และบัญชี
  • คุณตรัส อบสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ
  • คุณดาริกา แตงตรง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน

“มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน” บริษัทอายุ 51 ปี

มีจำนวนสินค้าทั้งหมด 859 SKUs / เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเอง (Own Brand) จำนวน 224 แบรนด์ นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ทางบริษัทฯ รับจัดจำหน่ายอีก (Distributor) จำนวน 19 แบรนด์ มีผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆที่ผลิตโรงงานตรงบางขุนเทียนอีกประมาณ 400 SKUs

ภาพอุตสาหกรรมโดยรวมของบริษัทฯ

  • Ø Tam growth 6.3% มูลค่าการจัดจำหน่ายยาในประเทศไทยประมาณ 200,000 ล้านบาท
  • Ø ด้านสมุนไพรเติบโตประมาณ 5.5% คาดการณ์เติบโตปี 2569 เป็นรายได้ 59,500 ล้านบาท
  • Ø กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโต 8.4% ยอดประมาณการณ์รายได้อยู่ที่ 80,000 ล้านบาท
  • Ø คาดการณ์เติบโต 6% ด้านการใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนไทย

โครงสร้างกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วย

  • บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน): ดำเนินธุรกิจ จัดจำหน่าย ให้แก่ โรงพยาบาล คลินิกเวชกรรม สถาบันเสริมความงามชั้นนำ รวมถึง ร้านขายยา โมเดิร์นเทรด หรือช่องทางอื่นๆ
  • บริษัท ที.แมน ฟาร์มา : ดำเนินธุรกิจ ผลิต นำเข้า รวมถึงรับจ้างผลิตยาแผนปัจจุบัน ซึ่งมีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาภายใต้ทีมเภสัชกรของ บริษัท ที.แมน ฟาร์มา
  • บริษัท เฮเว่นเฮิร์บ ดำเนินธุรกิจ ผลิต และรับจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และกลุ่มเครื่องสำอางค์
  • บริษัท โนว่า เฮลธ์ : ดำเนินธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
  • บริษัท ทีเอ็มทีโปรสปอร์ต ดำเนินธุรกิจ ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการออกกำลังกาย

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 5 ตัว (Top 5 Products) โดยมีส่วนแบ่งสูงถึง 45.8% ของรายได้

  • Propoliz Series : ดูแลและช่วยบรรเทาอาการ ทางช่องปากและลำคอ (โรงงานผลิต mouth spray อันดับต้นๆของประเทศ)
  • Vita-C Series : ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซี
  • Myda-B Series : ยาฆ่าเชื้อรา
  • ไอยรา Series : บรรเทาอาการไอ ระคายคอ
  • IBUMAN Series : ยาบรรเทาอาการปวดศีรษะ

แนวทางการต่อยอดของ กลุ่มผลิตภัณฑ์เดิม โดยการเพิ่มความหลากหลาย เพื่อเข้าถึงการใช้ที่มาก็ขึ้น

สามารถแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็น 4 กลุ่ม

  • ยาแผนปัจจุบัน : Gemeric Drugs / New Generic Drugs
  • สมุนไพร : เช่น Propoliz ,ไอยรา, ปาริฉัตร
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางค์ : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Vita-C, TMT Whey Protein, Fiber Mate / เครื่องสำอางค์ เช่นแบรนด์ Falete Cream, Aloe Derma Gel, Nevtral
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ : อุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์เช่น แบรนด์ Dr. Temp, SureDerm Plus ฯลฯ และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เช่น แบรนด์ Polar, Mossi Guard

กลยุทธ์ด้านการเติบโต มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าสัดส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย จะเป็น ช่องทางร้านขายยา 56% ช่องทางโรงพยาบาล 13% ช่องทาง Modern trade 12% ช่องทางคลินิก 6% ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่องทางโรงพยาบาลยังมีโอกาสในการเติบโต ได้อีกมาก สำหรับกลยุทธ์ในช่องทางโรงพยาบาลจะเน้น ตัว Propoliz ที่ทางบริษัทได้ยื่นจดทะเบียนเป็นยา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงผู้ป่วยสำหรับโรงพยาบาลเอกชน

ในด้านยาบริษัทฯ มียาในกลุ่ม New Generic Drug ที่มุ่งเน้นการดูแลคนไข้ในกลุ่ม NCD อาทิ โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ในปัจจุบัน บริษัทฯ มียาในกลุ่ม First generic drug ที่ครอบคลุมทั้ง ยาในเบาหวาน และยาลดระดับไขมันในเลือด สำหรับยาที่บริษัทฯ วางแนวทางผลิตภัณฑ์ในอนาคต (Product Pipeline) เพื่อครอบคุลม กลุ่มยาและโรคต่างๆ โดยมีความพร้อมดังนี้

  • Ø ในปี 2567 ยารักษาโรคเบาหวาน ยาปฏิชีวนะ ยาลดระดับไขมัน
  • Ø ในปี 2568 ยาแก้แพ้ ยาปลูกผม ยาครีมฆ่าเชื้อ ยาฆ่าไวรัส
  • Ø ในปี 2569 ยาพ่นคัดจมูก ยาสลายลิ่มเลือด ยารักษาโรคเบาหวาน ยาแก้วิงเวียน
  • Ø ในปี 2570 ยาสลายลิ่มเลือด ยากันชัก
  • Ø ในปี 2571 ยารักษาโรคเก๊าท์ ยารักษาโรคเบาหวาน

ด้านกลยุทธ์ในการขยายโอกาสในธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านความงามและเวชสำอางค์

บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัว Filler ตัวใหม่ ยี่ห้อ “Rejunae” โดยมุ่งหวังในการเป็น One stop services ในกลุ่มสินค้าด้านความงามแบบครบวงจร

ด้านกลยุทธ์การขยายธุรกิจในการส่งออกไปกลุ่มประเทศต่างๆ

ด้านกลยุทธ์การเติบโตและการเพิ่มสัดส่วน ในกลุ่มสินค้า OEM และ ODM

Collaboration for innovation

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นสืบเนื่องมาจากการเน้นการสร้างนวัตกรรม (innovation) ทำให้เกิด ผลิตภัณฑ์ใหม่ในการดูแลผู้ป่วยที่ดีมากยิ่งขึ้น

ปณิธาน: มุ่งหวังการสร้างสินค้าที่ดี มีคุณภาพ และช่วยเหลือดูแลผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม - ยกระดับมาตราฐานการผลิต - เพิ่มโอกาสในการสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย - สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ - คำนึงถึง ESG เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมต่อไป

มุ่งหวังเป็นบริษัทคนไทยที่สามารถนำพาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านยาและเวชภัณฑ์ไปสู่ตลาดโลก

จุดที่น่าสนใจของ TMAN เพื่อสร้างโอกาสในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยาและเวชภัณฑ์ในธุรกิจนี้

ทางบริษัทฯ มี GPM และ NPM เมื่อเทียบกับกลุ่ม อุตสาหกรรม (GPM 45-50% NPM 21-23%) เนื่องจากทางบริษัทฯ มีศักยภาพในการผลิต และจัดจำหน่ายได้เอง ด้วยประสบการณ์กว่า 50ปี จึงมีความสัมพันธ์ที่กับทั้งลูกค้าและคู่ค้าคู่ค้า อีกทั้งยังมีช่องทางในการกระจายสินค้าได้เอง ที่ครอบคลุมทั้ง B2B ค้าปลีก ค่าส่ง 7-11 CJ ช่องทางโรงพยาบาลรัฐ กลุ่มโรงเรียนแพทย์ จากข้อมูลยังพบว่ามีการจัดจำหน่ายสินค้าไปแล้วกว่า 22 ประเทศ มีช่องทางการขายสินค้าที่ครอบคลุมในทุก Platform Online อาทิ Shopee Lazada

Q&A

Q: นโยบายกระทรวงสาธารณสุข จะเพิ่มยาจากสมุนไพร 106 รายการ ทางเฮเว่นเฮิร์บ มีส่วนเกี่ยวข้องและได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

A: เรามีโอกาสในการได้ประโยชน์ จากเรื่องสมุนไพรต่อไปเช่น อัยรามะขามป้อม สามารถจำหน่ายเข้าโรงพยาบาลภาครัฐ ได้ จากข้อมูลมีรายการทั้งหมด 106 รายชื่อสมุนไพร และยังมีศักยภาพรองรับการทำ OEM ได้ด้านการผลิตมีมาตราฐาน GMP PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ยังได้รับการพิจารณาจาก GPO (องค์การเภสัชกรรม) ในการประเมินความสามารถในการรองรับการผลิตแล้ว พบว่าบริษัทฯ มีคุณสมบัติที่สามารถทำได้

Q: กลยุทธ์การเติบโตในแต่ละช่องทาง โรงพยาบาล คลินิก และต่างประเทศ คาดการณ์การเติบโตของรายได้ใน 3 ปีข้างหน้าไว้เท่าไรบ้าง

A: ภาพรวมเติบโตเฉลี่ย CAGR 10-15% จากข้อมูลพบว่าเราติด 1 ใน 3 ของกลุ่มบริษัทที่จัดจำหน่ายในช่องทางร้านขายยา / และเป็นอันดับ 34 ในช่องทางโรงพยาบาล สร้างโอกาสการเติบโตด้วยกลยุทธ์การทำสินค้าเข้าเพื่อจัดจำหน่าย ในโรงพยาบาลเอกชน ด้วย New generic บางตัว หรือ Propoliz ที่ได้ทะเบียนยาแล้ว มีการ Setup ทีมขายที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้านการทำงานในช่องทางต่างๆ รวมถึงการออกโฆษณา เพื่อนำเสนอแก่ผู้บริโภค ในอดีต เรายังไม่มี Propoliz ที่ได้รับการขึ้นเป็นทะเบียนยา คาดการณ์เติบโตในช่องทางดังกล่าวใน อีก 6 เดือนข้างหน้าสืบเนื่องจากการทำสินค้าเข้าในกลุ่มโรงพยาบาลซึ่งต้องมีรอบและวาระการเสนอยาเข้า จากข้อมูลพบว่าผู้นำในตลาดมี ยอดขายประมาณ 300 ล้าน ตอนนี้มีสัดส่วนตลาดเพียง 2% ของสัดส่วนยาพ่นคอในโรงพยาบาลเอกชน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอีกมาก

Q: Covid peak เกินไปมั้ย

A: เราเข้าตลาดปี 2567 ซึ่งผ่านช่วงวิกฤตโควิด ซึ่งถ้าเทียบกับปี 2566 พบว่าโควิดก็ได้มีการปรับพฤติกรรมในการดูแลตนเองของคนไข้ ดังนั้นยังคงคิดว่าโอกาสในการใช้ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างตนยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอยู่

Q: การไปต่างประเทศมีแผนการอย่างไร

A: การที่ตลาดในพม่ามีการปรับตัวลดลง อาจสืบเนื่องจากสถานการณ์การเมืองในตัวประเทศพม่าเอง แต่ในส่วนของประเทศอื่นบริษัทเล็งเห็นว่ามีโอกาสที่จะสามารถร่วมมือกับบริษัทในต่างประเทศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต ซึ่งในส่วนนี้บริษัทมีข้อได้เปรียบ คือเรามีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถพัฒนาสูตรหรือปรับตามความต้องการให้เข้ากับความต้องการในแต่ละประเทศได้ คาดหวังในการเป็นนำ Propoliz เป็น Regional brand ในอีก 3-5 ปี เมื่อ พิจารณาข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสในการเติบโตและมีศักยภาพเติบโตไปได้อีกจากการเห็นการเติบโตใน จีน มาเลเซีย และฮ่องกง

Q: กลุ่ม aesthetic มีแผนอย่างไร

A: เดิมทางบริษัทฯ มียาชาอยู่ / Filler ไหมร้อยหน้า / ยาแต้มสิว เรามีศักยภาพในการเข้าตลาดได้เนื่องจากทางบริษัทฯมีพอร์ตยาที่สามารถขายร่วมกันเพื่อดูแลคนไข้แบบครบวงจรมากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้สามารถขายพร้อมกันและดูแลอย่างครบวงจร (One stop service) อีกทั้งปีหน้า มีการจ้างที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ มา ช่วยดูแล Strategy มากขึ้น มีการปรับโครงสร้างทีม Aesthetic เป็นทั้งหมด 16 คนทั่วประเทศ เพื่อการ ดูแลสินค้าและคลินิกเสริมความงามได้อย่างทั่วถึง

Q: ปีที่แล้วงบไตรมาส 4 SG&A สูงกว่าไตรมาสอื่นๆ เพราะอะไร และงบไตรมาส 4 จะมีส่วนของ bonus เข้ามาประมาณเท่าไร

A: ในปีที่แล้ว SGA เพิ่ม สืบเนื่องจากไม่ได้ตั้ง Accrued incentive ประจำปีดังนั้นค่าใช้จ่ายในบางส่วนเลยต้องมาตั้งในงบ Q4 สำหรับในปีนี้การตั้งโบนัสเป็นการวางแผนด้านงบประมาณและมีการจัดการไว้ทุกเดือนอยู่แล้ว สาเหตุที่ SGA Q3 บวมเพราะ มี Marketing cost ที่เพิ่มขึ้นมา อันเกิดจากการยิงโฆษณาใหม่ ที่เริ่มออกอากาศ ใน Q3 ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน

Q: ค่าใช้จ่าย IPO ที่น่าจะลงในงบไตรมาส 4 เท่าไร

A: คชจ ทางตรง ไป Net กับ Premium เงินลงทุนได้บางส่วน เหลือประมาณ 1-2 ล้าน ที่ต้องเอามาลงใน Q4 / Q4 จึงทำให้น่าจะไม่มีบวมขึ้นมา

Q: ได้ประโยชน์จาก BOI ปีละเท่าไร

A: เมื่อพิจารณาจากงบสามารถช่วยลดด้านภาษีประมาณ 15% โดยปีที่แล้วสามารถประหยัดไป 18-20 ล้าน

  • Ø ปี 2568 คาดการณ์ที่ 15%
  • Ø ปี 2569 คาดการณ์ที่ 17%
  • Ø ปี 2570 คาดการณ์ที่ 20%

อย่างไรก็ตาม ตามแผนจะต้องมีช่วงระยะเวลาในการรอคอยขอใบใหม่ อยู่ที่ 6 เดือน โดยประมาณ

Q: แผนการทยอยคืนเงินกู้ 1,200 ล้านบาท ไว้แต่ละปีเท่าไร ปีนี้ที่ได้เงิน IPO จะใช้คืนบางส่วนเท่าไร

A: แผน 3 ปี ปีนี้ ใช้ cash flow ปีนี้ 150 ล้าน / 2568 350 ล้าน / 2569 400 ล้าน / 2570 250 ล้าน โดยเงิน IPO จะใช้สำหรับส่วนของ operating / มีการคืนเงินตั๋วระยะสั้น 100+ ล้าน / บางส่วนนำไป Clear LC

Q: เรื่องอัตราดอกเบี้ย

A: ได้ดอกเบี้ยค่อยข้างต่ำเงิน IPO ได้เงิน saving พิเศษกว่าปกติเดิมบริษัทขยายจากกระแสเงินสดทั้งหมด ประมาณค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 15-16 ล้านบาท

ในปี 2567 จะมีอัตราดอกเบี้ยลดลงในช่วง 3 ไตรมาสแรกสืบเนื่องจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจากกระแสเงินสดของบริษัท

ในปี 2568 จำนวนดอกเบี้ยจ่ายสุทธิจากดอกเบี้ยจากเงินที่ได้รับจาก IPO จะเพิ่มเป็น 20-21 ล้านบาท

ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยจ่ายและอัตราดอกเบี้ยรับคาดว่าจะเท่ากับหรือต่ำกว่า 1% ดอกเบี้ย เดิมจ่าย 16 ล้านบาท อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้น 5-6 ล้านบาท จากการประมาณการ

Q: สัดส่วนรายได้ที่มาจากกลุ่มโพรโพลิสประมาณปีละ400ล.บนั้นแบ่งออกเป็นกลุ่มสินค้าและกลุ่มลูกโดยมีสัดส่วนอย่างไร มีแผนกับกลุ่มโพรโพลิสอย่างไร

A: 400-600 ล้าน 80% เป็น spray ที่เหลือคือลูกอม ซึ่งเติบโตเยอะมาก การเติบโตในปีหน้า เน้นการเติบโตในโรงพยาบาลเอกชน และต่างประเทศ

ในโรงพยาบาลเดิมก็มีการสั่งจ่าย Propoliz อยู่แล้ว เช่น Propoliz Kids เข้าแผนกเด็ก /Propoliz Plus Extherb เคยเข้าแล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นยา Next step คือการทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นทางเลือกในการรักษาให้กับแพทย์ด้วยการทำสินค้าเข้าในโรงพยาบาล ( เวลาหมอสั่งจ่ายยาจะมี รายการยาให้เลือกว่าจะสั่งยาอะไร) อีกทั้ง ปีหน้าจะมีการออกบูท ให้ข้อมูลแก่แพทย์ ในราชวิทยาลัย จึงสามารถสร้างโอกาสทำให้เราให้ข้อมูลแก่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยา และเพิ่มโอกาสในการทำสินค้าเข้าในช่องทางต่างๆ

Q: ยอดขาย Product champion เป็นกี่ % ของยอดขายทั้งหมด

A: Product champion มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 45.8% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ได้แก่กลุ่มสินค้าแบรนด์ Propoliz ไอยรา Myda-B VITA-C และ IBUMAN ซึ่งโดยรวมแล้วมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกแบรนด์

Q: การลงทุนsolar roof ได้สิทธิทาง BOI ไหม ถ้าได้ คือได้ถึงปีไหน และจะมีการลงทุนเพิ่มเติมไหม

A: ทางบริษัทได้สิทธิทางภาษีเพิ่มเติมจากการลงทุน solar Roof โดยเป็นการเพิ่มมูลค่ายกเว้นภาษีเงินได้ในบัตร BOI เดิมที่มี ซึ่งจะหมดอายุในปี 2568 สำหรับโรงงานยาแผนปัจจุบันและปี 2570 สำหรับโรงงานยาสมุนไพร อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมีแผนดำเนินการเพื่อให้มีสิทธิ์ทาง BOI อย่างต่อเนื่อง

Q: ตปท ไปเป็น regional brand บริษัทมีจุดขายยังไง

A: ในตปท. ก็มีสินค้าในกลุ่มนี้เช่นเดียวกันกับที่ไทย รวมถึงบางประเทศ มี local player อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังมองว่า ในตปท บริษัทยังมีข้อได้เปรียบ จากพันธมิตรทางการค้า และวัฒนธรรมรวมถึงพฤติกรรมในการบริโภคสินค้า

ซึ่งทางบริษัทบริษัทมีความเข้าใจในกลุ่มผู้บริโภค อีกทั้งยังคงมีความสามารถ ในการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทต่างๆ ด้วยทีมงานพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ที่มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และความต้องการของแต่ละบริบท

Q: ยาเบาหวานตัวใหม่

A: จากข้อมูลล่าสุดทางบริษัทได้มีการนำเสนอตัวยาเบาหวาาและสามารถดูแลผู้ป่วยเบาหวานเป็นจำนวนนึง ซึ่งครอบคลุมทั้ง รพ.ภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตามการทำยาเข้าในแต่ละโรงพยาบาลจะมีรอบและวาระของการนำเสนอยาเข้าซึ่งขึ้นกับรอบหรือวาระในการประมูล เพื่อส่งเสริมการใช้ในกลุ่ม ทางบริษัทก็เล็งเห็นว่าการขึ้นทะเบียนเป็นยานวัตกรรมก็เป็นอีกแนวทางที่เพิ่มโอกาสในการดำเนินงานได้

Q: จะแข่งกับอินเดียยังไง

A: ในปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มยาเบาหวานที่หลากหลายและมีตัวใหม่ที่เข้ามา ตลาดโดยรวมของยาตัวใหม่อยู่ที่ 300 ล้าน แสดงให้เห็นถึงโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้เติบโตได้อีกมาก 1. ภาครัฐให้การสนับสนุนผู้ผลิตยาไทยในส่วนของบัญชียานวัตกรรม 2. เรื่องการแข่งขันด้านคุณภาพการบริการ 3. แข่งขันเรื่องคุณภาพของยา

Q: ใน industry ยาอินเดีย เช่น Sandoz ถูกมาก จะสู้ยังไง

A: ด้วยโครงสร้างต้นทุนที่ทางบริษัทสามารถทำได้ ทางบริษัทยังเชื่อมั่นในแนวทางและโอกาสว่าสามารถทำได้

Q: เรื่องสร้าง office

A: ทางบริษัทมีการตั้งงบประมาณการในการเตรียมพื้นที่สำหรับการสร้าง ออฟฟิศ เมื่อทำการเปรียบเทียบ คาดการณ์ว่างบประมาณอยู่ในขอบเขตไม่เกิน 250 ล้าน โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณการ 5,000 ตารางเมตร

สาเหตุที่ต้องมีการลงทุนในส่วนของออฟฟิศ สืบเนื่องจากการรับพนักงานเพิ่มขึ้นเยอะเพื่อรองรับกับการเติบโตของบริษัท ทำให้พื้นที่ในการทำงานไม่เพียงพอต่อจำนวนพนักงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทั้ง โดยจะเห็นได้ว่ามีการโยกย้ายพนักงานบางส่วนออกไปใช้พื้นที่เช่าด้านนอก เนื่องจากบริษัทมีแผนการขยายส่วนการผลิตโดยการปรับปรุงพื้นที่ออฟฟิศเป็นพื้นที่ผลิต อีกทั้งยังมีพนักงานบางส่วนที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการทำงานในออฟฟิศประจำ เช่น พนักงานฝ่ายขาย จึงมีความจำเป็นที่ต้องสร้างออฟฟิศใหม่ โดยโครงการขยับขยายพื้นที่ออฟฟิศประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 5 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นพื้นที่สำหรับเป็นคลังสินค้า Warehouse ส่วนด้านชั้นบนเป็นสำนักงาน และห้องอบรมสัมมนา

ทั้งนี้ทางบริษัทได้ทำการศึกษาทางเลือก ออกเป็นหลายๆททางเลือก อาทิ

  • Ø Option1 : หาพื้นที่ในการเช่า ในบริเวณใกล้เคียงกับอาคารสำนักงานใหญ่ จากการสำรวจ พื้นที่ ที่มีอยู่ในบริเวณนี้ราคาค่าเช่าอยู่ที่ 500-700 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งอยู่ที่ 30-42 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าหากลงทุนเองและรับรู้เป็นค่าเสื่อมราคาแทน (ค่าเสื่อมราคาต่อปีประมาณ 17-20 ล้านบาทต่อปี )
  • Ø Option 2 : ซื้อที่ดินเพื่อสร้างออฟฟิศใหม่ในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ดินในบริเวณนี้อยู่ที่ ตรว. ละ 40,000-70,000 บาท ซึ่งแพงเกินไป อาจจะส่งผลทำให้งบประมาณในการก่อสร้างมูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาทได้
  • Ø Option 3 : บริษัทมีแผนการสร้างออฟฟิศใหม่บนพื้นที่จอดรถในปัจจุบัน โดยสร้างเป็นอาคาร 5 ชั้น โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,000 ตารางเมตร จึงมั่นใจว่าสิ่งที่บริษัทตัดสินใจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

ทั้งนี้ บริษัทได้ประเมินผลกระทบการลงทุนดังกล่าวใน projection Forecast ก่อนเข้าตลาดแล้ว โดยมีการใส่ค่าเสื่อม เรื่องค่าสร้างตึกจำนวน 250 ล้านบาทแล้ว

แผนลำดับถัดไป คือการทำประชาพิจารณ์กับชุมชนใกล้เคียง การขออนุญาต การทำการประมูล ซึ่งหากแล้วเสร็จแล้วจะดำเนินการก่อสร้างเลย

Q: สัดส่วน 5 brand หลัก

A: กลุ่ม Propoliz อยู่ที่ 400-600 ล้าน รวมกับสินค้าอื่นๆ ที่มียอดขายแบรนด์ละมากกว่า 100 ล้านบาท เดิมผลิตภัณฑ์ Propoliz บริษัทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น เครื่องสำอางค์ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการขอขึ้นทะเบียน แต่สืบเนื่องจากบริษัทอยู่ในกลุ่มยาที่พัฒนาจากสมุนไพร ซึ่งช่วงวิกฤตโควิดบริษัทได้รับเลือกเป็นทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยได้ ต่อมาภายหลังรูปแบบการเบิกจ่ายอนุญาตให้เฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาแผนปัจจุบันเท่านั้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสและได้ทำการยื่นเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบัน เพื่อทำเข้าและสามารถใช้ได้ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งในกลุ่มนี้มีโอกาสในการเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมากขึ้น

Q: ยาชามีหลายยี่ห้อ ทำไมต้องใช้บริษัท

A: จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ ยาที่เป็นยาชาได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องมีบริษัทเจ้าเดียวที่เป็นยาผลิตในประเทศ

Q: Filler หลายเจ้าบริษัทจะแข่งยังไง

A: จากการที่บริษัทมียาอย่างครบวงจร และทำการการตลาดในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านความงาม บริษัทจึงคาดการณ์ว่าจะสามารถทำให้บริษัทเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่วางแผนไว้ที่ประมาณ 10-15%

Q: มุมมองต่อ GP ในอนาคต

A: กลุ่ม Portfolio ยาใหม่มีGP ดีขึ้น แต่ก็จะมีบางตัวที่ GP ไม่สูงมาก บริษัทจึงวางนโยบาย GP ไว้ที่ 48-49% ตามแนวทางกลยุทธ์ของบริษัท

Q: SGA เป้า

A: อยู่ที่ประมาณ 25% ตามสัดส่วนต่อรายได้รวมพื้นฐานของบริษัท

Q: บริษัทมีความมุ่งหมายกับธุรกิจอย่างไร

A: มุ่งมั่น ตั้งใจ มองบริษัท จะเติบโตต่อเนื่องต่อไป ในตลาดโรงพยาบาล จากเดิมอันดับที่ 34 ของโรงพยาบาล มุ่งหวังติด 10 อันดับแรกในตลาดนี้ภายใน 5 ปี ในส่วนของ ตปท. บริษัทต้องการขายสินค้ากลุ่ม Propoliz ให้ครอบคลุมประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย เพื่อยกระดับจาก local เป็น regional ให้สำเร็จ ร่วมทั้งส่งออกสินค้ากลุ่มอื่นๆไปขายยังประเทศดังกล่าวด้วย

*********************************

ข้อมูลของ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย คลิก!

Company Visit (CV) TMAN : T.Man Pharmaceutical Public Company Limited By สมาคมนักลงทุนประเทศไทย

*********************************

“ข้อมูลที่ปรากฏนี้ได้รับจาก"สมาคมนักลงทุนประเทศไทย" โดยได้รับการตรวจสอบจากทีมงานของบริษัทที่ไป Company Visit แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลข่าวสารทั่วไป ทาง efinanceThai ไม่ได้แก้ไขหรือปรับปรุงเนื้อหาดังกล่าว และมิได้ยืนยันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ได้รับ ทั้งนี้ ขอให้ผู้รับข้อมูลข่าวสารพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ตามความเหมาะสม”

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...