โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปี 68 “KSL” ตั้งเป้ารายได้โต 1.9 หมื่นล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 02.20 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 3 ก.พ. -บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ( KSL ) ตั้งเป้ารายได้ ปี 2568 โต 19,000 ล้านบาท จากการเริ่มเดินเครื่องผลิตในโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ของบริษัทใน จ. สระแก้ว พร้อมร่วมมือรัฐลด PM2.5 แต่มาตรการเพิ่มราคาอ้อยสด 120 บาท / ตัน ไม่สะท้อนต้นทุนชาวไร่อ้อย

นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 19,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2567 ราวๆ 15-20% จึงทำให้ในปี 2567 บริษัทมีกำไรใกล้เคียงกับปี 2566 โดยปัจจัยหนุนมาจากการเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ของบริษัทใน จ. สระแก้ว ส่งผลให้ปริมาณอ้อยเข้าหีบปี 2567/2568 อยู่ที่ 6.7-6.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 23% โดยในปี2567 มีปริมาณอ้อยเข้าหับ 5.4 ล้านตัน
ส่วนปริมาณอ้อยในประเทศ ปีการผลิต 2567/2568 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15 – 22% หรือรา 95 – 100 ล้านตัน ปีการผลิต 2566/2567 มีปริมาณอ้อยอยู่ที่ 82 ล้านตัน

อย่างไรก็ดี ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยปีนี้ลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 20 เซ็นต่อปอนด์ เทียบกับปีก่อนเฉลี่ย 24-26 เซ็นต่อปอนด์ จากปัจจัยมีสต็อกน้ำตาลในตลาดโลกเป็นจำนวนมาก และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี โดยในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะมีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนราคาน้ำตาลตลาดโลกให้สูงขึ้น จากกำลังการผลิตน้ำตาลของอินเดีย และจีนที่ลดลงในต้นฤดูกาลหีบ 2567/2568

สำหรับผลประกอบการในปี2567 บริษัท มีรายได้รวมอยู่ที่ 16,442ล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อน 18,449 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยภัยแล้งทำให้ปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลง อย่างไรก็ดีบริษัทยังมีกำไรสุทธิ 918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน 904 ล้านบาทจากปัจจัยราคาน้ำตาลตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราการแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่า

ในส่วนของการขายไฟฟ้าซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องจากการผลิตน้ำตาล ปี 2567 บริษัทมีรายได้ 1,500 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน 1,600 ล้านบาท จากปัจจัยการปรับลดค่า Ft ของภาครัฐ ซึ่งจะมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2568 ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อย่างไรก็ตาม การประกาศปรับลดดังกล่าวไม่ส่งผลต่อกำไรรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจน้ำตาล ประมาณ 80-90%

ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการลดปริมาณการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ รวมทั้งส่งเสริมการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวอ้อยสดอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาลหีบ 2567/2568 บริษัทมีปริมาณอ้อยไฟไหม้เฉลี่ยทั้งกลุ่มอยู่ที่ 17.85% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบ 3.4 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการของรัฐที่ออกมา แม้จะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาด้านฝุ่น PM 2.5 บรรเทาผลกระทบให้ประชากรโดยรวมของประเทศ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ต้องมีต้นทุนการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้น
“มาตรการเพิ่มราคาอ้อยสด 120 บาท / ตัน ไม่สะท้อนต้นทุนการเก็บเกี่ยวอ้อยสด 200 – 250 บาท / ตัน ในขณะที่อ้อยเผามีต้นทุนการเก็บเกี่ยวที่ 100 – 150 บาท / ตัน จึงทำให้ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลดปริมาณอ้อยเผาได้ในทุกพื้นที่ ” นายชลัช กล่าว
-517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...