โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Ferrari 12Cilindri ใหม่ สปอร์ต GT ขุมพลังเครื่องยนต์ 12 สูบ ยุคสุดท้าย

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 08.15 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
Ferrari 12Cilindri ใหม่ สปอร์ต GT ขุมพลังเครื่องยนต์ 12 สูบ ยุคสุดท้าย

Ferrari 12Cilindri ใหม่ สปอร์ต GT ขุมพลังเครื่องยนต์ 12 สูบ ยุคสุดท้าย

Ferrari เปิดตัวรถสปอร์ต 2 ประตูทรง Gran Turismo รุ่นใหม่ ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า 12Cilindri (เป็นภาษาอิตาลี) ซึ่งในภาษาอังกฤษจะใช้ว่า 12 Cylinders คือหลักใหญ่ใจความต้องการสื่อความหมายว่าสปอร์ตคาร์ตัวใหม่นี้จะมากับขุมพลังเครื่องยนต์ V12 ซึ่งในอนาคตจะกำลังโบกมือลาจากวงการรถยนต์ในไม่ช้านี้ ไม่เว้นแม้แต่รถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์

โดยเข้ามารับช่วงต่อจากรุ่นพี่ 812 Superfast และยังมีให้เลือกทั้ง 2 รูปแบบตัวถังได้แก่ 2 ประตูหลังคาแข็ง Coupe และแบบเปิดประทุน Spider

ดีไซน์ภายนอก
Ferrari 12Cilindri ยังคงสไตลิ่งของรถสปอร์ตแกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่ของ Ferrari ซึ่งต้องเป็นรถหน้ายาวท้ายสั้น เครื่องยนต์ 12 สูบ วางกลางลำหน้า ตามแนวคิดดั้งเดิมของ Enzo Ferrari ขณะที่ยุคแรก ๆ นั้นเครื่องยนต์วางกลางลำต้องสงวนไว้เฉพาะรถแข่งและนักแข่งเพราะควบคุมยาก งานออกแบบ Ferrari 12Cilindri ยังใช้ภาษาเดียวกับ 812 Superfast รุ่นก่อนหน้า แต่ลดทอนรายละเอียดลงและมีแรงบันดาลใจมาจาก Ferrari 365 GTB4 ในอดีต ซึ่งนิยมเรียกว่า Ferrari Daytona เหตุเพราะ Ferrari ชนะรายการแข่งขัน World Sportscar Championship ปี 1967 สนาม Daytona คว้าอันดับ 1, 2 และ 3 ก่อนที่รถรุ่นดังกล่าวจะวางจำหน่ายเพียงปีครึ่ง ซึ่งการที่ Ferrari เลือกใช้ดีไซน์จากอดีตของ 365 GTB4 Daytona มาอ้างอิง พร้อมกับชื่อ 12Cilindri หรือแปลว่า 12 กระบอกสูบนั้น เพื่อต้องการสื่อสารถึงความเกรียงไกรของเครื่องยนต์ วี 12 สูบ แคมชาฟต์ 4 แท่ง (Quadcam) หรือไม่ก็เป็นการบันทึกให้โลกจำ หากอนาคตรถยนต์จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าในที่สุด

Ferrari 12Cilindri ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 12 สูบ กางทำมุม 65 องศา ขนาดความจุ 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที (เมื่อใช้น้ำมันออกเทน 98) และแรงบิด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที เรดไลน์ไปสุดที่ 9,500 รอบ/นาที เกียร์ DCT 8 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 2.9 วินาที และถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนการหยุดรถจาก 100-0 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้ระยะทาง 31.4 เมตร และจาก 200-0 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้ระยะทาง 122 เมตร

ภายในห้องโดยสารของ 12Cilindri ก็จะเป็นเช่นเดียวกับเฟอร์รารี รุ่นอื่นๆ แผงแดชบอร์ดจะโดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ตรงกลางแดชบอร์ดมีจอแสดงผลอินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.25 นิ้ว ขณะที่ด้านหลังพวงมาลัยมีจอแสดงผลขนาดใหญ่สำหรับคนขับขนาด 15.6 นิ้ว นอกจากนี้ยังติดตั้งจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเพื่อให้เพลิดเพลินระหว่างการเดินทาง รวมทั้งยังมาพร้อมกับปุ่มบนพวงมาลัยแบบ capacitive อีกทั้งยังได้รับชุดเครื่องเสียงของทาง Burmester พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย
ใน Ferrari 12Cilindri ที่เป็นรถสปอร์ตแกรนด์ทัวริ่งจะติดตั้งระบบเลี้ยว 4 ล้อ เพื่อความคล่องแคล่วขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน แม้ฐานล้อจะสั้นกว่า 812 Superfast แล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังใช้ระบบ brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อล็อก ABS Evo และระบบ Side Slip Control 8.0 ที่สามารถประเมินสถานการณ์เมื่อยางเริ่มสูญเสียการยึดเกาะได้รวดเร็วมากขึ้นก่อนที่จะเข้าทำการแก้ไขให้เข้าร่องเข้ารอย หรือถ้าต้องการระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ก็สามารถสั่งติดตั้งได้เช่นกัน

Ferrari 12Cilindri มีกี่สี
สำหรับสีตัวถังของ Ferrari 12Cilindri จะมีธรรมเนียมคล้ายกับรถ Super Luxury หลายรุ่น คือมีเฉดสีให้เลือกจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นกลุ่มสีมาตรฐาน 8 สี กลุ่มสีคลาสสิก 12 สี กลุ่มสีอ้างอิงอดีต 5 สี และสีพิเศษอีก 1 สี รวมทั้งหมด 26 สี

สำหรับราคาจำหน่ายของ Ferrari 12Cilindri ในรุ่น Coupe จะมีราคาเริ่มต้นที่ 395,000 ยูโร หรือประมาณ 15.6 ล้านบาท ส่วนในรุ่น Spider เปิดประทุนจะมีราคาอยุ๋ที่ 435,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอนู่ที่ราว ๆ 17.2 ล้านบาท (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้าจากประเทศไทย)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...