โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“งานศพพระสารีบุตร” พระอัครสาวกเบื้องขวาของ “พระพุทธเจ้า” เป็นอย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 พ.ย. 2567 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 17.05 น.
ฉากไม้ลงรักประดับมุกพระพุทธเจ้าปางห้ามญาติ ขนาบข้างด้วยพระอัครสาวก (ภาพจาก : fb กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร)

“พระสารีบุตร”ถือเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า ท่านเป็นเลิศเรื่องสติปัญญาและมีบทบาทสำคัญในพุทธศาสนา

กำเนิดพระสารีบุตร

“พระสารีบุตร” เป็นลูกของนางพราหมณีชื่อ “สารี”และนายวังคันตะพราหมณ์ หัวหน้าหมู่บ้านอุปติสคามแห่งตำบลนาลกะหรือตำบลนาลันทา ท่านได้ชื่อเมื่อยังเยาว์ว่า “อุปติสสะ”เพราะเป็นบุตรแห่งสกุลอันประเสริฐสุดในอุปติสสคาม

วันเดียวกัน นางโมคคัลลี พราหมณีในบ้านโกลิตะ ที่สนิทชิดเชื้อกับบ้านของสารี ก็ได้ให้กำเนิดลูกชายนามว่า “โกลิตะ” เช่นกัน

ด้วยความสนิทระหว่างตระกูลถึง 7 ชั่วโคตร ผสมกับนิสัยที่คล้ายคลึงกันของเด็กทั้งคู่ จึงทำให้เด็กชายทั้งสองสนิทชิดเชื้อกันและร่ำเรียนที่เดียวกันจนเติบใหญ่

วันหนึ่ง อุปติสสะและโกลิตะได้ไปเที่ยวเล่นงานรื่นเริงประจำปีของกรุงราชคฤห์ แต่ไม่ได้รู้สึกสนุกอย่างเคย เนื่องจากปัญญาและสติแกร่งกล้าขึ้น ชายทั้งสองเริ่มพิจารณาถึงมหรสพและชีวิตของตนเอง ก่อนจะพบว่ามหรสพเหล่านี้ไม่มีอะไรเลย ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องล้มหายตายจาก จึงตัดสินใจจะแสวงหาโมกขธรรมหลุดพ้นจากเรื่องเหล่านี้

ทั้งสองจึงเริ่มต้นไปบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก ที่กรุงราชคฤห์ แต่เมื่อจบมาแล้วก็ยังไม่พอใจกับความรู้ที่ได้รับมาและคิดว่ายังไม่ตอบโจทย์ จึงตัดสินใจแยกกันไปตามหาครูที่จะช่วยพวกตนได้จริง ๆ และถ้าเจอเมื่อไหร่ก็จะมาบอกกันและกัน

กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าทรงบรรลุพระปรมาภิสัมโพธิญาณเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันบวร ส่งพระสาวกไปออกประกาศคำสอน ส่วนพระองค์ก็ประทับที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์

พระอัสสชิ ก็เป็นหนึ่งในสาวกที่ออกไปประกาศคำสอน จนได้พบกับ“อุปติสสะ” ชายหนุ่มคนนี้เมื่อเห็นพระอัสสชิก็เลื่อมใสมากและคิดว่าท่านผู้นี้น่าจะเป็นพระอรหันต์ จึงได้ตามพระอัสสชิและสอบถามว่าศาสดาของท่านคือใคร

พระอัสสชิจึงแสดงคำสอนของพระพุทธเจ้า เพียงได้ฟังอุปติสสะก็เกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาบัน อุปติสสะจึงรีบกราบลาพระอัสสชิ นำข้อมูลทั้งหมดไปบอกเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง

จากนั้น ทั้ง 2 คนจึงไปฟังธรรมจากพระพุทธองค์และขอบวช อุปติสสะได้ชื่อว่า “พระสารีบุตร” และโกลิตะได้ชื่อว่า “พระมหาโมคคัลลานะ”

งานศพพระสารีบุตร เป็นอย่างไร?

หลังจากที่ท่านช่วยพระพุทธเจ้าประกาศศาสนาให้แพร่หลาย และเป็นพระสาวกทำงานร่วมกับพระโมคคัลลานะมานาน เมื่อถึงวันที่ท่านจะถึงแก่มรณภาพ ท่านได้ไปทูลต่อพระศาสดาเพื่อนิพพาน

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงอนุญาต ท่านก็เดินทางไปที่บ้านเดิมของตนเอง ที่ตำบลนาลันทาและนิพพานที่นั่น

ญาติของท่านจัดการถวายเพลิงง่าย ๆ เก็บกระดูกห่อผ้าขาว นำไปถวายพระศาสดาที่เวฬุวัน ซึ่งต่อมาได้สั่งให้ก่อสถูปที่ทางสี่แพร่ง เพื่อเป็นที่สักการะของผู้คนต่อไป

งานศพพระสารีบุตรจึงถือเป็นงานเรียบง่าย สมถะ สมกับเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:184363

https://uttayarndham.org/node/975

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “งานศพพระสารีบุตร” พระอัครสาวกเบื้องขวาของ “พระพุทธเจ้า” เป็นอย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...