โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ พร้อม 3 วิธีป้องกันบ้านทรุด

DDproperty

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 09.49 น.
แก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ พร้อม 3 วิธีป้องกันบ้านทรุด

วิธีแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ คือหนึ่งในคำถามที่เจ้าของบ้านมีหลังบ้านเป็นบ่อน้ำต้องการหาคำตอบมากที่สุด เพราะนอกจากผิดหลักฮวงจุ้ยที่เชื่อกันว่าจะส่งผลไม่ดีต่อผู้อาศัยแล้ว ในทางวิทยาศาสตร์ยังอาจทำให้บ้านทรุดได้อีกด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ มีวิธีใดบ้าง ไปดูกันเลย

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

  • ปัญหาหลังบ้านเป็นบ่อน้ำ และวิธีแก้
  • สาเหตุและวิธีป้องกันบ้านทรุด

ปัญหาหลังบ้านเป็นบ่อน้ำ ในด้านสายมูและสายวิทย์

– ด้านฮวงจุ้ย

สำหรับความเชื่อในด้านฮวงจุ้ยนั้น การที่บริเวณหลังบ้านมีบ่อหน้าหรือสระน้ำ จะส่งผลลบด้านการเงินและการงานของผู้อาศัยหรือเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การเงินล้มเหลว ติดหนี้มากมาย หน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า รวมถึงมีสุขภาพไม่ดี เจ็บไข้ได้ป่วยบ่อยๆ

– ด้านวิทยาศาสตร์

ในทางวิทยาศาสตร์ บ้านที่อยู่ใกล้สระน้ำหรือบ่อน้ำ มีโอกาสพบปัญหาดินทรุดตัวสูง เพราะถ้าหากมีการ

สูบน้ำออกจากบ่อขนาดใหญ่ มีการขุดคลองด้านข้าง หรือขุดดินออกเป็นปริมาณมาก ก็อาจจะทำให้พื้นที่ดินมีการทรุดตัวเกิดขึ้น และส่งผลกระทบกับโครงสร้างของบ้านได้นั่นเอง

วิธีแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ

การแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ มีดังนี้

1. ถมดิน

การถมดินบ่อน้ำแตกต่างจากการถมดินทั่ว ๆ ไป และแตกต่างกันตามสภาพของบ่อน้ำ เช่น บ่อน้ำตื้น ๆ การถมดินจะทำได้ง่าย เพียงสูบน้ำออก และทิ้งระยะเวลาว่ามีน้ำผุดขึ้นมาอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีก็สามารถถมดินและบดอัดได้

แต่หากเป็นบ่อลึก หรือเป็นแอ่งน้ำ จะต้องสูบน้ำออก ก่อนจะถมดิน โดยต้องดูคุณภาพของการถมดิน หากถมดินไม่ดี หรือไม่ตากดินให้ดินมีความแน่นมากเพียงพอ จะมีปัญหาทรุดตัวภายหลัง

วิธีคำนวณปริมาณดินเบื้องต้น

วิธีการคำนวณค่าถมดินเบื้องต้นนั้น สามารถคำนวณได้ดังนี้

ขนาดที่ดิน (ตารางเมตร) x ความสูง = ปริมาณดิน (คิว)

ยกตัวอย่าง ที่ดินขนาด 100 ตารางวา คำนวณเป็นตารางเมตร 100 x 4 = 400 ตารางเมตร หากต้องการถมดินสูง 1 เมตร ก็จะเป็น
400 x 1 = 400 คิว

หากคำนวณเผื่อค่าบดอัดดินที่จะยุบตัวลง อาจจะต้องเพิ่มอีกประมาณ 80 คิว รวมเป็น 480 คิว

ราคาถมที่ดิน 1 คิวจะอยู่ที่ประมาณ 280 บาท หากถมที่ดิน 480 จะอยู่ที่ประมาณ 130,000-140,000 บาท

[ArticleCallout]{ “title”: “การถมดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”, “excerpt”: “ถมดินอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่นี่”, “link”: “https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/การถมดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง-58124”, “image”: “https://cdn-cms.pgimgs.com/static/2021/11/Law-for-fill-dirt-in-land.jpg” } [/ArticleCallout]

2. ทำกำแพงกันดิน

กำแพงกันดิน เป็นโครงสร้างเพื่อต้านทานแรงดันทางด้านข้างของมวลดิน และน้ำ หรือโคลน รวมทั้งแรงกดทับต่าง ๆ ที่มาจากด้านบน ซึ่งทำให้เกิดดินสไลด์ และเกิดการทรุดตัวของดิน

วัสดุที่นิยมใช้ในการทำกำแพงกันดิน คือ เหล็กชีทไพล์, ซีเมนต์บล็อก และคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง

อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาวิศวกรที่ชำนาญในด้านการก่อสร้างกำแพงดินให้ดีก่อน เนื่องจากต้องมีการประเมินสภาพพื้นที่ก่อสร้าง และการคำนวณแรงดันของดินที่ถูกต้องแม่นยำ

ส่วนในทางฮวงจุ้ยนั้นแนะนำว่าในกรณีที่ไม่สามารถถมบ่อได้ ให้ปลูกต้นไม้แบบพุ่มรอบ ๆ ตัวสระ เพื่อบังตาไว้ ไม่ให้มองเห็นบ่อน้ำได้ถนัด แล้วหากระจกเงามาติดที่ตัวบ้านในมุมที่สะท้อนไปยังบ่อน้ำพอดีด้วย

สาเหตุและวิธีป้องกันบ้านทรุด

ปัญหาบ้านทรุดสามารถเกิดขึ้นได้กับบ้านทุกหลัง และมาจากหลายสาเหตุ นอกจากปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้บ้านทรุดด้วยเช่น

1. สภาพพื้นดิน

สภาพพื้นที่ดินที่มีความอ่อน ความแข็ง ความหนาแน่น และการยุบตัวที่แตกต่างกันตามโครงสร้างและส่วนประกอบของเนื้อดิน ส่งผลต่อการทรุดตัวของบ้านด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือพื้นดินในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีลักษณะพื้นดินเป็นตะกอนดินเหนียวปากแม่น้ำ มีความอ่อนนุ่มและทรุดตัวง่าย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พื้นดินในเขตกรุงเทพฯ ทรุดตัวง่ายกว่าจังหวัดอื่น

นอกจากนี้ บ้านจัดสรรในย่านชานเมือง ก็มักจะตั้งอยู่บนที่ดินที่เคยเป็นบ่อปลา หรือพื้นที่ที่เคยขุดหน้าดินไปถมที่อื่นมาก่อน ดินถมใหม่จึงทรุดตัวง่ายกว่าพื้นดินธรรมชาติ เป็นสาเหตุที่บ้านในย่านชานเมืองมีปัญหาบ้านทรุดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

2. ระบบฐานราก

ฐานรากเป็นส่วนสำคัญที่จะบ่งชี้ว่าบ้านทรุดตัวยากหรือง่าย หากเสาเข็มหยั่งลึกไม่ถึงชั้นดินดาน หรือแตกหักภายในชั้นดิน หรือตั้งไม่ตรงกับเสาบ้าน หรือเสาเข็มแต่ละด้านหยั่งอยู่บนดินที่ต่างชนิดกัน ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการวางแผนก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ตรวจสอบชั้นดินให้ดีก่อนลงเสาเข็ม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุดเอียงง่ายขึ้น

3. น้ำหนักบ้าน

โครงสร้างบ้านนั้นถูกออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการอยู่อาศัยตามปกติ แต่ถ้ามีน้ำหนักมากดทับมากเกินไป เช่น มีการต่อเติมบ้าน ทำชายคา ต่อหลังคาโรงจอดรถ หรือมีสิ่งของน้ำหนักมากเข้ามาเก็บในบ้าน น้ำหนักที่มากขึ้นก็เป็นสาเหตุบ้านทรุดตัวได้

สัญญาณที่บ่งบอกว่าบ้านทรุด

วิธีสังเกตว่าบ้านทรุดแล้วหรือยัง สามารถสังเกตจากสิ่งเหล่านี้ได้

1. รอยร้าวบนตัวบ้าน

รอยร้าวในบ้านมีทั้งแบบอันตรายและไม่อันตราย หากเป็นรอยร้าวแตกลายงาของผิวปูนฉาบและสี ก็ยังพอวางใจได้ แต่ถ้ามีรอยร้าวขนาดใหญ่บนผนังหรือเสา หรือรอยร้าวในลักษณะบ้านทรุดไม่เท่ากัน จนผนังแยกตัวออกจากกันในแนวทแยงมุม รอยร้าวเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายที่กำลังบ่งบอกว่าโครงสร้างมีปัญหา

2. พื้นดินยุบเป็นโพรง

ลองสำรวจพื้นดินรอบ ๆ ผนังบ้าน หากมีพื้นดินที่ยุบตัวจนเห็นโพรงใต้บ้าน ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพื้นดินรอบบ้านกำลังทรุดตัว แต่จะกระทบกับตัวบ้านมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของเสาเข็ม โดยมักจะมีปัญหากับพื้นปูนที่ไม่มีเสาเข็ม เช่น พื้นที่ซักล้างหลังบ้าน พื้นปูนทางเดินข้างบ้าน หรือพื้นลานจอดรถ นอกจากนี้ ดินที่ยุบเป็นโพรงก็อาจกลายเป็นที่อยู่อาศัยของหนูหรืองูอีกด้วย

ส่วนต่าง ๆ ของบ้าน สัญญาณบ้านทรุด เสา รอยร้าวบนเสา ผนัง รอยร้าวบนผนัง แยกตัวเป็นแนวทแยงมุม พื้นดิน ยุบตัวเห็นโพรงใต้บ้าน พื้นที่ซักล้าง ทางเดินเข้าบ้าน ลานจอดรถ ทรุดตัว

3 วิธีป้องกันบ้านทรุด

ในกรณีที่พบโพรงใต้บ้านหรือพบรอยแตกร้าวที่ยังไม่มากนัก เราสามารถป้องกันบ้านทรุดได้ดังนี้

1. ทำแผงป้องกันดินไหล

ถ้าพบว่าโพรงใต้บ้านมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีดินไหลลงไป สามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยการอุดปิดโพรงด้วยแผ่นพื้นคอนกรีต แผ่นพื้นสำเร็จ แผ่นโฟม หรือแผ่นเหล็กผิวเรียบ โดยวิธีการปรับแก้เริ่มขุดดินโดยรอบโพรงให้ลึกกว่าดินใต้ตัวบ้าน จากนั้นนำแผ่นวัสดุมาเสียบในดินให้แน่น (ลึกประมาณ 50-80 เซนติเมตร) อาจก่ออิฐปิดทับอีกชั้น เพื่อกันดินจากด้านนอกไหลเข้าไปในโพรง

2. เติมดินและทราย

ในกรณีที่เป็นโพรงใหญ่และเพิ่งเริ่มทรุดตัว สามารถป้องกันบ้านทรุดได้ด้วยการเติมดินหรือทราย โดยขุดรอบ ๆ รอยแยกให้เห็นแนวโพรง แล้วอัดดินหรือฉีดน้ำไล่ทรายเข้าไป เสร็จแล้วถมดินรอบบ้านให้สูงขึ้นจนเลยโพรงใต้บ้าน ขณะเดียวกันตอนอัดดินก็ต้องระวังเรื่องการกระทบระบบท่อต่าง ๆ ใต้อาคารและการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างบ้านด้วย

3. การซ่อมรอยต่อระหว่างผนัง

ในกรณีที่ไม่พบโพรงใต้ดิน แต่ตัวบ้านเริ่มมีรอยแยกระหว่างผนังบ้าน วิธีป้องกันเบื้องต้นคือนำปูนทรายมาอุดฉาบบริเวณรอยร้าว แต่ถ้าต้องการป้องกันบ้านทรุดในระยะยาว แนะนำว่าควรตัดรอยต่อของผนังทั้งแนวให้แยกขาดออกจากกันทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อป้องกันการดึงโครงสร้างหลักให้ทรุดตัว หลังจากนั้นให้อุดรอยต่อด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงแทน

[ArticleCallout]{ “title”: “บ้านทรุด 3 สาเหตุและสัญญาณเตือนบ้านทรุด รุดแก้ก่อนบ้านพัง”, “excerpt”: “บ้านทรุดเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้กับบ้านคุณ เกิดจากอะไรดูได้ที่นี่”, “link”: “https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/ปัญหาบ้านทรุดตัว-เรื่องสำคัญที่ต้องรีบแก้ไข-21195”, “image”: “https://cdn-cms.pgimgs.com/static/2019/12/Property_House_Collapsed-House_2.jpg” } [/ArticleCallout]

3 วิธีแก้ไขปัญหาบ้านทรุด

ถ้าหากปัญหาบ้านทรุดยากเกินจะป้องกันด้วยตนเอง ก็ควรแจ้งผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น เจ้าของโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อทำการแก้ไข หรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

1. ติดต่อเจ้าของโครงการ

ในกรณีที่ซื้อบ้านใหม่ เจ้าของโครงการหรือผู้ขายจะรับประกันโครงสร้างบ้าน คือ หลักประกันความปลอดภัยและคุณภาพของสิ่งปลูกสร้างที่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปแล้วจะมีระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขภายใต้กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งรวมอยู่ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติที่ดินที่คุ้มครองอยู่

เมื่อทำสัญญาซื้อขายบ้าน ผู้ขายจะระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อรับประกันว่ารับผิดชอบและซ่อมแซมในกรณีที่เกิดความเสียหายในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน

หากว่าเจ้าของบ้านไม่ได้ทำการต่อเติมบ้านที่ผิดเงื่อนไขการรับประกัน ก็สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายดำเนินการแก้ไขปัญหาบ้านทรุดได้ หากผู้ขายไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา เจ้าของบ้านสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย หรือฟ้องศาลอาญาเพื่อเอาผิดฐานฉ้อโกงได้

2. ปรึกษาวิศวกรก่อสร้าง

ในกรณีที่เป็นบ้านเก่าหรือหมดประกันแล้ว หากบ้านทรุดควรติดต่อบริษัทผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรก่อสร้างให้เข้ามาวิเคราะห์สาเหตุและหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งอาจต้องขุดพื้นดินเพื่อซ่อมฐานราก หรือใช้เสาดามเพื่อค้ำยันตัวบ้านด้านที่ทรุดเอียง

โดยวิธีการซ่อมบ้านทรุดนั้นมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของปัญหาที่พบ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้บริการจากช่างรับเหมาก่อสร้างทั่วไป เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง อาจแก้ไขได้ไม่ตรงจุด

3. ดีดบ้านเพื่อปรับฐานราก

ในกรณีที่พื้นดินทรุดตัวหนักหรือฐานรากเสียหายจนเกินซ่อมแซม ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านทรุดได้แบบไม่ต้องทุบทิ้ง นั่นก็คือ การดีดบ้าน ด้วยการตัดบ้านออกจากฐานรากเดิม แล้วยกขึ้นจนลอยตัวเพื่อรื้อฐานรากใหม่ ก่อนจะประกบตัวบ้านให้ติดกับฐานรากใหม่

อย่างไรก็ตามการดีดบ้านจะมีค่าบริการที่ค่อนข้างสูงมาก บ้านยิ่งใหญ่ ยิ่งหนัก ก็ยิ่งทำได้ยาก และต้องดำเนินการโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะปลอดภัย

[ArticleCallout]{ “title”: “ยกบ้าน ทำในกรณีไหนบ้าง แนะ 6 ขั้นตอนยกบ้านจากวิศวกรรมสถานฯ”, “excerpt”: “ดีดบ้านหรือยกบ้านคืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง หาคำตอบได้ที่นี่”, “link”: “https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/ยกบ้าน-ดีดบ้าน-คืออะไร-56691”, “image”: “https://cdn-cms.pgimgs.com/static/2021/10/Lift-the-house-cover.jpg” } [/ArticleCallout]

การแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ ที่ยั่งยืนที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดในอนาคตคือ 3 วิธีที่กล่าวไป และที่สำคัญคือเมื่อพบปัญหาก็ควรแก้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดที่ลุกลามจนแก้ได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...