โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิธีวางแผนภาษี มีเงินเพิ่ม ง่าย ๆ แค่ 4 ขั้นตอนตามนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ต.ค. 2565 เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 05.18 น. • The Bangkok Insight

มือใหม่เริ่มทำงาน รู้วิธีวางแผนภาษี 4 ขั้นตอน ถูกต้อง ครบถ้วน ใช้สิทธิลดหย่อนครบ ช่วยประหยัดเงิน นำไปต่อยอดสร้างเงินเพิ่ม

ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีรายได้ มีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่หากรู้วิธีวางแผนภาษี ด้วยการเตรียมการเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วน และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี จะช่วยให้บรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง รวมถึงไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือเสียเบี้ยปรับโดยใช่เหตุ

วิธีวางแผนภาษี

ยิ่งถ้าวางแผนภาษีได้เป็นอย่างดี เงินที่ประหยัดได้นี้ ก็สามารถนำไปต่อยอดให้ออกดอกออกผล สร้างเงินกลับมาให้เราได้อีกต่อหนึ่งด้วย

ดังนั้น การวางแผนภาษีที่ดี จึงควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจรายละเอียดเรื่อง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และรู้จักใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า

4 ขั้นตอนการวางแผนภาษี

1. รู้ประเภทและค่าใช้จ่าย ของเงินได้พึงประเมิน

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถือเป็นภาษีทางตรงที่บุคคลธรรมดาต้องเสีย โดยโครงสร้างในการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะคำนวณจากรายได้สุทธิ X อัตราภาษีตามที่กฏหมายกำหนด

การวางแผนภาษีจึงเป็นการวิเคราะห์เงินได้สุทธิ เพื่อวางแผนจัดสรรเงินค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และเงินบริจาค ตามที่กฎหมายสนับสนุนเพื่อใช้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะยิ่งใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมาก เงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษียิ่งลดลง ก็ทำให้เสียภาษีน้อยลงนั่นเอง

สำหรับรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมีอยู่ 8 ประเภท โดยแบ่งตามอาชีพและต้นทุนในการประกอบอาชีพที่แตกต่างกัน เพื่อความเป็นธรรมในการคำนวณและจ่ายภาษีมากที่สุด

แต่ก็มีหลายกรณีที่เงินได้ของบุคคล อาจถูกจัดว่าเป็นเงินได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาการจ้างงานหรือข้อตกลงทางธุรกิจ เราจึงควรทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของเงินได้ เพื่อให้เกิดการหักค่าใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

2. รู้ค่าลดหย่อน เพื่อลดภาษี

การวางแผนเรื่องค่าลดหย่อนได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้รายได้สุทธิลดลงและเสียภาษีน้อยลง โดยสิทธิลดหย่อนแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • สิทธิลดหย่อนขั้นพื้นฐานของชีวิต

เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าดูแลพ่อแม่และบุตร เป็นต้น

  • สิทธิลดหย่อนเพื่อการออมและลงทุน

เพื่อช่วยประหยัดภาษีและวางแผนเกษียณไปด้วยผ่านกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และประกันชีวิต เป็นต้น

  • สิทธิลดหย่อนเพื่อการบริจาคเงินให้องค์กรการกุศลหรือสนับสนุนการศึกษา

นอกจากนี้ ภาครัฐอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากการใช้จ่าย การออมและการลงทุนในแต่ละปี เราจึงควรติดตามข่าวสารสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมตามกำลังหรือให้เหมาะสมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

3. รู้วิธีคำนวณภาษี

หลังจากที่นำรายได้ทั้งปี มาหักค่าใช้จ่ายตามประเภทรายได้ และหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว จากนั้นเราจะนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีในอัตราก้าวหน้า ดังนี้

วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้มีรายได้ประเภทเงินเดือนเป็นหลัก แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภทอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ต้องคำนวณอีกวิธีหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบกัน โดยการนำรายได้ทั้งปีก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน หรือที่เรียกกันว่า รายได้พึงประเมิน มาคูณด้วยอัตราภาษี 0.5%

หากวิธีใดมีจำนวนเงินภาษีที่ต้องจ่ายสูงกว่า ให้เสียภาษีด้วยวิธีนั้น ซึ่งโดยทั่วไปวิธีแรกจะมีจำนวนที่มากกว่า

เมื่อเข้าใจหลักการคำนวณภาษีแล้ว เราสามารถทดลองวางแผนภาษีของตัวเองได้ง่าย ๆ ผ่านโปรแกรมวางแผนประหยัดภาษี เริ่มด้วยการกรอกรายละเอียดเงินได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่าง ๆ ก็จะรู้คร่าว ๆ แล้วว่า เราควรวางแผนออมและลงทุนเพิ่มอย่างไร เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า แถมยังช่วยให้เราวางแผนออมสม่ำเสมอในระยะยาวได้อย่างดีเลยทีเดียว

4. รู้ช่องทางยื่นภาษี

หากลองคำนวณแล้วพบว่า อาจได้รับเงินคืนภาษี ก็ต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน และลงลายมือชื่อผู้ขอคืนอย่างชัดเจน ที่สำคัญก่อนยื่นแบบแสดงรายการอย่าลืมตรวจทาน รวมทั้งเตรียมเอกสารที่ต้องแนบเป็นหลักฐานให้เรียบร้อยก่อน

ทริคการยื่นภาษี ควรรีบยื่นแบบแสดงรายการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม ซึ่งจะทำให้ได้เงินคืนภาษีเร็ว เพราะเป็นช่วงที่คนยื่นน้อย แต่ถ้าไม่มีเงินคืนภาษี จะยื่นเร็วหรือช้าก็ไม่มีผลอะไร

ที่แน่ ๆ คือ อย่าถ่วงเวลาจนเลยช่วงยื่นแบบแสดงรายการ (เดือนมีนาคม) เพราะแทนที่จะประหยัด กลับต้องจ่ายค่าปรับถึง 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นแบบแสดงรายการผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ในการยื่นภาษีได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...