โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ.เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ การสร้างกระแสไฟฟ้า ของปลาไหลไฟฟ้า

สวพ.FM91

อัพเดต 15 ต.ค. 2565 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2565 เวลา 03.31 น.

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงข้อสงสัยว่า ปลาไหลไฟฟ้า ทำไมถึงสร้างกระแสไฟฟ้าได้ โดยรายละเอียดระบุว่า

(ตามคำขอ) ปลาไหลไฟฟ้า สร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมาได้อย่างไร ? ในร่างกายของปลาไหลไฟฟ้าจะมีอวัยวะในการผลิตไฟฟ้า 2 ชนิด ที่ทำงานควบคู่กัน โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า Main organ และ Hunter's organ

Main organ คืออวัยวะหลักที่มีขนาดใหญ่ 80% ของตัวปลาไหล ประกอบไปด้วยเซลล์ที่คล้ายกล้ามเนื้อเรียกว่า Electrocytes ที่มีการเรียงตัวเป็นชั้นๆ มากถึง 4-5,000 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นจะผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้ไม่มากนัก แต่ด้วยจำนวนชั้นที่มากมายขนาดนี้ เมื่อรวมกันจึงทำให้มันสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าแบบอนุกรมได้ และเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังศักย์สูงจนเกิดอันตรายได้ในที่สุด

ส่วน Hunter's organ จะเป็นอวัยวะที่ผลิตไฟฟ้าได้น้อยมากเมื่อเทียบกับ Mian organ แต่ข้อดีของมันคือสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องกว่า และมีคุณสมบัติที่ดีในการตรวจจับเหยื่อรอบรัศมีของมันเป็นหลัก affaliate-2

กระแสไฟฟ้าในร่างกายของพวกมันจะถูกสั่งการผ่านนิวเคลียสไปยังเส้นประสาท โดยเซลล์ประสาทดังกล่าวจะมีค่าเป็นประจุขั้วลบ ซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าน้อยกว่า 100 ไมโครโวลต์จากภายนอกเมื่อเทียบกับภายในเซลล์

ต่อมาเมื่อสัญญาณจากนิวเคลียสถูกส่งมายังเส้นประสาท ส่วนต่อไปที่จะทำงานคือส่วนของปลายประสาท ปลายประสาทของมันจะค่อยๆ ปล่อยสารสื่อประสาทชื่อ อะซีตีคลอรีน ออกมา (acetylcholine)

สารตัวนี้จะทำหน้าที่สร้างเซลล์ประสาทที่มีความต้านทานต่ำขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อส่วนของเซลล์ภายนอกและภายในเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นประจุขั้วบวกและขั้วลบขึ้นมา และก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมาได้ในที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.blockdit.com/posts/5e153f9a856ea50c771bd151

ขอบคุณภาพปลาไหลจากคุณ catania

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...