ไร้แข้งลิเวอร์พูล! คาดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 จากการวิเคราะห์ของ CIES
ทัพ "ปืนใหญ่" ที่รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวามากที่สุดเหนือทีมคู่แข่ง ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีที่ยาวนานถึง 22 ปีได้สำเร็จเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงเสมอ บอร์นมัธ 1-1
จากการประเมินของศูนย์นานาชาติศึกษากีฬาฟุตบอล (CIES Football Observatory) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิเคราะห์สถิติชื่อดังแห่งวงการลูกหนัง มีนักเตะจาก 3 สโมสรที่ติดทีมยอดเยี่ยมรวมกันถึง 9 คน
สำหรับใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ผลงานนักเตะตลอด 37 นัดของฤดูกาลนี้ (เกมสุดท้ายวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.) ก่อนคัดเลือกออกมาเป็นทีมรวมดาวตัวจริง ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่านี่คือการวิเคราะห์ของ ศูนย์นานาชาติศึกษากีฬาฟุตบอล ไม่ใช่การคัดเลือกของ พรีเมียร์ลีก แต่อย่างใด
หลังเสียประตูในลีกเพียง 26 ลูก ซึ่งน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก จึงไม่น่าแปลกใจที่แนวรับของทีมแชมป์ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะติดทีมหลายราย
ผู้รักษาประตู : ดาบิด ราย่า
ดาบิด ราย่า เจ้าของรางวัลถุงมือทองคำ 3 สมัย ได้รับเลือกเป็นผู้รักษาประตู โดยมีแนวรับชุดคุ้นเคยยืนอยู่ข้างหน้า เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ติดทีมในตำแหน่งแบ็กขวา หลังกลับไปเล่นในตำแหน่งธรรมชาติของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้ แม้ช่วงหลังๆ นักเตะจะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ผลงานที่สร้างเอาไว้ตั้งแต่แรกทำให้เขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดทางฝั่งขวา
แบ็กโฟร์ : เยอร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลี่ยม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, อาเดรียง ทรุฟแฟร์
ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กอย่างกาเบรียล มากัลเญส และ วิลเลี่ยม ซาลิบา ไม่มีใครที่จะแย่งตำแหน่งของพวกเขาไปได้แน่นอน แต่กระนั้นชื่อที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือ อาเดรียง ทรุฟแฟร์ แบ็กซ้ายของบอร์นมัธ
ทรุฟแฟร์ ย้ายเข้ามาแทน มิลอส เคอร์เคซ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลัง ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินก้อนโตคว้าตัว ฟูลแบ็กทีมชาติฮังการี ไปร่วมทีม และนักเตะก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เข้ามาร่วมทัพ โดยสามารถทดแทนคนเก่าได้อย่างไร้ปัญหา โดยดาวเตะชาวฝรั่งเศส ลงเล่นเกือบทุกนาทีในฤดูกาลนี้ พร้อมทำได้ 1 ประตู กับ 4 แอสซิสต์
กองกลาง : เดแคลน ไรซ์, กาเซมีโร่
สำหรับกองกลางตัวรับสองคนในทีมคือ เดแคลน ไรซ์ ซึ่งเป็นตัวคุมเกมและขับเคลื่อน อาร์เซน่อล ตลอดทั้งฤดูกาล กับ กาเซมีโร่ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขวัญใจแฟนบอลที่มักเติมเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษบ่อยๆ
ไรซ์ ถือเป็นอาวุธสำคัญในการเล่นลูกตั้งเตะ โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาล ขณะที่ฟอร์มการเล่นของ กาเซมีโร่ กลับมาดีขึ้นมากนับตั้งแต่เดือนมกราคม โดย อดีตกองกลางเรอัล มาดริด ทำได้ถึง 9 ประตู
ความสามารถในการโหม่งทำประตูของ กาเซมีโร่ โดยส่วนใหญ่มาจากบรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพชาวโปรตุกีส ซึ่งคือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ไมเคิ่ล คาร์ริค
แนวรุก : เฌเรมี่ โดกู, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, รายาน แชร์กี
หากพูดถึง กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของสถิติ 20 แอสซิสต์ (เทียบเท่า เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์) เขายืนตำแหน่งผู้เล่นหมายเลข 10 (เพลย์เมกเกอร์) และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูเป็นว่าเล่น
แฟร์นันด์สติดอันดับสูงแทบทุกสถิติแนวรุก และทำผลงานได้โดดเด่นมากขึ้นในบทบาทอิสระ หลังการจากไปของ รูเบน อโมริม เข้าสู่ยุคแสงทองสดใสของ คาร์ริค ซึ่งเขาคือคีย์แมนที่ทำให้ "ผีแดง" จบซีซั่นในอันดับ 3 และคว้าตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
แนวรุกทั้งหมดเป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็โดดเด่นเช่นกัน โดยมีตัวริมเส้นทักษะสูงอย่าง รายาน แชร์กี้ ยืนทางฝั่งขวา ความอัจฉริยะของเขาในการเล่นรอบกรอบเขตโทษช่วยสร้างโอกาสและป้อนบอลให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์
ส่วนฝั่งซ้ายต้องยกให้ เฌเรมี่ โดกู ผลงานของเขาช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีลุ้นแชมในช่วงท้ายซีซั่น หลังยิงได้ 4 ประตูจาก 5 นัด พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์ ทำให้การลุ้นแชมป์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ ปีกทีมชาติเบลเยียม ทำได้เพียง 1 ประตูจาก 22 นัด แต่กลับกลายเป็นตัวปั้นเกมที่อันตรายมากของทีมเป๊ป กวาร์ดิโอลาในช่วงหลัง สรุปแล้วทีมยอดเยี่ยมนี้มีสัดส่วนผู้เล่นระหว่างสองทีมจากแมนเชสเตอร์และอาร์เซน่อลเท่ากันที่ 5-5 และมี บอร์นมัธ ติดเข้ามา 1 คนอย่างน่าชื่นชม
หน้าเป้า : เออร์ลิง ฮาลันด์
ตำแหน่งนี้คงไม่มีใครจะเทียบ ฮาลันด์ ได้อย่างแน่นอน ฟอร์มการกระซวกตาข่ายในลีกจำนวน 27 ประตู ทำให้เขาไม่น่าจะพลาดรางวัล "รองเท้าทองคำ" ในซีซั่นนี้ นอกจากนี้นักเตะยังมีสถิติแอสซิสต์ 8 ครั้ง แม้จะไม่ได้เยอะแยะอะไรนัก แต่ในฐานะหน้าเป้าการได้มีส่วนช่วยเพื่อนร่วมทีมในการทำประตูก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ
บทสรุป
ผลงานของผู้เล่นแต่ละคนถูกวัดโดยเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของลีกในหลายมิติสำคัญ เช่น การสร้างโอกาส การจบสกอร์ การเล่นลูกกลางอากาศ การเล่นเกมรับภาคพื้นดิน และการขึ้นเกมจากแดนหลัง
นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกหลายตัวชี้วัด เช่น การชนะการดวลลูกกลางอากาศในพื้นที่ 2 ใน 3 แรกของสนาม และความถี่ของการเสียประตูในช่วงที่ผู้เล่นคนนั้นอยู่ในสนาม การรับมือกับลูกกลางอากาศ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังนำระยะเวลาการลงเล่น และผลงานของทีมทั้งช่วงที่นักเตะอยู่ในสนามและไม่ได้อยู่ในสนามมาพิจารณาด้วย เพื่อสะท้อนถึงผู้เล่นที่มีอิทธิพล ความสำคัญ ความมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดอย่างแท้จริง