นายกฯ บุกโกดัง “หนูเฉิน” ทลายเครือข่ายยาเสพติดจีนดำ
(10 มิ.ย. 69) เมื่อเวลา 20.00 น.วานนี้(9 มิ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมแถลงผลปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ณ โกดังโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทยและมุ่งหน้าลงพื้นที่ทันที โดยเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส., ตำรวจ, DSI, ฝ่ายความมั่นคง และสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) ปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 บริษัท รวม 10 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง
.
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลเชิงลึกหลังการส่งตัว นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ข้ามชาติเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนพบว่าเครือข่ายนี้ทำหน้าที่จัดหาและส่งออกสารตั้งต้นรวมถึงเคมีภัณฑ์ ไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนเทาในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้ผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2) เพื่อนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย
.
จากการตรวจสอบภายในโกดังเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 รวม 5 ชนิด ประกอบด้วย อาเซโตน, กรดไฮโดรคลอริก, กรดอะซิติก, กรดซัลฟิวริก และไดออกทิล ทาเลต น้ำหนักรวมกว่า 50 ตัน ซึ่งทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตครอบครองตาม พ.ศ. 2535 โดยระบุว่า สารเคมีล็อตใหญ่จำนวนนี้ หากถูกส่งไปถึงโรงงานผลิตสำเร็จ จะสามารถนำไปสกัดเป็นยาบ้าได้มากถึง 1,100 ล้านเม็ด (เทียบเท่าสถิติการยึดยาบ้าได้ทั้งปี) หรือผลิตเป็นยาไอซ์ได้สูดสุดถึง 21 ตัน
.
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ปฏิบัติการร่วมไทย-เกาหลีใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายตัดตอนผู้เกี่ยวข้องและทลายแหล่งต้นตอสารเคมีอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดหวนกลับเข้ามาแพร่ระบาดทำลายความมั่นคงภายในประเทศ โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด