โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ตำรวจ-ทหาร-ปืน’

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 5.47 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เรื่อง “ตำรวจทางหลวง”

จับ “ทหารพราน” ข้อหาพกพาปืนไปในที่สาธารณะ

แม้หลายวันแล้ว แต่กระแสยังกระดกขึ้น!

เสียงส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วย” กับ “ตำรวจทางหลวง” ที่ใช้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมในพื้นที่

ผมก็นึกในใจว่า….

แบบนี้ ถ้า “หน่วยต้นสังกัด” ไม่รีบเคลียร์ใจกันแต่เนิ่นๆ

เดี๋ยว “ตำรวจกับทหาร” ในภาคใต้ ก็คงเกิดเรื่องทำนอง

“ทีฮู-ทีอิต” ขึ้นจนได้ซักวัน!

ก็ดูกระแสสังคมซี มีแต่ออกมา “อัดตำรวจ” นับวันจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ผมจะนำตัวอย่าง “ความเห็นชาวบ้าน” มาให้ท่านอ่าน แก้คันหัวใจ (แต่ผมสบายไม่ต้องเขียน) ซัก ๓-๔ ราย ดังนี้

“อัครชัย ประกอบผล”

“เสี่ยงตายจากโจร แต่แพ้ด่านตรวจ”

“ตำรวจทางหลวง” จับ “ทหารพราน” เพิ่งเดินทางจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

พกปืนมีทะเบียนถูกต้อง ขนาด ๙ มม.

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมซองกระสุน ๓ ซอง

ข้อหาพกปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

ตำรวจออกเวร มันก็พกปืนกลับบ้าน

ยิ่งพื้นที่อันตราย ๓ จังหวัดชายแดนใต้ อย่ามาอ้างว่าถ้าไม่จับก็ (ผิดกฎหมายมาตรา…เปลว) ๑๕๗ เลย

เห็นตามข่าว รับส่วยแล้วปล่อยคนทำผิด ไม่เห็นกลัว ๑๕๗

อ้างกฎหมายในสถานการณ์ที่ไม่ปกป้องชีวิตคน แถมโชว์สร้างภาพ ขยันโง่จริงๆ

อีกซักราย จะได้รู้ว่า มีแต่คนเห็นไปในทางเดียวกันทั้งนั้น

“อัคติ ทำให้ใจตาย”

ขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ในฐานะที่เคยอยู่ภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดน

ทหารพรานคนนี้ จะเดินทางออกนอกพื้นที่

กลับบ้านที่นครศรีธรรมราช

แต่ช่วงเดินทางยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องพกอาวุธปืน

เพื่อเหตุฉุกเฉิน ของผู้ก่อการร้าย มีไว้เพื่อตอบโต้ เอาชีวิตรอด

ไม่สามารถเอาอาวุธปืนเก็บไว้ที่บ้านได้

เพราะต้องพกพาช่วงเดินทางออกจาก 3 จังหวัด

ผิดกฎหมาย….ถูกต้องครับ

แต่ในทางความเป็นจริง ที่เขาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเสี่ยงอันตรายทุกย่างก้าว

มันมีเหตุอันควร ที่ต้องพกอาวุธติดตัวตลอด

และผมก็เข้าใจ ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

แต่ถ้าไม่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะไม่รู้เลยว่า “มันอันตรายแค่ไหน”

และเขา…ทหารพรานคนนี้

คือผู้ให้ “ความสงบ” แก่ประชาชน ให้ประชาชนนอนหลับอย่างสบายใจ ถ้ามีเขา

มองในคุณธรรมนะครับ…

ผมไม่คิดเอง ว่าสมควรโดนจับหรือไม่

ทุกอย่างมี 2 ด้าน 2 มุมครับ

ช่วยกันได้ก็ช่วย เพราะคนที่จับ ก็ไม่ได้อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ผมเข้าใจ ว่าทำตามกฎหมาย

ผมเข้าใจ ว่ามันผิดกฎหมาย

แต่อยากให้มอง ในมุมของผู้เสี่ยงภัยด้วยครับ.

แหม ชักติดพัน งั้นอีกซักรายนะ…

รายนี้ แม้เป็นสุภาพสตรี แต่ติดเครื่องเทอร์โบมาเลย!

“วารี มีศิลป์”

@ชื่นชมคำพูดของเธอ คำว่า “เขาหากินในป่า…เขาไม่ได้หากินตามถนน” ถูกต้องค่ะ

ดิฉันคนหนึ่งละ ขอบอกว่า “ตำรวจ….มาก” ไม่รู้จักแยกแยะหนักเบา ไม่รู้จักแยกแยะ “อะไรควร-ไม่ควร”

“อย่าทำให้ 2 องค์กรต้องผิดใจกันเลยนะคะ”

รู้จักแยกแยะบ้าง “อย่าดีแต่จับ” ไอ้ที่ควรจับตามกฎหมาย แต่ไม่ทำตามกฎหมาย ก็รู้อยู่….แต่ทีนี้ว่า ต้องแยกแยะว่าอะไรควรไม่ควรอะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ

ลองดูสิคะ ลองให้ไปเป็นทหารพรานอยู่ทางใต้

ลองดูซิ คุณตำรวจหากินข้างถนน จะเป็นยังไง?

ฉันคนหนึ่งล่ะค่ะ ที่ไม่เห็นดีด้วย อย่าทำให้เขาเกลียดขี้หน้าตำรวจมากไปกว่านี้เลยค่ะ

แค่นี้สังคมเขาก็เอือมระอาแล้วกับพวกหากินข้างถนน

แหม….ผมต้องใช้อำนาจเผด็จการ “ขลิบคำและขลิบข้อความ" ของคุณ “วารี มีศิลป์” ออกไปบ้าง

ไม่งั้น..เดี๋ยวหมาต๋าจะมาเลียะพะผม!

ฟังความเห็นทั่วไปแล้ว มาฟังความเห็นจากผู้ชำนาญการทางด้าน “ตีนโรง-ตีนศาล” ดูบ้าง

รายแรก คุณ “Yossakorn Petchlam”โพสต์ว่า

ข่าวในพื้นที่ น้องทหารพรานได้รับการประกันตัวเรียบร้อย เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย

ถ้าสรุป “รอลงอาญา” นี่เสียขวัญ ไม่กล้าพกเลยนะนี่

เพราะถ้าผิดซ้ำ “จำจริง”!

แต่คุณ “Natthatchaphong Pol Chaikanchanakhun” สวมวิญญาณ ถ้าไม่ทนาย ก็ทะแนะ โพสต์ว่า

“ผมทายไว้ล่วงหน้าว่า อัยการผู้รับผิดชอบคดีนี้

จะสั่งไม่ฟ้อง คับ”

มาดูกันว่า ผมจะทายถูกไหม?

สำนวนคดี เมื่อถึงอัยการแล้ว ตำรวจก็หมดหน้าที่

ต่อไป เป็นอำนาจของ “พนักงานอัยการ”

ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง อัยการสามารถใช้ดุลยพินิจได้

โดยดูจาก “ข้อเท็จจริง…ข้อกฎหมาย”

โดยอ้างเหตุผลหลักว่า…..

“มีความจำเป็นเร่งด่วนและตามสมควรแก่พฤติการณ์หรือปฏิบัติตามคำสั่งของทางราชการ”

เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเข้าข้อยกเว้นของ กม.

“ทหารพราน” ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ได้กลับมาจากการปฏิบัติหน้าที่จริง.

………………….

กรณีนี้ ดูเหมือน "กองบังคับการตำรวจทางหลวง" จะร้อนตั้งแต่หัวยันก้น วานซืน จึงออกแถลงการณ์ด้วยข้อความว่า

“กองบังคับการตำรวจทางหลวง”

ทางหน่วยงานตระหนักถึงข้อกังวลของประชาชนและความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้เป็นอย่างดี

จึงได้สั่งการให้กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (กก.7 บก.ทล.)

เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติหน้าที่

ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้สั่งการเพิ่มเติมให้หน่วยงานในพื้นที่

เร่งประสานและหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน

พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับ

ข้อกฎหมาย

ภารกิจของแต่ละหน่วย

และสภาพการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ความมั่นคง

รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน สร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน

และร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป

สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเหตุ

สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนตำรวจทางหลวง โทร. 1193 "ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง"

และเมื่อวาน (๑๔ ก.ค.) “ทันข่าวภาคใต้” โพสต์ข่าวว่า

“ตำรวจ ทหาร ชายแดนใต้”

จับมือกันขนทัวร์ลง “หัวหน้าชุดทางหลวง” ที่สั่งจับกุมเจ้าหน้าที่ “ทหารพราน”

ขณะเดินทางกลับจากปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นราธิวาส

โดยถูกจับกุมอาวุธประจำกาย ซึ่งมีทะเบียนถูกต้อง

บริเวณด่านทางหลวงพื้นที่ จ.พัทลุง

โดยหลายฝ่ายหวั่นเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ของ ๒ องค์กร

แต่เหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น

เมื่อ “ตำรวจและทหาร” รวมถึง “ประชาชนทั่วไป” กลับจับมือกัน “ไม่เห็นด้วย” กับการกระทำในครั้งนี้

ของ “ตำรวจทางหลวง พัทลุง-ตรัง”

ทั้งแนะให้ใช้วิจารณญาณให้มากกว่านี้

การเดินทางของเจ้าหน้าที่ชายแดนใต้ “เสี่ยงตลอดเวลา” และการสูญเสีย “ระหว่างทาง” เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง.

เอ้อออออ!!!

ผมพลอยโล่งอก ยกมือท่วมหัว ที่ตำรวจ-ทหาร “ปรับความเข้าใจ” ต่อกัน และแนะตำรวจทางหลวง

อย่าเป็นตำรวจ “หัวลูกเต๋า” ในการปฏิบัติหน้าที่

ให้ใช้ “จิตวิเคราะห์” ประกอบการใช้กฎหมายด้วย!

ก็ภาวนาให้เรื่องนี้จบแบบ “แฮปปี้ ปีละ ๒ ขั้น”

อย่าจบแบบ “ทีฮู-ทีอิต” เล้ย…เจ้าประคู้นนน!

-เปลว สีเงิน

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙

คนปลายซอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...