โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ พักฐาน ร่วงกว่า 400 จุด น้ำมันพุ่งกดดันตลาด หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ร่วงกว่า 400 จุด หลังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง กังวบความตึงเครียดรอบใหม่ในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันพุ่งแรง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 50,874.53 จุด ร่วงลง 433.26 จุด หรือ 0.84% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,559.70 จุด ลดลง 50.08 จุด หรือ 0.66% และดัชนีแนสแด็กที่ 26,831.77 จุด ลดลง 262.13 จุด หรือ 0.97%

ดาวโจนส์

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นร่วม 2% หลังเกิดเหตุขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีสนามบินในคูเวตจนได้รับความเสียหาย ขณะที่กองทัพสหรัฐได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน และแรงกดดันเงินเฟ้อ

หุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นผู้นำตลาดในช่วงก่อนหน้านี้ต่างเผชิญแรงเทขาย นำโดยหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ที่ร่วงลง 4% หลังปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา

หุ้น 4 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง โดยกลุ่มการเงินปรับตัวลดลงมากที่สุด เช่นเดียวกับหุ้นในกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่ปรับตัวลงเช่นกัน หลังพาร์ตเนอร์ส กรุ๊ป ของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศจำกัดการไถ่ถอนเงินลงทุนจากกองทุนลงทุนส่วนบุคคลมูลค่า 8.6 พันล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์ ระบุว่า ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาเป็นเวลานาน จนเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไปในเชิงเทคนิค ดังนั้นปัจจัยลบเพียงเล็กน้อยก็อาจเพียงพอที่จะทำให้แรงซื้อชะลอตัวลงได้

ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหรัฐขยายตัวในเดือนพ.ค. โดยภาคธุรกิจเร่งสั่งซื้อสินค้า และสะสมสินค้าคงคลังล่วงหน้า เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการขาดแคลนสินค้า และต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน

นักลงทุนยังรอติดตามการเปิดเผยตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ ในวันศุกร์นี้ (5 พ.ค.) ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะต่อไป ขณะที่ตลาดการเงินคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้โอกาสที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% จะเพิ่มสูงขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...