ใจพังไม่ว่า แต่ศัพท์ต้องได้! รวม 10 คำศัพท์จากเพลง ‘The Cure’ ของ Olivia Rodrigo
But it don't matter how your love feels anymore
It'll never be the cure~
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พึ่งจะอินเลิฟ ฟีลเขินๆ กับเพลง ‘Drop dead‘ ไป ล่าสุดป๊อบสตาร์สาวสุดฮอต ‘Olivia Rodrigo’ก็เสิร์ฟเพลงใหม่ ‘The Cure’ ที่เปลี่ยนโหมดมาถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดในใจของคนที่เคยผ่านประสบการณ์ความรักที่ไม่ดีมาก่อน จนกลายเป็นบาดแผลเจ็บลึกที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ แม้ว่าจะมีความรักครั้งใหม่ดีแค่ไหนก็ตาม
เพลงนี้ยังคงสไตล์การเขียนเนื้อเพลงสุดเฉียบไว้ครบ ทั้งการเปรียบความรักเป็นยาและการรักษา และอีกดีเทลที่แฟนเพลงพูดถึงเยอะมากคือ visual ของเพลงนี้ที่เต็มไปด้วย Imagery เรื่องเส้นด้ายสีแดงและรอยเย็บ ซึ่ง Olivia เคยออกมาใบ้เองว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของธีมอัลบั้มนี้ด้วยนะคะ
เนื้อหาเพลงเจ็บลึกสะกิดใจใครหลายคนแบบนี้ #แจกศัพท์ฉบับเด็กนอกก็ขอพาไปแกะศัพท์ภาษาอังกฤษกันสักหน่อย บอกเลยว่ามีทั้งคำศัพท์และสำนวนน่าใจเพียบเลยค่ะ ไม่รอช้า ตามไปจดศัพท์พร้อมดูตัวอย่างประโยคกันเลย~
. . . . . . . .
1. The cure (N.) - การรักษาให้หายขาด, ทางเยียวยา
เริ่มที่ชื่อเพลงเลยค่ะ ‘The cure’ แปลว่าวิธีรักษา สิ่งที่ทำให้หายขาด เป็นทางเยียวยาที่แท้ทรู
ซึ่งถ้าดูจากในเนื้อเพลงท่อนนี้คือ And it feels like medication หมายถึงความรักของเธอมันช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นนะ เหมือนยาเลย แล้วก็ตามด้วย It’ll never be the cure. คือถึงจะช่วยบรรเทาได้ สุดท้ายมันก็ไม่ได้รักษาปัญหาข้างในจริงๆ // เอ้า เหมือนจะมาดี แต่เศร้าซะงั้นค่ะ T^T
ตัวอย่างประโยค
Time isn’t always the curefor heartbreak.
เวลาไม่ได้ช่วยรักษาแผลใจได้เสมอไป
2. Antidote (N.) - ยาแก้พิษ, สิ่งที่ช่วยเยียวยาปัญหา
ถ้าแปลตรงตัวก็จะหมายถึง ‘ยาแก้พิษ’ แต่ในชีวิตจริงรวมถึงในหนังหรือเพลง คนมักจะเอาไปใช้เชิงเปรียบเทียบว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยา หรือช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น เช่น เพื่อนบางคนเป็น Antidote ในวันที่เรารู้สึกแย่ หรือการได้เที่ยวอาจเป็น Antidote ช่วยฮีลใจในวันที่รู้สึก Burnout จากการเรียนหรือทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ
ตัวอย่างประโยค(จากในเพลง)
I thought I found the antidotethis time.
ฉันคิดว่าฉันเจอคนที่ช่วยรักษาความเจ็บปวดในใจได้แล้ว
3. Foreground of my mind (N. Phrase) - สิ่งที่อยู่ในหัวตลอด, คิดถึงเป็นอันดับแรก
เคยเป็นกันไหมคะ เวลาเราพยายามไม่คิด แต่สมองดันนึกถึงเรื่องนั้นตลอด ซึ่งภาษาอังกฤษเค้าใช้ว่า ‘Foreground of my mind’ ค่ะ โดยปกติคำว่า foreground แปลว่าตำแหน่งที่โดดเด่นหรือสำคัญ วลีนี้จึงหมายถึงสิ่งที่มันเด่นชัดอยู่ในความคิด แบบว่าอยู่ในหัวอยู่ในความคิดตลอดเวลา (โดยเฉพาะตอนข่มตาให้หลับ TT)
ส่วนอีกวลีที่ตรงข้ามกันก็คือ ‘Background of my mind’ ที่แปลว่าอยู่ลึกๆ ในใจนั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Ever since our fight, it’s been in the foreground of my mind.
ตั้งแต่เราทะเลาะกัน เรื่องนั้นก็วนอยู่ในหัวฉันตลอดเลย
4. Move the line (V. Phrase) - เลื่อนมาตรฐาน, ทำให้รู้สึกว่ายังไม่พอ
นี่ฉันยังดีไม่พอออ หรือเธอไม่พอสักที~ คำนี้ใช้เวลาพูดถึงสถานการณ์ที่เราพยายามเท่าไหร่ก็เหมือนไม่เคยพอ ทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยได้ใจ หรืออีกฝ่ายเปลี่ยนมาตรฐานตลอด ฟีลแบบพอเราทำได้ตามเป้าแล้ว เขาก็ดันเลื่อนเส้นออกไปอีก เหมือนกับวิ่งแข่งแล้วใกล้ถึงเส้นชัย แต่มีคนย้ายเส้นชัยหนีไปเรื่อยๆ เลยทำให้รู้สึกว่าต้อง prove ตัวเองตลอด ไม่มีวันดีพอ จนสุดท้ายกลายเป็นปมในใจและทำให้เรารู้สึกดีไม่พอนั่นเองค่ะ
Note: อีกสำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกันคือ ‘move the goalposts’ ที่แปลว่า เปลี่ยนกติกา เปลี่ยนเป้าหมายกลางทาง ทำให้ไปไม่ถึงสักที
ตัวอย่างประโยค
It’s exhausting when people keep moving the line.
มันเหนื่อยนะที่ต้องวิ่งตามเส้นชัยที่อีกฝ่ายคอยขยับออกไปอยู่เสมอ
5. Might as well be on the moon (Idiom) - เหงามาก, โดดเดี่ยว
สำหรับคำนี้ไม่ได้แปลว่าอยู่บนดวงจันทร์นะคะ แต่เป็นสำนวนที่หมายถึงรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เหมือนอยู่ไกลจากทุกคนแล้วไม่มีใครเข้าใจหรือเข้าถึงเราได้ ฟีลแบบเปรียบว่าโดดเดี่ยวเหมือนอยู่บนดวงจันทร์เพียงคนเดียว
ตัวอย่างประโยค
Everyone was talking and laughing, and I might as well have been on the moon.
ทุกคนกำลังคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่คนละโลกเลยอ่ะ
6. Poison (N.) - พิษ, ยาพิษ, สิ่งที่เป็นอันตราย
สำหรับคำนี้ถ้าแปลตรงตัวคือ พิษ เช่น พิษงู พิษยา สารพิษ อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าใช้เชิงเปรียบเทียบมักจะพูดถึงอะไรต่างๆ ที่ไม่ใช่สิ่งดี เป็นอันตราย หรือเป็นพิษแล้วมันกัดกินเราอยู่ข้างใน เช่น ความสัมพันธ์ toxic ความคิดลบ ความอิจฉา คำพูดที่ทำร้ายจิตใจ เป็นต้น
ตัวอย่างประโยค
His words felt like poisonin my head.
คำพูดของเขาเหมือนยาพิษที่กัดกินความคิดในหัวฉัน
7. Medication (N.) - ยา, การรักษาด้วยยา
หลายคนอาจจะสงสัยว่าคำนี้ต่างจาก ‘Medicine’ ที่แปลว่ายายังไง ซึ่งจริงๆ แล้ว ’Medication’ มักใช้เวลาพูดถึงยาที่หมอสั่ง รวมถึงการรักษาอาการบางอย่าง จะแตกต่างจาก medicine ที่เป็นคำกว้างๆ ทั่วไป (ยาทั่วไป, สารเคมี) นอกจากนี้มักใช้พูดเชิง emotional แบบในเพลง โดยเปรียบกับสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางใจนั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Her hugs felt like medicationafter a bad day.
อ้อมกอดของเธอเหมือนยาที่ช่วยฮีลใจจากวันแย่ๆ
8. Tally up (Phrasal Verb) - นับรวม, คำนวณ
เดิมทีคำว่า tally หมายถึงการขีดนับคะแนน หรือจดจำนวน นึกถึงสมัยเด็กหรือตอนนับคะแนนเลือกตั้งที่เค้าจะขีด llll = 4 แล้วก็ขีดไขว้ทับ = 5 แบบนี้เรียกว่า tally marks มากค่ะ พอเป็น tally up เลยแปลว่านับรวมทั้งหมดนั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Stop tallying upyour mistakes and move on.
เลิกจำเลิกย้ำความผิดพลาดของตัวเอง แล้วมูฟออนเถอะ
9. Unraveled (Adj./V.) - พังทลาย, หลุดออกเป็นชิ้นๆ, เสียศูนย์
ในเพลงคำนี้ย้ำหลายรอบมากกก โดย ‘Unraveled’ เป็นได้ทั้ง Adj และ V. (เป็น V.2 และ V.3 ของ Unravel) ปกติใช้กับด้าย เชือก เสื้อไหมพรมที่คลายออกทีละเส้นค่ะ เช่น sweater unraveled (เสื้อเริ่มรุ่ย) แต่เมื่อนำมาใช้เชิงอารมณ์ที่ใช้กับคน หมายถึง mental breakdown ที่แปลว่าสภาพจิตใจที่มันค่อยๆ หลุดลุ่ยออกมา หรืออารมณ์แบบพังไม่เป็นท่า หรือแตกสลายนั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
I tried to stay calm, but I was unravelinginside.
ฉันพยายามทำเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ข้างในกำลังพังไม่เป็นท่า
10. Stitch me up (Idiom) - เย็บกลับเข้าด้วยกัน, เยียวยาหัวใจ, ใส่ร้าย
เวลาที่เสื้อขาด เราก็ต้องเย็บใหม่ หรืออาจหาคนมาซ่อมให้กลับมาใช้งานได้ เลยต้องเป็นคำนี้ค่ะ ‘Stitch me up’ ที่แปลตรงตัวก็คือ เย็บกลับเข้าด้วยกัน ซึ่งในบริบทเพลงก็คือการที่ใครสักคนเข้ามาช่วยเยียวยาบาดแผลในใจนั่นเองค่ะ
แต่ต้องระวังด้วยนะคะ เพราะสำนวนนี้มีอีกความหมายคือ การหลอกลวง ใส่ร้าย ทำให้เราตกที่นั่งลำบาก หรือถูกคนอื่นโยนความผิดให้ เช่น He completely stitched me up. (เขาหักหลังฉันเต็มๆ) // เพราะฉะนั้นอาจจะต้องดูบริบทด้วยนิดนึงค่ะ เพราะถ้าใช้ผิด ชีวิตเปลี่ยนได้ค่ะ 5555
ตัวอย่างประโยค
I needed someone to stitch me upafter everything I went through.
ฉันแค่ต้องการใครสักคนมาช่วยเยียวยาแผลใจจากเรื่องราวร้ายๆ ที่ฉันเคยผ่านมา
เป็นไงกันบ้างคะ เรียกว่าเป็นเพลงทำให้หลายคนอินสุดๆ โดยเฉพาะกับคนคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ยังรู้สึกตัวเองไม่ดีพอ และชอบเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น จนทำให้มีรู้สึกว่าแผลเหล่านี้คงไม่มีทางหายได้ แม้ว่าจะมีจะมีใครสักคนเข้ามา หรืออาจจะเป็นความรักที่ดี แต่พยายามช่วยซ่อมหัวใจเท่าไหร่ ลึกๆ แล้วก็รู้ว่าบางแผลอาจจะไม่มีใครรักษาแทนได้ เหมือนกับในเนื้อเพลงที่ย้ำตลอดว่า “It’ ll never be the cure”
แล้วที่พี่ลูกหมูชอบอีกอย่างก็คือ เพลงนี้เต็มไปด้วยศัพท์แนว emotional สวยๆ เยอะมาก คือฟังเพลินๆ แต่ได้ vocab กลับมาเพียบเลย // ใครชอบเพลงเนื้อหาลึกๆ หรือกำลังคิดเยอะกับความสัมพันธ์ บอกเลยว่าเพลงนี้ควรค่าแก่การฟังซ้ำสุดๆ
. . . . . . . .
เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ IELTS
ทดลองสอบออนไลน์ เพียง 440 บาท!
สำหรับทีมต่อนอก หรือทีมเรียนอินเตอร์ ที่กำลังจะสอบ IELTS เคยเป็นเหมือนกันมั้ย? เตรียมตัวมาเยอะมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มั่นใจสักที จะลุยสอบจริงก็กลัวตุ้บแล้วต้องสอบซ้ำ ทำให้งบบานปลายไปอีก
แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงได้แล้วที่ Dek-D's IELTS Online Mock Testจัดเต็มข้อสอบครบทั้ง 4 พาร์ต ฝึกทำออนไลน์ที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมรับ feedback จริง ช่วยให้รู้จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาต่อ บูสต์ความมั่นใจก่อนเจอของจริง! // ค่าสอบเพียง 440 เท่านั้น~
พาส่องไฮไลต์ ฝึกสอบกับ Dek-D ดียังไงบ้าง?
ได้ฝึกสอบออนไลน์ครบทั้ง 4 พาร์ต ค่าสอบเพียง 440.- (ต่อชุด)
∟ ได้สอบครบทั้ง Speaking, Writing, Listening และ Reading
∟ มีข้อสอบให้เลือกฝึกมากกว่า 30 ชุด
∟ พิเศษ! ได้ฝึกพูดจริง ฝึกเขียนจริง #รู้ผลทันที ตรวจให้แบบละเอียด บอกจุดที่ต้องแก้ไขครบ .รู้ผลไว ไม่ต้องรอนาน ประเมินตามเกณฑ์จริงทุกพาร์ต
∟ หลังส่งคำตอบจะรู้ Band รายพาร์ต และ Overall Band ทันที
∟ มีคำอธิบายให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงได้ Band ตามนี้ แล้วถ้าอยากได้ Band ที่สูงขึ้นในแต่ละระดับควรพัฒนาในจุดไหนเพิ่มเติมข้อสอบมีมาตรฐานโดย Marshall Cavendish หน่วยงานด้านการศึกษาระดับโลก จากประเทศสิงคโปร์
ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ไม่ให้บานปลาย
∟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมความพร้อม หรืออยากลองทำข้อสอบก่อนลงสนามจริง
∟ จะได้สอบแค่ครั้งเดียวแล้วได้ Band ตามที่ต้องการ ไม่ต้องจ่าย 8,xxx ไปสอบหลายรอบทดลองสอบ IELTS ที่บ้านได้แล้ววันนี้!
. . . . . . . .
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- TikTok: @tornokandcourse