โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

>> กทม. เดินหน้าผังเมืองรวมใหม่ เปิดตรวจร่าง 90 วัน ชวนประชาชนยื่นคำร้องรอบสุดท้าย

09.00 น. กรุงเทพมหานครเผยความคืบหน้าร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) หลังคณะกรรมการผังเมืองกรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบ เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน ภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบ พร้อมยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดตามขั้นตอนกฎหมาย โดย กทม. ระบุว่าได้ปรับปรุงร่างผังเมืองจากเสียงสะท้อนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดจำนวนถนนโครงการจาก 148 สาย เหลือ 96 สาย รวมถึงปรับลดขนาดเขตทางในหลายพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายพื้นที่สำคัญ เช่น รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มักกะสัน และย่านทุ่งสองห้อง รวมถึงยกเลิกพื้นที่พักน้ำ 5 แห่งที่ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน พร้อมชะลอมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (TDR) ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีข้อกังวลด้านกฎหมาย โดยประชาชนสามารถตรวจสอบร่างผังเมืองและยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง หรือผ่านเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ก่อนเดินหน้าสู่ขั้นตอนออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร คาดประกาศใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่ได้ภายในปลายปี 2570

>> นายกฯ เปิดโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย” ปี 2569 หนุนใช้พลังดนตรีพัฒนาเยาวชน สืบสานวัฒนธรรมไทย

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทยโดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ครั้งที่ 3 ปี 2569 ประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ณ ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา สำนักงานพระคลังข้างที่ เขตดุสิต

กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีคุณค่าอย่างมาก เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านการร้องเพลง และเป็นเวทีที่ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต ทั้งความมีวินัย ความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ ความกล้าแสดงออก และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ เพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง และเพลงไทยร่วมสมัย เป็นส่วนสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนภาษา วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของชาติ โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้ผ่านบทเพลงเหล่านี้ ซึ่งช่วยปลูกฝังความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยไปพร้อมกัน

“ผมยังจดจำบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของโครงการในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี และประทับใจในความสามารถ ความตั้งใจ และพลังของเยาวชนจากทั่วประเทศ ซึ่งตอกย้ำว่าเวทีแห่งนี้สามารถสร้างโอกาส แรงบันดาลใจ และคุณค่าที่ดีให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง สิ่งที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่ง คือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้ และมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเยาวชนไทย รัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจัดโครงการอันทรงคุณค่านี้ เพื่อเป็นเวทีแห่งการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศต่อไป” นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวเปิดงาน นายกฯ ได้ร่วมร้องเพลงบนเวที ในบทเพลง ขอพบในฝัน ของวงสุนทราภรณ์ ด้วย

>> กองกำลังผาเมือง ไล่ล่าระทึก แก๊งค้ายาทิ้งรถหนี ยึดยาบ้าของกลางได้ 4 ล้านเม็ด

10.00 น. ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเข้าตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแถลงผลการจับกุมต่อสื่อมวลชน ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 3105 บ้านทรายกาด ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

หลังจากที่คืนวันที่ 14 พ.ค.69 กองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณบ้านปี้ หมู่ 1 ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัย สีแดง ทะเบียนเชียงใหม่ ขับเข้ามายังจุดตรวจ แต่เมื่อคนขับ พอเห็นเจ้าหน้าที่กลับเร่งเครื่องฝ่าจุดตรวจและขับหลบหนีเข้าเขตเทศบาลตำบลหงาว เจ้าหน้าที่จึงเร่งสกัดและไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนรถคันดังกล่าวจะเสียหลักตกข้างทาง ส่วนคนขับอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบฟางจำนวน 16 กระสอบ ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) กระสอบละประมาณ 250,000 เม็ด รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.เทิง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

>> อุบัติเหตุ ชนประสานงา กลางถนนเส้นทางวัดเกาะแรด ป้ากับหลานชายเสียชีวิตในซากรถกระบะ ตร.เร่งตามคนขับรถบรรทุก จ.นครปฐม

10.00 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ กลางถนนหมายเลข 3296 เส้นทางวัดเกาะแรด ใกล้เคียงที่ทำการ กรมที่ดินบางเลน ในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีเหลือง ป้ายทะเบียน นครปฐม ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีทอง ป้ายทะเบียน นครปฐม ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 รายติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางอาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ เพื่อนำร่างออกมา และตรวจสอบเอกสาร คือ ชายไทย อายุ 24 ปี คนขับ และ หญิงไทย อายุ 56 ปี ผู้โดยสาร เป็นชาวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนเป็นป้ากับหลาน ขับรถมาจากบ้านที่อำเภอนครชัยศรี กำลังจะไปทำงานที่สวนกล้วยไม้แห่งหนึ่ง ในย่านอำเภอบางเลน มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถบรรทุก เลี้ยวตัดหน้าทำให้เบรกไม่อยู่ ทำให้ชนประสานงานเข้าอย่างจัง สภาพรถอัดก๊อบปี้ถึงห้องผู้โดยสาร

หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.บางเลน จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบปากคำและพยานแวดล้อมอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> ทลายโรงงานสบู่รีไซเคิล “ปั๊มมือ” คาบ้าน สวมเลขจดแจ้งปลอมขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 1.1 แสนชิ้น

11.03 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักในซอยพุทธมณฑลสาย 2 เขตบางแค กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่าลักลอบผลิตสบู่ก้อนรีไซเคิลจากเศษสบู่ส่งขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมอวดอ้างสรรพคุณรักษาสิว ฝ้า กระ และผิวขาวใส โดยพบ หญิงไทย อายุ 45 ปี รับเป็นผู้ดำเนินการผลิต ภายในบ้านพักพบการผลิตสบู่ด้วยอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานและไร้สุขอนามัย ตรวจยึดของกลางรวม 115,380 ชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท ทั้งสบู่สำเร็จรูป เศษสบู่ เครื่องปั๊ม เครื่องซีล และอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่าเรียนรู้วิธีผลิตสบู่จากยูทูบ ก่อนซื้อเศษสบู่ราคากิโลกรัมละ 30-40 บาท มาปั๊มขึ้นรูปใหม่ขายออนไลน์ก้อนละ 4-10 บาท มียอดสั่งซื้อวันละกว่า 700 ออร์เดอร์ ทำรายได้ราวเดือนละ 50,000 บาท นอกจากนี้ยังพบการนำเลขจดแจ้งเครื่องสำอางที่หมดอายุมาแสดงบนฉลากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เข้าข่ายผลิตและขายเครื่องสำอางปลอม เบื้องต้นถูกแจ้งหลายข้อหาตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ขณะที่ตำรวจเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ตรวจพิสูจน์หาสารอันตรายเพิ่มเติม พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อสินค้าราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเสี่ยงได้รับอันตรายต่อผิวหนังและสุขภาพในระยะยาว

>> ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าดงใหญ่ หลังถูกกระทิงขวิด ส่งรพ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์

11.11 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ว่าเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ ถูกกระทิงพุ่งชนขณะปฏิบัติหน้าที่สำรวจพื้นที่ติดตามเสือโคร่งในป่าลึก จนได้รับบาดเจ็บ จึงเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทันที พร้อมจัดเตรียมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวในพื้นที่ เพื่อรองรับภารกิจเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ

ภารกิจครั้งนี้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์และป้องกัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 และชุดปฐมพยาบาลกู้ภัยอุทยานแห่งชาติตาพระยา รวม 40 นาย ร่วมปฏิบัติภารกิจแข่งกับเวลา ท่ามกลางข้อจำกัดด้านสัญญาณสื่อสาร และสภาพพื้นที่ป่าลึก ซึ่งเป็นป่าทุรกันดาร รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ และมีความเสี่ยงจากสัตว์ป่าในพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บได้สำเร็จ ก่อนลำเลียงออกจากพื้นที่มายังจุดรับเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งภารกิจลำเลียงทางอากาศใช้เฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopter H130 EC130 พร้อมทีม Sky Doctor จาก อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เข้าปฏิบัติการ นำส่งโรงพยาบาลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบันผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 27 ปี มีอาการเลือดออกทางหูซ้าย เจ็บแน่นหน้าอก และหายใจไม่สะดวก เข้าข่ายผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

>> “อี้ แทนคุณ” พาผู้เสียหายร้อง ปคบ. แฉแก๊งขายตั๋วบินราคาถูก อ้างดีลสายการบินดัง สูญเงินกว่า 30 ล้าน

12.29 น. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 ราย เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หลังถูกขบวนการหลอกขายตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ อ้างเป็นดีลจากสายการบินชื่อดัง สร้างความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท โดยผู้เสียหายระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้วิธีสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการออกตั๋วให้เดินทางได้จริงในช่วงแรก ก่อนเสนอให้อัปเกรดที่นั่งและอ้างว่าจะคืนเงินเต็มจำนวนภายหลัง ทำให้หลงเชื่อโอนเงินเพิ่มต่อเนื่อง
ด้านนายโอ๊ต อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่าสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท หลังถูกอ้างให้อัปเกรดตั๋วเดินทางไปญี่ปุ่น แต่สุดท้ายไม่สามารถใช้ตั๋วได้จริง อีกทั้งเงินที่รับปากคืนก็ไม่เคยได้รับ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าระบบจองแสดงผ่านหน้าเว็บไซต์คล้ายเว็บทางการสายการบิน มีหมายเลขจองครบถ้วน จึงทำให้เชื่อถือ ขณะที่เงินส่วนใหญ่ถูกโอนไปยังบัญชีบุคคลธรรมดาคาดเป็นบัญชีม้า ปัจจุบันมีผู้เสียหายกว่า 100 คน บางส่วนแจ้งความไว้แล้วแต่คดีไม่คืบหน้า จึงเข้าร้อง ปคบ. ให้เร่งขยายผลและดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวอย่างจริงจัง

>> รวบหนุ่ม รับจ้างขนสินค้าเถื่อน มูลค่ากว่า 5,000,000 บาท แลกค่าจ้าง 5,000 บาท

12.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ฐาน มีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม พร้อมของกลาง

รถยนต์1คัน, เสื้อ ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม, กระเป๋าลักษณะเป้สะพายหลัง ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม และ บุหรี่ต่างประเทศ บรรจุอยู่ภายในลังกระดาษ รวมทั้งสินจำนวน 10,630 ซอง โดยจับกุมได้บริเวณถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 หลักกิโลเมตรที่ 155 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

หลังจากที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการขนสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมฯ โดยใช้รถยนต์กระบะบรรทุก เป็นยานพาหนะในการขนสินค้าดังกล่าว

จากการสอบถามนายนัท (นามสมมุติ ) คนขับ ตอบว่าไม่ทราบว่าเป็นสินค้าชนิดใด ผลการตรวจค้นพบ สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคลคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร จำนวนหลายรายการ และนายนัท ยังรับสารภาพว่า ไปรับสินค้ามาจากตึกแถว มีลานจอดรถยนต์ ในพื้นที่ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อจะนำสินค้าไปส่งยังโกดัง ในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยมีนายชัยฯ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เป็นผู้จ้างวาน โดยจะได้ค่าจ้างก็ต่อเมื่อนำสินค้าไปส่งปลายทาง นำไปส่ง คิดเป็นเที่ยวละ 5,000 บาท เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งดำเนินคดี

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเพชรเกษม 48 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

13.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 48 แยก 10 ถนนเพชรเกษม แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ชั้นวางหนังสือ ที่นอน ผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค

>> กรมควบคุมโรค กำหนดให้ "โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา" เป็นโรคติดต่ออันตราย เมื่อพบต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง และสอบสวนโรคใน 12 ชั่วโมง

13.22 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นพ.รเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมคบคุมโรค และคระกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ

โดย นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า หลังจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มีมติให้กรมควบคุมโรคดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและทันต่อสถานการณ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณากำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งได้มีมติเห็นควรให้กำหนดเป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ บางชนิดแพร่จากคนสู่คนได้ และเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความกังวล โดยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มอาการทางไต

ทั้งนี้ ประชุมมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่…) พ.ศ. … (กรณีโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา) ซึ่งจะเพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอำนาจตามกฎหมาย ในการสอบสวนโรค การดำเนินการหรือออกคำสั่ง เช่น การแยกกักหรือกักกัน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โดยกำหนดชื่อและอาการสำคัญ ดังนี้ "(14) โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus Disease) มีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะปอดอักเสบ มีของเหลวคั่งในปอด มีภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ มีอาการเลือดออกจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไตวายเฉียบพลัน มีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต"

>> ไฟไหม้บ้านวอดเกือบทั้งหลัง ที่บ้านหลวงน่าน สิ้นเนื้อประดาตัว เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการเดือดร้อนหนัก

14.00 น. ร.ต.ท.ชุติพนธ์ ธรรมศิริ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านหลวง จังหวัดน่าน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลป่าคาหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง รถบรรทุกน้ำจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ก่อนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง

จากการตรวจสอบ บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงได้เผาทำลายตัวบ้านชั้นบน ข้าวเปลือกประมาณ 100 กระสอบ เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และทรัพย์สินภายในบ้านอีกจำนวนมากเสียหาย

พี่ชายเจ้าของบ้านและเป็นผู้พบเหตุคนแรก เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่บริเวณหลังบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดจากบริเวณชั้น 2 ก่อนพบกลุ่มควันและเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งขอความช่วยเหลือและช่วยกันควบคุมเพลิง

ด้านนางนิสาคร ใจมา อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยบ้านหลังดังกล่าวไม่ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้แต่อย่างใด ส่งผลให้ครอบครัวต้องสูญเสียทรัพย์สินแทบทั้งหมด

>> จับผู้ป่วยจิตเวชค ลุ้มคลั่งอาละวาดพังบ้าน-พยายามทำร้ายพ่อ ฝ่ายปกครองบุกระงับเหตุทัน

14.40 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย เข้าระงับเหตุผู้ป่วยจิตเวชเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด ภายในพื้นที่ตำบลนากอก และตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ก่อเหตุพยายามเข้าทำร้ายร่างกายบิดาของตนเอง สร้างความหวาดผวาให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ป่วยจิตเวชอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง มีพฤติกรรมก้าวร้าว และอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะก่ออันตรายต่อบุคคลใกล้ชิด เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าพูดคุยเกลี้ยกล่อมและควบคุมสถานการณ์ โดยมีการกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของญาติและประชาชนโดยรอบ จากการเข้าระงับเหตุ พบว่าภายในบ้านมีทรัพย์สินถูกรื้อค้นและได้รับความเสียหายหลายจุด ขณะที่ญาติอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัว เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมพยายามทำร้ายบิดาของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าควบคุมตัว ก่อนนำตัวส่งเข้าสู่กระบวนการรักษาตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ให้กำลังใจและประสานดูแลครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำให้เฝ้าระวังอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อให้การดูแลรักษาต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณทางพิเศษศรีรัช

14.53 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ทางพิเศษศรีรัช (ก่อนลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน

>> ศุลกากรนครพนม แถลงตรวจยึดครีมบำรุงผิว ขนมต่างประเทศเถื่อน มูลค่ากว่า 3.7 แสนบาท ไม่มีใบอนุญาตนำเข้า

15.39 น. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรนครพนม ภายใต้การอำนวยการของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ฝปป.2 สปป.1 กสป.) ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดสินค้าลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและขนมต่างประเทศ รวมมูลค่าของกลางกว่า 370,000 บาท จากการบูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ณ ด่านศุลกากรนครพนม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจเช็กอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบรายการสินค้าที่ไม่ตรงตามสำแดง ดังนี้ ครีมบำรุงผิว: จำนวน 50 กล่อง ขนมต่างประเทศ: จำนวน 15 กล่อง มูลค่ารวม: ประมาณ 3.7 แสนบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สินค้าทั้งหมดมีเมืองกำเนิดจากต่างประเทศ และไม่มีใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งถือเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ในฐานความผิด การยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับการเสียอากรไม่ถูกต้อง การนำของที่กำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อจำกัด (สินค้าไม่มี อย.)
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป เพื่อป้องกันการทะลักของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาวางจำหน่ายในท้องตลาด

>> กรมป่าไม้ ออกแถลงการณ์ยืนยันเจตนารมณ์ ไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

15.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีผลสำรวจความโปร่งใสของภาคเอกชน (กกร.) และมาตรการยกระดับธรรมาภิบาลองค์กรตามที่มีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่า กรมป่าไม้ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 โดยมีมูลค่าสินบนเฉลี่ย ต่อครั้ง 67,500 บาท นั้น

กรมป่าไม้ ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า กรมป่าไม้ไม่มีนโยบายสนับสนุน หรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

กรมป่าไม้ ให้ความสำคัญกับการบริหารราชการด้วยความถูกต้องเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ หากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัย รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น

>> รถกระบะชนต้นไม้ คุณลุงคนขับเสียชีวิตในยานพาหนะ ริมถนนสายพิษณุโลก – อุตรดิตถ์ คาดฝนตกถนนลื่นทำให้รถเสียหลัก จ.พิษณุโลก

16.45 น. สภ.ดงประคำ รับแจ้งเว่า มีอุบัติหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้ และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนสายพิษณุโลก – อุตรดิตถ์ บริเวณบ้านเข้าน้อย ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย กู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ลักษณะชนกับต้นไม้ข้างทาง เสียหายทั้งคัน ภายในรถพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขายาว ติดอยู่ภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดรถเพื่อนำร่างออกมา
ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้าและศีรษะ ทราบต่อมาคือ ชายไทย อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา

ร.ต.อ.คณพศ อินทุภูติ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดงประคำ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุมีฝนตกทำให้ถนนลื่น ทำให้รถยนต์กระบะเสียหลักและพุ่งชนต้นไม้ข้างทางอย่างแรง

เบื้องต้นร่างผู้เสียชีวิตกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถานส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

>> ปภ.โคราช เผยสถานการณ์น้ำท่วมขัง "แยกหัวทะเล" คลี่คลายสู่ภาวะปกติแล้ว พร้อมเร่งสูบน้ำ บ้านหนองตาคง

16.53 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมขังรอการระบาย หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

โดยบริเวณแยกหัวทะเล ถนนราชสีมา - โชคชัย ล่าสุดระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว

ส่วนปากทางเข้าบ้านหนองตาคง (ต.หนองบัวศาลา) ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณช่วงทางเข้าซอยซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ระยะทางประมาณ 40 เมตร ทางเทศบาลตำบลหนองบัวศาลาได้นำเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงเข้าติดตั้งและเร่งเดินเครื่องระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางเลี่ยงอื่นๆ ในพื้นที่เข้า-ออกได้ตามปกติ

ทั้งนี้ทางด้าน ปภ.จังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่าได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและท้องถิ่นในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยนาคนิวาส 43 เสียหายวอด 2 คัน

21.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยนาคนิวาส 43 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ลุกลามรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดกระบะ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว

>> คุณลุงวัย 53 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ บาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

04.35 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้เคียง ทางข้า หมู่บ้านวงศกร 5 ในพื้นที่ เขตคลองสามวา กทม.
มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ชนกับรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 53 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...