โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขปริศนาทำไมยุโรปลังเลติดแอร์ ทั้งที่เผชิญคลื่นความร้อนทุบสถิติ เปิด 4 เหตุผลเบื้องหลัง ตั้งแต่บ้านเก่า, ค่าไฟแพง ถึงอุดมการณ์สิ่งแวดล้อม

THE STANDARD

อัพเดต 27 มิ.ย. เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. เวลา 08.33 น. • thestandard.co
ไขปริศนาทำไมยุโรปลังเลติดแอร์ ทั้งที่เผชิญคลื่นความร้อนทุบสถิติ เปิด 4 เหตุผลเบื้องหลัง ตั้งแต่บ้านเก่า, ค่าไฟแพง ถึงอุดมการณ์สิ่งแวดล้อม

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คนหลายล้านต้องดิ้นรนปรับตัวกับอุณหภูมิที่ทำลายสถิติ ทว่าสิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดทวีปที่ร่ำรวยแห่งนี้จึงยังลังเลที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทั้งที่อากาศร้อนถึงขั้นคร่าชีวิตผู้คนมากขึ้นทุกปี

ประเด็นสำคัญ

  • ความเคยชินที่ไม่เคยต้องการความเย็น
  • บ้านเก่าและกฎอนุรักษ์ที่เป็นอุปสรรค
  • เมื่ออุดมการณ์สิ่งแวดล้อมปะทะความจำเป็น
  • จุดเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวเลขสะท้อนความแตกต่างชัดเจน จากรายงานของ CNN ระบุว่า บ้านในสหรัฐฯ เกือบ 90% มีเครื่องปรับอากาศ แต่ในยุโรปกลับมีเพียงราว 20% เท่านั้น ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งเพิ่งเผชิญวันที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยอุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียส มีครัวเรือนที่ติดแอร์เพียง 25%

คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากเหตุผลเดียว แต่เป็นการผสมผสานของปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ, เศรษฐกิจ, สถาปัตยกรรม และอุดมการณ์ทางการเมือง ที่หล่อหลอมทัศนคติของชาวยุโรปต่อเครื่องปรับอากาศมายาวนาน

ความเคยชินที่ไม่เคยต้องการความเย็น

เหตุผลแรกคือยุโรป โดยเฉพาะประเทศทางตอนเหนือ แทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศมาก่อน เพราะในอดีตคลื่นความร้อนเกิดขึ้นไม่บ่อยและไม่รุนแรงยาวนานเท่าปัจจุบัน

ไบรอัน มาเธอร์เวย์ หัวหน้าสำนักงานด้านประสิทธิภาพพลังงานของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ยุโรปไม่มีวัฒนธรรมการใช้เครื่องปรับอากาศ เพราะจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มันยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น ทำให้คนยุโรปไม่คุ้นเคยกับการคิดเรื่องการทำความเย็นในฤดูร้อน

เหตุผลที่ 2 ที่ตามมาคือเรื่องค่าใช้จ่าย เครื่องปรับอากาศถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยมากกว่าสิ่งจำเป็น เพราะทั้งค่าติดตั้งและค่าไฟในการใช้งานนั้นสูง โดยค่าพลังงานในหลายประเทศยุโรปแพงกว่าสหรัฐฯ

ขณะที่รายได้ของผู้คนกลับต่ำกว่า ทำให้ต้นทุนการเปิดแอร์ยังเกินเอื้อมสำหรับชาวยุโรปจำนวนมาก

บ้านเก่าและกฎอนุรักษ์ที่เป็นอุปสรรค

เหตุผลที่ 3 คือสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนในยุโรปส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ สร้างขึ้นก่อนที่เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศจะแพร่หลาย โดยในอังกฤษที่เพิ่งผ่านเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีบ้านถึง 1 ใน 6 หลังที่สร้างขึ้นก่อนปี 1900

แม้บ้านในประเทศแถบยุโรปตอนใต้ที่อากาศร้อนจะออกแบบมาเพื่อรับมือความร้อน ด้วยผนังหนา หน้าต่างบานเล็กที่กันแสงแดด และการระบายอากาศที่ดี แต่บ้านในภูมิภาคอื่นกลับไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือความร้อน ทำให้การติดตั้งระบบทำความเย็นในบ้านเก่าเป็นเรื่องยุ่งยากกว่า

นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือกฎระเบียบ โดย ริชาร์ด แซลมอน ผู้อำนวยการบริษัทติดตั้งเครื่องปรับอากาศในอังกฤษ เปิดเผยกับ CNN ว่า หน่วยงานในอังกฤษมักปฏิเสธคำขอติดตั้งแอร์ ด้วยเหตุผลเรื่องความสวยงามของตัวเครื่องที่อยู่ภายนอกอาคาร โดยเฉพาะในเขตอนุรักษ์หรืออาคารที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก

เมื่ออุดมการณ์สิ่งแวดล้อมปะทะความจำเป็น

เหตุผลที่ 4 ซึ่งเป็นแกนสำคัญคืออุดมการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ตามรายงานของ BBC ระบุว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสมองว่าเครื่องปรับอากาศเป็นทางออกที่แย่ที่สุดต่อปัญหาโลกร้อน เพราะเป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบที่ปลายเหตุ แทนที่จะแก้ที่ต้นตอของปัญหา และยังทำให้คนละเลยการต่อสู้กับสาเหตุที่แท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องปรับอากาศยังถูกวิจารณ์ว่าซ้ำเติมภาวะโลกร้อน เพราะกินไฟฟ้าซึ่งในหลายประเทศยังมาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล อีกทั้งสารทำความเย็นที่ใช้ยังเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มักรั่วไหล

นอกจากนี้ การระบายความร้อนออกสู่ภายนอกยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง โดยผลการศึกษาในกรุงปารีสพบว่าการใช้แอร์อาจดันอุณหภูมิภายนอกให้สูงขึ้นราว 2-4 องศาเซลเซียส

แนวคิดต่อต้านนี้ยังแทรกซึมเข้าไปในนโยบายรัฐ โดยกฎเกณฑ์การก่อสร้างและปรับปรุงอาคารใหม่ของฝรั่งเศสมุ่งเน้นเรื่องฉนวนกันความร้อน พื้นที่สีเขียว และเทคโนโลยีหมุนเวียนอากาศ เพื่อให้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ

ขณะที่ยุโรปยังตั้งเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของแอร์จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุได้ยากขึ้น

จุดเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ทัศนคติเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป เมื่อยุโรปกลายเป็นจุดร้อนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้วยอัตราการอุ่นขึ้นเร็วเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก

จนแม้แต่ฝ่ายที่เคยต่อต้านก็เริ่มยอมรับ โดย มารี ตองเดอลีเย หัวหน้าพรรคกรีนของฝรั่งเศส ยอมรับกับ BBC ว่า โรงเรียนและโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีเครื่องปรับอากาศ พร้อมระบุว่ามีหลายสถานที่ที่ขาดมันไม่ได้อีกต่อไป

ด้านการเมืองฝ่ายขวาอย่างพรรค National Rally ของ มารีน เลอเปน ก็เรียกร้องให้รัฐจัดทำแผนติดตั้งแอร์ทั่วประเทศในโรงเรียนและโรงพยาบาล รวมถึงการปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยมูลค่า 20,000 ล้านยูโร (ประมาณ 7.57 แสนล้านบาท) เพื่อให้ครัวเรือน 30-40 ล้านหลังติดตั้งเครื่องทำความเย็นได้

ความต้องการที่พุ่งสูงสะท้อนผ่านคำบอกเล่าของแซลมอน ที่ระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดสอบถามติดตั้งแอร์ในที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ขณะที่รายงานของ IEA คาดว่าจำนวนเครื่องปรับอากาศในสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นเป็น 275 ล้านเครื่องภายในปี 2050 หรือมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2019

แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่า แม้แอร์จะช่วยคลายร้อนได้ทันที แต่ก็กินพลังงานมหาศาลที่ส่วนใหญ่ยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะยิ่งเร่งให้โลกร้อนขึ้นและกลายเป็นวงจรอันตราย

โดยความท้าทายที่แท้จริงคือการที่แต่ละประเทศต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเรื่องประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น เพราะเครื่องปรับอากาศทุกเครื่องที่ขายวันนี้ จะผูกมัดการใช้พลังงานไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 37.87 บาท ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2569

ภาพ :Eduardo Parra/Europa Press via Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...