โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินเฟ้อ เงินลงทุน AI และตลาดเงินญี่ปุ่น 3 เรื่องที่น่าจับตาที่สุดในครึ่งปีหลัง 2026

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เงินเฟ้อ เงินลงทุน AI และตลาดเงินญี่ปุ่น 3 เรื่องที่น่าจับตาที่สุดในครึ่งปีหลัง 2026

ครึ่งปีแรกของปี 2026 ผ่านไปแล้ว และตลาดการเงินไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถไฟเหาะที่ไม่มีทีท่าจะช้าลง

ประเด็นสำคัญ

  • เรื่องแรก ครึ่งหลังของปีจะเข้าสู่เวลาที่ Capex ของ Hyperscaler แซงกระแสเงินสด และ Free Cash Flow จะติดลบเป็นครั้งแรก
  • ประเด็นที่สองคือ AI ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อลดลงเหมือนเทคโนโลยีในอดีต แต่กำลังสร้างเงินเฟ้อขาขึ้นรอบใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงจากกระแส AI ก่อนจะปรับตัวลงจากความเสี่ยงสงคราม ราคาน้ำมันดิบทะลุ 100ดอลลาร์/บาร์เรล

แต่ที่สุด ก็ปรับตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อช่องแคบ Hormuz กลับมาเปิดการขนส่งเป็นปกติ และกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเร่งตัวอย่างรวดเร็วจากกระแสการลงทุน AI

แม้ดัชนีหุ้นโลกจะเริ่มครึ่งหลังของปี 2026 ในระดับใกล้เคียงจุดสูงสุดตลอดกาล

แต่ครึ่งปีแรกเป็นเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนเราว่า ‘ยิ่งสูงก็ยิ่งเสี่ยง’ นักลงทุนต้องรู้ให้ทันตลาดการเงิน ผมจึงชวนจับตา 3 เรื่องสำคัญที่อาจทำให้ตลาดกลับทิศ ให้เราได้คิดและเตรียมกลยุทธ์รับมือไว้ก่อน

เรื่องแรก ครึ่งหลังของปีจะเข้าสู่เวลาที่ Capex ของ Hyperscaler แซงกระแสเงินสด และ Free Cash Flow จะติดลบเป็นครั้งแรก

หลังการลงทุน AI เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี

บริษัทที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่ม Hyperscaler ของสหรัฐฯ กำลังจะเข้าสู่ช่วงใช้เงินลงทุน (Capex) มากกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานรวมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

จากที่เคยเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดที่นักลงทุนทั่วโลกไว้วางใจมาตลอดทศวรรษ Free Cash Flow รวมของกลุ่มจะพลิกเป็นติดลบครั้งแรกช่วงครึ่งหลังปีนี้

นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะโมเดลธุรกิจ AI ของผู้ประกอบการฝั่งสหรัฐฯ ไม่มีกำไร ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าคู่แข่งหลักอย่างจีนมหาศาล

ที่ต้องจับตาเป็นเพราะหุ้นกู้และสินเชื่อกลุ่มเทคโนโลยี มียีลด์ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี และเมื่อประกอบกับ CAPE P/E ของหุ้นสหรัฐฯ ใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล ทั้งหมดอาจเป็นส่วนผสมที่ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องฟองสบู่การลงทุน AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเด็นที่สองคือ AI ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อลดลงเหมือนเทคโนโลยีในอดีต แต่กำลังสร้างเงินเฟ้อขาขึ้นรอบใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว

ต้นปีนี้ แทบทุกสำนักวิเคราะห์เชื่อว่า AI จะเป็นพลัง Disinflationary (แรงกดเงินเฟ้อให้ต่ำลง) ช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว

แต่ข้อมูลจริงกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ดัชนีราคาผู้ผลิตกลุ่ม Chip ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 25% สูงสุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 1985 ขณะที่ราคาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT ในตะกร้าเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ

ต้นตอของปัญหาคือราคาหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นกว่า 670% จากจุดต่ำสุด เพราะศูนย์ข้อมูล AI แย่งชิงกำลังการผลิต Chip ไปทั้งหมด

นี่คือ ‘เงินเฟ้อจากการลงทุน’ ที่ธนาคารกลางไม่เคยเจอมาก่อน เพราะมันไม่ได้เกิดจากผู้บริโภคใช้จ่ายเกินตัว แต่เกิดจากบริษัทที่รวยที่สุดในโลกแย่งทรัพยากรกันเอง และดอกเบี้ยนโยบายอาจไม่มีผลต่อพฤติกรรมนี้เลย

หากครึ่งปีหลังตัวเลขเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีก ยีลด์สหรัฐฯ จะมีโอกาสปรับตัวขึ้น เป็นแรงกดดันด้านสภาพคล่องซ้ำเติมไปอีก

และสุดท้าย อาจไม่ใช่แค่ยีลด์สหรัฐฯ เพราะตลาดการเงินญี่ปุ่นก็เข้าสู่ช่วงกลับตัวครั้งสำคัญที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ

ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997

ค่าเงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปี

ที่ต้องจับตาให้ดีเป็นเพราะญี่ปุ่นคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลกมาหลายทศวรรษ

หากผลตอบแทนในประเทศที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้เงินลงทุนไหลกลับญี่ปุ่น แรงกดดันจะส่งผ่านไปสู่ตลาดการเงินทั่วโลก

และครั้งนี้อาจไม่มีใครที่มีสภาพคล่องสูงพอจะช่วยได้ เพราะอีกสามเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ จีน และเยอรมนี อยู่ในช่วงขาดดุลการคลังสูงสุด มีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องไปอย่างน้อยจนถึงปี 2031 เป็นคำถามต่อเนื่องว่าใครจะเป็นผู้ซื้อพันธบัตรมหาศาลเหล่านี้ และที่ยีลด์เท่าไหร่กันแน่

ครึ่งแรกของปี 2026 เป็นเหมือนฉากเริ่มของความผันผวน ความเสี่ยงเกิดจากเรื่องที่คาดไม่ถึงหลายอย่าง แต่จุดเด่นคือมีการเติบโตของกำไรและพื้นฐานที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน

ครึ่งหลังของปี 2026 เป็นฉากที่แตกต่างออกไป เพราะความเสี่ยงเปลี่ยนเป็นเรื่องที่เรามองเห็นมานาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นความกังวลที่เข้ามากดดันตลาด

ทุกอย่างจะเป็นเรื่องที่แค่ต้องจับตา หรือจะกลายเป็นต้นเหตุที่เจาะฟองสบู่ AI รอบนี้ อีกไม่นานเราจะได้รู้กันครับ

ภาพ:Sweet_tomato, TeeStocker / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...